ค้นหา
คำค้น 
จาก 
หมวดหมู่ 


- แผนที่วัดป่ามหาบัว ญาณสัมปันโน ต.ทองหลาง อ.ห้วยคต จ. อุทัยธานี
- แผนที่วัดป่าหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ต.ระบำ อ.ลานสัก จ. อุทัยธานี
- แผนที่วัดสันติธรรมาราม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
- แผนที่วัดป่าตะนาวศรี ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
- แผนที่วัดป่าพุทธธรรม ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี
- แผนที่วัดป่าสมสงัด บ้านเขาควง ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
- แผนที่วัดสันติธรรมาราม(ที่พักสงฆ์) ต.ไล่โว่ อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี

 
 เทศน์เช้า เทศน์เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2561  Audio  คลิกดาวน์โหลด  Video  pdf

 

เทศน์เช้า วันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๑
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

 

ตั้งใจฟังธรรมะ วันนี้วันพระ เห็นไหม ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าใสสะอาด ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะตรัสรู้ธรรม ได้สร้างสมบุญญาธิการมหาศาล เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมแล้วนะ ธรรมวินัยนี้เหมือนทะเลมหาสมุทร มันจะพัดซากศพเข้าฝั่ง มันจะซัดสิ่งสกปรกโสโครกขึ้นไปบนฝั่ง มันไม่จะไม่เก็บไว้ในทะเลนั้น นี่ธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ถ้าธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาสอนให้ทำคุณงามความดีๆ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ในพระพุทธศาสนายืนยันแน่นอน ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แต่เวลาคนทำดีๆ แล้ว เวลาจะประพฤติปฏิบัตินะ นั่งสมาธิภาวนา เป็นคนดีไหม เป็นคนดีแน่นอน นั่งสมาธิภาวนา ทุกคนพยายามขวนขวายกระทำของตนให้เป็นสัจธรรมในใจของตนขึ้นมา แต่มันทำขึ้นมาไม่ได้ๆ ล้มลุกคลุกคลาน ล้มลุกคลุกคลานเพราะกิเลสตัณหาความทะยานอยาก กิเลสตัณหาความทะยานอยากมันล้นฝั่งๆ มันท่วมทับถมหัวใจของสัตว์โลก

 

เวลาครูบาอาจารย์ของเรา เวลาท่านประพฤติปฏิบัติของท่าน ท่านพยายามขวนขวายของท่าน ถ้าใครคุณงามความดีได้มากน้อยขนาดไหนก็พยายามรักษาคุณงามความดีของตน แต่ถ้าใครยังทำคุณงามความดีของตนแล้วกิเลสตัณหาความทะยานอยากมันล้นฝั่ง ท่านก็พยายามต่อสู้กีดขวางขัดขวางมัน เห็นไหม ทำคุณงามความดีๆ ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว แต่เวลาทำความดี ดูสิ เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระโพธิสัตว์ๆ สร้างคุณงามความดีนะ เวลาสร้างคุณงามความดี ขวนขวายทำคุณงามความดีของท่าน พอทำคุณงามความดีของท่าน ที่ว่าเป็นมนุษย์ชาติหนึ่ง เขาสร้างทางกัน เวลาเห็น “เขาทำทางกันเพื่ออะไร”

 

“องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จผ่านทางนี้ เรามาสร้างบุญบารมีกัน” เขาขอช่วงหนึ่งทำของเขา แต่ทำแล้วทำเล่ามันทำไม่เสร็จ ทำไม่ทันไง เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมา ท่านนอนราบไปให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเหยียบบนร่างนั้นไปไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหยียบบนร่างนั้นไป พยากรณ์เลย “อนาคตไปข้างหน้าจะได้ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะได้ชื่อว่าสมณโคดม”

 

เวลาทำคุณงามความดี ทำคุณงามความดีกับใคร เวลาทำคุณงามความดีกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลาทำคุณงามความดีกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพราะว่าเขาสร้างสมบุญญาธิการของเขามา เวลาเขาสร้างสมบุญญาธิการของเขามา มันเข้ากันโดยธาตุไง เข้ากันโดยธาตุ ที่ไหนทำคุณงามความดีก็อยากจะร่วมมือไปกับเขาไง

 

แต่ถ้ามันเป็นโดยกิเลสตัณหาความทะยานอยากไง ที่ไหนทำคุณงามความดีก็อยากไปจะร่วมกับเขา แล้วก็จะไปชิงดีชิงชั่วกับเขา ก็จะไปแย่งชิงกับเขา ก็จะไปเหยียบย่ำทำลายเขา นั่นทำความดีอย่างนั้น

 

ทำความดี ทำความดีก็ต้องระวังนะ ทำความดีก็ต้องระวัง แต่ถ้าทำความดีกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นอนราบไปเลยนะ ให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหยียบย่ำร่างกายนี้ไปเลย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพยากรณ์เลยนะ ในอนาคตข้างหน้าจะได้เกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ จะได้ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บอกชื่อบอกเสียงหมด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านพยากรณ์แล้วไปข้างหน้า นี่ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

 

ทำดีก็ต้องได้ดี ทำชั่วก็ต้องได้ชั่ว แต่เวลาทำคุณงามความดีๆ ทำคุณงามความดีของเรา กิเลสตัณหาความทะยานอยากของเรามันก็ต่อต้าน เวลาสังคมมันก็กีดขวาง สังคมมันก็ทำลายทั้งนั้นน่ะ เวลาทำลายๆ นี่สังคมๆ

 

สังคม คนเกิดมามันมีกิเลสตัณหาความทะยานอยากทั้งนั้นน่ะ ถ้าคนมีกิเลสตัณหาความทะยากอยาก ใครจะมีอำนาจวาสนามากน้อยขนาดไหน ดูสิ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย พระอรหันต์ต้องแสนกัปนะ ถ้าเป็นพระอรหันต์ขึ้นมาต้องมีบุญญาธิการ ต้องมีอำนาจวาสนา

 

เวลาเราทำประวัติครูบาอาจารย์ที่เชื่อว่าเป็นพระอรหันต์ ดูแต่ละองค์ๆ ในหนังสือสิ ท่านขวนขวายของท่าน ท่านมีการกระทำของท่าน ท่านฟื้นฟูของท่าน แต่เวลาถ้าเป็นจริงขึ้นมา เป็นจริงขึ้นมาแล้ว เวลาหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านวิหารธรรมๆ ไง ท่านอยู่ที่ไหนก็มีความสุขของท่าน เวลาเราเห็นท่าน ท่านอยู่ในป่าในเขา หลวงตาท่านเล่าให้ฟัง ท่านบอกว่า ถ้าอยู่เชียงใหม่ เทวดามหาศาล พวกเทวดา กามภพ รูปภพ อรูปภพมาฟังเทศน์ท่านมากมาย เวลาอยู่ในภาคอีสานมันน้อยกว่าๆ

 

เวลากลางคืนท่านเทศนาว่าการอบรมสั่งสอนพวกเทวดา อินทร์ พรหม เวลากลางวันท่านก็อบรมสั่งสอนพระ นี่ความเป็นอยู่ของท่าน ท่านมีวิหารธรรมในใจของท่าน มีวิหารธรรมของท่าน นี่มันเป็นตัวอย่าง ท่านบอกเลย ถ้าอยู่ทางโลกเหมือนเศษคน ก็อยู่ในป่าในเขา เวลาอยู่ในป่าในเขาแบบหลวงปู่มั่นนะ อยู่ในป่าในเขาแบบพระอรหันต์นะ แล้วเวลาผู้ที่ประพฤติปฏิบัติจะไปอยู่ในป่าในเขาๆ เวลาในป่าในเขาก็ไปขวนขวาย ไปทุกข์ไปตรอมตมในใจของตน

 

เวลาคนชาวภูเขานะ ชาวดอยเขาก็อยู่เขาของเขา เขาก็มีความทุกข์ความยากของเขา ในหลวงก็ต้องไปพัฒนาๆ ไอ้การอยู่อย่างนั้นมันการอยู่แบบชาติกำเนิด มันไม่ได้อยู่แบบเห็นภัย

 

ครูบาอาจารย์ของเรานะ ท่านไปเห็นภัยในวัฏสงสาร เวลาบวชมาแล้วก็เข้าป่าเข้าเขาไป เข้าป่าเข้าเขาไปเพื่อฝึกฝนตน เอาเสือ เอาช้างมาเป็นครูสอน ครูสอนว่า เดี๋ยวมันทำลายเรา เดี๋ยวมันฆ่าเรา เราต้องมีสติปัญญา เราต้องอยู่กับพุทโธ เราไม่ต้องคิดนอกเรื่องนอกราว เราพยายามจะสร้างสมนะ ความกลัวๆ ก็ต้องพิจารณา อะไรเป็นความกลัว ความกลัวมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร แล้วมันหายไปอย่างไร เราไปอยู่ในเขา เราอาศัยสิ่งนั้นนั้นเป็นชัยภูมิ คนที่มีสติปัญญา เขาอยู่กันแบบนั้น ไม่ใช่ไปอยู่ป่าๆ พระป่าๆ ไปอยู่ในป่า อยู่ในป่าแบบพรานป่าหรือ พรานป่ามันมีปืนนะ มันฆ่าสัตว์นะ แต่นี่เราไปอยู่ในป่า สัตว์จะฆ่าเรานะ

 

นี่พูดถึงเวลาทำคุณงามความดีไง ในพระไตรปิฎกนะ มันมีพระเป็นเจ้าอาวาส เวลามีพระธุดงค์มา พระจรมา เป็นพระอรหันต์มาอาศัยอยู่ด้วย พออาศัยอยู่ด้วย ทีแรกมาก็รับไว้ด้วยความจำใจ พออยู่ไปๆ ด้วยกลิ่นของศีลกลิ่นของธรรม ประชาชนเขาศรัทธา พอเขาศรัทธาขึ้นมา เขาก็จะถวายผ้าไตร เขาบอกว่าเขามีแล้ว เขาไม่ต้อง เวลาเขาจะนิมนต์ไปฉันนะ มันหวง หวงแหนสิ่งที่เขาถวายพระไตร แล้วเขาก็นิมนต์ไปฉันที่บ้าน บอกว่าพรุ่งนี้เช้านิมนต์ไปฉันที่บ้าน แล้วพระก็นัดกันว่าเช้าขึ้นมาเขาจะเคาะระฆัง แล้วก็ไปฉันที่บ้าน

 

สุดท้ายแล้วคหบดีเขาก็ไปเตรียมอาหารของเขา ไอ้พระที่หวงถิ่นไง เช้าขึ้นมามันก็เอาเล็บไปดีดระฆัง เสร็จแล้วมันก็ไปบ้านคหบดี ไปบ้านคหบดี คหบดีเขาถาม “อ้าว! แล้วพระที่นิมนต์ทำไมไม่มาล่ะ”

 

“โอ๋ย! มันนอนตื่นสาย ขี้เกียจขี้คร้าน อู๋ย! ไม่ได้เรื่องเลย” อิจฉาๆ นี่ใส่ความเขาไปทั่ว แต่คหบดีเขารู้ เขามีหูมีตานะ เขารู้ว่าพระองค์ไหนดีและองค์ไหนไม่ดี พระองค์ที่ดีเขาสงบเสงี่ยม เขาสงบระงับของเขา เขาไม่ต้อนรับแขก ไอ้พวกต้อนรับแขก ไอ้พวกพยายามจะแสวงหาลาภ เขารู้ว่านั่นน่ะไม่ใช่ของจริง

 

เวลาเขานิมนต์ฉัน ฉันเสร็จแล้วเขาก็เอาอาหารใส่บาตรเต็มบาตรเลย บอกว่าให้กลับไปถวายพระองค์นั้นด้วย เวลากลับมาแล้วไม่เจอ ท่านธุดงค์ไปแล้ว พระเขารู้

 

เวลาพระโพธิสัตว์ทำคุณงามความดีกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลาสร้างทาง ทางมันไม่สร็จ นอนราบไปเลย ให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหยียบย่ำร่างกายนั้นไป องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพยากรณ์เลยว่า ต่อไปอนาคตกาล พระโพธิสัตว์นี้จะได้ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าชื่อว่าสมณโคดม

 

แต่ไอ้พระที่หวงถิ่น ไอ้พวกขี้เหนียว ไอ้พวกเห็นแก่ตัว ไอ้พวกอิจฉาตาร้อน ทำลายเขาๆ ไง ตกนรกอเวจีนะ พอเกิดมาเป็นมานพ เป็นลูกเศรษฐี พออยากจะบวช บวชไปสำนักไหนนะ สำนักไหนไปบวชแล้วไปทำลายชื่อเสียงเขา เพราะอะไร เพราะว่าอาหารปกติกินไม่ได้ ต้องกินขี้

 

เวลาพระเขาไปบิณฑบาตกันนะ โอ๋ย! อดอาหาร ยืนขาเดียว กินลม กินอาหารทิพย์ สุดท้ายแล้วนะ พระเขาก็ให้คนเฝ้า พอคนเฝ้าเห็นเลยว่าไปกินขี้ พอพระไปบิณฑบาตแล้วเขาเข้าไปที่ส้วม ไปตักอุจจาระนั้นกิน พระทั้งหมดเห็นกันว่ามันจะทำลายชื่อเสียง ทำให้เสียชื่อเสียง ไล่ออกไปๆ ไปยืนอยู่ในป่า ยืนอยู่ในป่านะ แล้วถึงเวลาก็ไปหาอุจจาระกิน แล้วก็ไปยืนอ้าปาก เขาว่าทำไมถึงทำอย่างนั้นล่ะ

 

โอ๋ย! กินอาหารทิพย์

 

นี่เวลามันให้ผลๆ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว คนทำคุณงามความดีๆ จนได้ไปเกิดเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าชื่อสมณโคดม ไอ้พวกที่หวงแหน ไอ้พวกที่ตระหนี่ถี่เหนียว เวลาไปเกิดเป็นมานพ เกิดมาแล้วเป็นคนกินอุจจาระ นี่พระพุทธศาสนายืนยันอย่างนั้น ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว

 

นี่ก็เหมือนกัน ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นี่เป็นเรื่องความจริงทั้งนั้น นี่อยู่ในพระไตรปิฎก สิ่งที่เป็นจริง เป็นจริงอย่างนี้ ในพระพุทธศาสนา ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว แต่การทำคุณงามความดี ทำคุณงามความดีแล้วมันเจอสิ่งกีดขวาง เจอผลกระทบแน่นอน ทำดี แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย มันเป็นภัยทั้งนั้นน่ะ

 

แต่ถ้าคนเป็นจริงๆ นะ เขาทำดีเพื่อความดีไง แล้วเวลาสร้างคุณงามความดี ข้อวัตรปฏิบัติของเรา เราทำเพื่อรักษาหัวใจของเรา เราค้นคว้าหัวใจของเราไง ถ้าค้นคว้าหัวใจของเรา เวลาคนที่ประพฤติปฏิบัติไปแล้วนะ ถ้าคนที่มีหูมีตาเขาคอยจ้องดูว่าใครภาวนาได้หรือไม่ได้ไง เพราะอะไร เพราะเขาต้องการฟังธรรมๆ อย่างนั้นไง

 

แต่ถ้าครูบาอาจารย์ที่ดีท่านปกป้องดูแลไว้ ให้มีเวลา ให้มีการประพฤติปฏิบัติ ให้มันเป็นจริงขึ้นมา เพราะถ้าเป็นความจริงขึ้นมา พอจิตมันสงบหรือจิตมันมีสิ่งใด มันจะมีแง่มีงอน กิเลสมันจะพลิกมันจะแพลง เวลาเราพิจารณาไปนะ ถ้าเราทำความเพียรด้วยความทุกข์ความยากนะ วันใดกิเลสมันเผอเรอไปนะ โอ้โฮ! วันนั้นจิตสงบลงได้ พอจิตสงบลงได้ โอ้โฮ! มีความสุขมาก เวลาจะภาวนาให้จิตมันสงบไปอีกมันทำได้แสนยาก แล้วกิเลสถ้ามันรู้ทันด้วยนะ มันปกมันป้องนะ เพราะอะไร เพราะมันต้องการให้สัตว์โลกอยู่ในอำนาจของมัน นี่ครูบาอาจารย์ท่านประพฤติปฏิบัติท่านรู้เล่ห์เหลี่ยมของกิเลสไง ถ้ากิเลสอย่างนั้น ท่านจะปกป้องไว้ ท่านจะดูแลไว้ไง เพราะมันจะเจริญแล้วเสื่อม คนที่ประพฤติปฏิบัติมันจะเจริญแล้วเสื่อม พอเสื่อมแล้วกลับมาไม่ได้ไง

 

แต่ถ้าครูบาอาจารย์ของเราท่านจะปกป้องดูแลฟื้นฟูขึ้นมาๆ เห็นไหม แก้จิตนี้แก้ยาก การประพฤติปฏิบัตินี้แสนยาก แสนยากเพราะอะไร เพราะกิเลสตัณหาความทะยานอยากมันครอบงำสัตว์โลกมาไม่มีต้นไม่มีปลาย มันครอบงำมาตลอด

 

เราฟังธรรมๆ วันนี้วันพระ ถ้าวันพระ เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนามันละเอียดลึกซึ้งจนเราจะคาดหมายไม่ได้ ลัทธิศาสนาอื่นนะ มันมีวัตถุ มีสิ่งที่จับต้อง ถึงเวลาแล้วให้พระเจ้าพยากรณ์ คือมันมีเหตุมีปัจจัยที่เขาจะส่งออก แต่ของเรามันต้องทวนกระแสกลับเข้ามา

 

ดูสิ เวลาเราออกไปเที่ยวนอกบ้าน เราเพลิดเพลินทั้งนั้นน่ะ กลับเข้ามาในบ้าน ในบ้านเรามีสิ่งใดเราก็รู้อยู่แล้ว แต่ถ้าของที่เราซ่อนไว้ เราลืมไป เราไม่เห็น กลับเข้าบ้านของตน เราไม่รู้สิ่งใดเลยว่ามันอยู่ที่ไหน แต่ถ้าออกไปนอกบ้านมันสนุกครึกครื้น มันมีที่ชื่นชม มันมีคนยกย่องสรรเสริญ มันมีคนคอยปอกลอก มันมีคนคอยค้ำจุน ร้อยแปด ส่งออก

 

พระเจ้าพยากรณ์ หวังพึ่งคนอื่น แต่พระพุทธศาสนาไม่เป็นอย่างนั้น พระพุทธศาสนา พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน พุทธะในใจของตน กลับเข้าบ้านของตน การจะกลับเข้าบ้านของตน ทวนกระแสกลับเข้าไป ถ้าทวนกระแสกลับเข้าไป คนถ้าไม่มีอำนาจวาสนาบารมีมันจะทวนกระแสกลับเข้าไปได้อย่างไร

 

เวลาทวนกระแสกลับเข้าไป ดูสิ เวลาน้ำป่ามันเกิดขึ้นมานะ มันซัดบ้านเรือนพังทลายไปหมดเลย เวลาอารมณ์คนที่มันรุนแรง ความโลภ ความโกรธ ความหลงมันออกมาจากใจ มันท่วมท้นหัวใจ มันทำลายไปทั่วเลย เราจะฝืนกระแส ปลาเป็นว่ายทวนน้ำๆ สติปัญญาต้องทวนเข้าไปหาในใจของตน ถ้าหาใจของตน คนที่ทำได้ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว คนที่ประพฤติปฏิบัติขึ้นมามันต้องมีพื้นฐานของมัน มันต้องมีอำนาจวาสนาของมัน มันถึงได้มีกำลังของตนที่จะเข้าไปสู่ใจของตนได้ ถ้าเข้าไปหัวใจของตนได้ พุทธะ เข้าไปสู่ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานในใจของตน ถ้าเป็นพุทธะแล้ว ถ้าเรามีสติปัญญา วันนี้วันพระๆ วันพระของเรานะ พระผู้ประเสริฐ

 

พระอรหันต์ของเราๆ ในบ้านของเราก็มีพ่อมีแม่เป็นพระอรหันต์ของเราเพราะให้ชีวิตนี้มา ถ้าเราประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เรามีศาสดา มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นศาสดา มีครูบาอาจารย์เป็นแบบอย่าง แล้วการกระทำ เรากระทำเข้ามาในหัวใจของตน ถ้าเข้ามากระทำในหัวใจของตน ศีล ๕ เป็นสัจธรรม พระพุทธศาสนา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เวลาหลวงตาท่านประพฤติปฏิบัติของท่าน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์รวมลงในหัวใจของตน

 

พุทธ ธรรม สงฆ์ มันเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างไร เวลาประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เอโก ธมฺโม เวลาความคิดมันแตกแขนงไป ดูสิ ต้นไม้ต้นหนึ่งมันพุ่มมหาศาล นี่ไง ความคิดมันแตกยอดไปมหาศาลเลย แล้วมันกลับเข้ามาเหลือต้นไม้ เวลาต้นไม้ประพฤติปฏิบัติไป มันชอนไชลงไปสู่รากแก้ว รากแก้วมันฝังอยู่ในดินนะ ต้นไม้ที่จะเกิดขึ้นได้มันต้องมีรากแก้วของมัน รากแก้วของมันคืออวิชชา รากแก้วของมันคือสิ่งที่เรามองไม่เห็น สิ่งที่เรามองไม่เห็น แล้วทำอย่างไร

 

นี่วันพระ เรื่องของปัญหาสังคม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว การกระทำของเขา คนเราเกิดมา เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เราก็อยากจะค้ำจุนศาสนา อยากจะประพฤติปฏิบัติ เวลาเข้ามาแล้วมีกำลังมากน้อยแค่ไหน มีกำลังพอไหม มีสติปัญญายับยั้งได้ไหม

 

กาในฝูงหงส์ หงส์ในฝูงกา ฝูงหงส์ๆ นะ ผู้ที่มีความสะอาดบริสุทธิ์นี่ฝูงหงส์ อีกามันเข้าไปอยู่ตัวหนึ่ง กาๆ อยู่นั่นน่ะ แล้วกามันก็จะนำฝูงหงส์นั้น มันจะนำไปได้ไหม

 

หงส์ในฝูงกา ฝูงกามีแต่อีกา มีแต่สีดำสนิทไปหมดในหัวใจ

 

ฝูงหงส์ หงส์ที่เราจะประพฤติปฏิบัติขึ้นมาในหัวใจของเรา เราต้องต่อสู้ปฏิบัติ

 

พระพุทธศาสนามีการกระทำนะ การเห็นสมณะๆ เห็นสมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ เป็นมงคลชีวิตไง เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดในประเทศอันสมควรนะ โอกาสอย่างนี้หาได้ยาก แล้วโอกาสอย่างนี้หาได้ยากนะ ชาวพุทธอยู่ในประเทศไทย อยู่ในพระพุทธศาสนา ไม่รู้ไม่เห็นหรอกว่าความจริงเป็นอย่างไร รู้แต่ว่าวัดวัดหนึ่งมีแต่ธุรกิจเต็มวัด มีรถจอดอยู่เต็มเลย เพราะมองเห็นได้ตลอด มีที่บริการจอดรถ มีตลาดนัด มีทุกอย่างพร้อมเลย แล้วก็เบนหน้าหนี วัดเป็นอย่างนี้หรือ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ต่ำต้อย ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่แสวงหาแต่ผลประโยชน์ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ชิงดีชิงเด่น ศาสนาพุทธ มันมองอย่างนั้นนะ นี่คนที่ต่ำต้อย คนที่ไม่มีอำนาจวาสนาไง

 

คนที่มีวาสนานะ พระพุทธเจ้าสอนอะไร ถ้าศาสนานี้ไม่จริง ทำไมในสมัยพุทธกาล กษัตริย์มาบวชนะ สละราชสมบัติมาบวช ในสมัยปัจจุบันนี้นะ กษัตริย์ในประเทศไทยเรา ราชาโน เป็นกษัตริย์ที่ค้ำจุนศาสนา ท่านก็มาบวชของท่าน เวลากษัตริย์ท่านก็อยากบวชนะ อยากบวช อยากชิมรส อยากลิ้มรสชิมรสพระธรรม พอเป็นกษัตริย์แล้ว ศาสนูปถัมภก เป็นผู้ค้ำจุนศาสนา แล้วศาสนาเป็นอย่างไร นี่ถ้าเราคิดได้ไง

 

เหมือนทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว กิเลสตัณหาความทะยานอยากมันปิดหูปิดตา โอ้โฮ! วัดมีแต่ธุรกิจไปหมดเลย โอ้โฮ! วัดเป็นอย่างนี้หรือ พระพุทธศาสนานี่หาแต่เงินแต่ทองหรือ กิเลสมันก็พาคิดไปนู่นใช่ไหม

 

แต่ถ้าเราระลึกได้ พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนอย่างนั้น พระพุทธเจ้าเวลาสอน เวลาบวชขึ้นมา นิสสัย ๔ อกรณียกิจ ๔ เวลาประพฤติปฏิบัติขึ้นมาเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา เวลาเข้าป่าเข้าเขาไป เวลาบวชแล้วให้ รุกฺขมูลเสนาสนํ ให้เข้าป่าเข้าเขาไปค้นคว้าหาตนเอง หาพุทธะในใจของตน ถ้าเกิดเป็นธรรมๆ ขึ้นมา ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วไง ทำดีในพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนา แก่นของพระพุทธศาสนาสอนที่นี่ กรรมฐาน ๕ เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ พระพุทธเจ้าสอนเข้ามาที่ใจของคน พระพุทธเจ้าสอนเข้ามาในสิ่งนี้

 

ไอ้นั่นมันศาสนวัตถุ ศาสนบุคคล ศาสนธรรม เราแสวงหาศาสนธรรม เวลาครูบาอาจารย์ของเรานะ สร้างศาสนทายาท เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมแล้วเทศนาว่าการไปได้ภิกษุ ๖๐ องค์ “เธอกับเราพ้นทั้งบ่วงที่โลกและบ่วงที่เป็นทิพย์”

 

ที่มีปัญหากันนี่มันเป็นปัญหานี้ทั้งนั้นแหละ บ่วงที่เป็นทิพย์ก็แหม! ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เวลาภาวนาไป จินตนาการไป โอ้โฮ! เป็นทิพย์สมบัติ เป็นเรื่องไสยศาสตร์หมดเลย เป็นเรื่องอภิญญา นี่บ่วงที่เป็นทิพย์ไง บ้าบอคอแตก เวลาบ่วงที่เป็นโลก ยศถาบรรดาศักดิ์ ความชื่นชมของสังคมไง

 

เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพูดกับพระที่เผยแผ่ครั้งแรกนะ “เธอกับเราพ้นจากบ่วงที่เป็นโลก” ยศถาบรรดาศักดิ์ทั้งหมด สิ่งที่เป็นทิพย์ อภิญญาทั้งหมด “เธอพ้นจากบ่วงที่เป็นโลกและบ่วงที่เป็นทิพย์ เธอจงไปอย่าซ้อนทางกัน โลกนี้เขาเร่าร้อนนัก”

 

โลกนี้เขาเร่าร้อนนัก เพราะเขาทุกข์เขายาก เขาปากกัดตีนถีบ เขาอยากหาทางออก เขาไปไม่ได้ทั้งสิ้น ถ้าเขามีอำนาจวาสนาแบบพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ เห็นพระอัสสชิไปบิณฑบาต ยังใส่ใจสนใจ ฟังเทศน์พระอัสสชิหนเดียวได้เป็นพระโสดาบัน ประพฤติปฏิบัติถึงสิ้นสุดแห่งทุกข์ แต่ท่านก็สร้างอำนาจวาสนาของท่านมา ๔ อสงไชย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย พระอรหันต์แสนกัป นี่อัครสาวกมากกว่านั้น จิตใจถึงมั่นคง จิตใจถึงมีหลักเกณฑ์ จิตใจถึงแสวงหาสิ่งที่ดีงาม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แต่ต้องดีแท้ๆ ดีจริงๆ ดีแบบธรรม เอวัง

ติดต่อสอบถาม 032-240-666 , 0830382477 Copyright © 2009-2018, สงวนลิขสิทธิ์โดย www.sa-ngob.com