ค้นหา
คำค้น 
จาก 
หมวดหมู่ 


- แผนที่วัดป่ามหาบัว ญาณสัมปันโน ต.ทองหลาง อ.ห้วยคต จ. อุทัยธานี
- แผนที่วัดป่าหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ต.ระบำ อ.ลานสัก จ. อุทัยธานี
- แผนที่วัดสันติธรรมาราม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
- แผนที่วัดป่าตะนาวศรี ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
- แผนที่วัดป่าพุทธธรรม ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี
- แผนที่วัดป่าสมสงัด บ้านเขาควง ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
- แผนที่วัดสันติธรรมาราม(ที่พักสงฆ์) ต.ไล่โว่ อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี

 
 เทศน์เช้า เทศน์เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2561  Audio  คลิกดาวน์โหลด  Video  pdf

 

เทศน์เช้า วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๑
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรมนะ ตั้งใจฟังธรรม ฟังธรรมเพราะว่าเราเป็นชาวพุทธ เราชาวพุทธ เรานับถือพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นมาได้ต้องมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ถ้ามีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม ถ้าตรัสรู้ธรรมเป็นสัจธรรม เป็นความจริง เป็นวิมุตติสุข นี่ธรรมะอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง เวลาธรรมะอันบริสุทธิ์ผุดผ่องมันอยู่ในใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาว่าการไป เทศนาว่าการไปได้ปัญจวัคคีย์ ได้ยสะ สิ่งที่เป็นความสะอาดบริสุทธิ์ในหัวใจนั้นมันมีคุณค่า คุณค่าเริ่มต้นมามันเป็นคุณค่าสัจจะความจริง ถ้าสัจจะความจริง เวลาเผยแผ่ธรรมมาๆ เพื่อปรารถนาจะรื้อสัตว์ขนสัตว์ไง

 

ไอ้เราก็เป็นชาวพุทธไง เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาไง เราก็ต้องรอให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาขนย้ายเอาไปไง มาอุ้มชูไป

 

เวลาอุ้มชูไป อุ้มชูไปมันเป็นเรื่องของทางโลก เวลาทางโลก เวลาเกิดมา ทาน ศีล ภาวนา เวลาเกิดระดับของทานๆ ไง ผู้ที่ทำบุญกุศลมา สิ่งที่ทำสิ่งใดก็ประสบความสำเร็จ เห็นไหม ในสมัยพุทธกาล ดูสิ เวลาพระอินทร์ เวลาเขาปกครองเทวดาขึ้นมา เวลาเทวดาที่เขาทำบุญกุศลมากกว่าพระอินทร์ คือว่าผู้ที่ใต้ปกครองแต่มีทรัพย์สมบัติมากกว่า

 

เขามาใส่บาตรพระกัสสปะๆ เวลาพระกัสสปะจะไปโปรดคนทุกข์ คนจน คนเข็ญใจ เวลาไปโปรดคนทุกข์คนเข็ญใจ เพราะว่าเขาคนทุกข์คนเข็ญใจ พระอินทร์ก็ปลอมตัวมาเป็นช่างทอผ้า เวลาไปแล้ว คนมันร่ำรวยขนาดนั้นมันใส่ มันจะปิดบังตัวเองไม่ได้ไง พระกัสสปะกำหนดจิตดู “มหาบพิธ มหาบพิธอย่าขี้โกงสิ เขาจะโปรดคนทุกข์คนยาก”

 

“ข้าพเจ้าก็คนทุกข์คนยาก” พระอินทร์นี่คนทุกข์คนยาก เพราะอะไร เพราะในเมื่อทรัพย์สมบัติไม่เท่าเขา ในเมื่อผู้ใต้ปกครองมีอำนาจมากกว่า มันเป็นความทุกข์ความยาก นี่ไง ความทุกข์ความยากของเขาๆ นี่ระดับของทาน

 

ระดับของทาน ผู้ที่ทำบุญกุศลของเขา เขาได้บุญกุศลระดับของทาน ผู้ที่ทำสัจจะความจริง สัจจะความจริง เวลาคนที่มีการศึกษา เวลาค้นคว้าขึ้นมาก็อยากจะได้สัจจะได้ความจริง ถ้าอยากได้สัจจะได้ความจริงก็แสวงหา การแสวงหา เช่น วันนี้หนังสือประวัติหลวงปู่ลี สุดยอดๆ ดูสิ ประวัติครูบาอาจารย์ของเรา ถ้าเราพิมพ์มา เรามั่นใจว่าเป็นพระอรหันต์ ถ้าเป็นพระอรหันต์ขึ้นมา สัจจะความจริงอันนั้นมันมาจากไหน การเป็นพระอรหันต์มันต้องมีที่มาความเป็นพระอรหันต์

 

ความเป็นพระอรหันต์ เวลาเขาพูดถึง เขาพูดถึงการประพฤติปฏิบัติ พูดถึงข้อวัตรปฏิบัติ ถ้าการประพฤติปฏิบัติ แสวงหาเพื่อวัตรปฏิบัติอันนั้นใช่ไหม ถ้าวัตรปฏิบัติอันนั้น วัดวาที่ไหนก็แล้วแต่ ถ้ามันเป็นที่ประพฤติปฏิบัติ

 

ระดับของทานๆ เวลาเขามา มีความยิ่งใหญ่ โอ่อ่า โอ่อ่าที่ไหนมันก็ควรไปที่เธอพอใจ ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้ปิดกั้นนะ เพราะอะไร เพราะคนที่จะเข้าถึงที่สุดแห่งทุกข์มันเป็นไปได้ยาก เวลาเป็นไปได้ยากขึ้นมา ฟังธรรมๆ ขึ้นมา ทุกคนพอฟังธรรมขึ้นมา โอ้โฮ! จะให้เป็นพระอรหันต์เลยหรือนี่ มาวัดมาวาไม่ใช่อยากเป็นพระอรหันต์ อยากจะร่ำอยากจะรวย อยากจะมียศถาบรรดาศักดิ์

 

ไอ้นั่นมันระดับของทาน ระดับของโลก ใครทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ใครทำมา เขามีบุญกุศล เขาได้ทำของเขามาเขาก็ประสบความสำเร็จของเขา ใครทำบาปอกุศลของเขามา ถึงเวลาแล้วเขาทุกข์จนเข็ญใจ ไอ้นี่ก็อยู่ที่อำนาจวาสนาบารมี ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เชื่อกรรมๆ กรรมคือการกระทำ ถ้าทำดีๆ ขึ้นมาแล้ว ทำดี ผลมันตอบให้เป็นคุณงามความดีอันนั้น ถ้าทำชั่วๆ มา จะเก็บซ่อนไว้ที่ไหน ความลับไม่มีในโลกหรอก ความลับไม่มีในโลกเพราะอะไร เพราะเราเป็นคนกระทำ เราเป็นคนกระทำ มันอยู่ในหัวใจทั้งนั้นน่ะ แล้วเวลามันให้ผลขึ้นมา มันให้ผลในใจของเราทั้งนั้นน่ะ

 

แต่การเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เราไม่รู้ว่าเราทำมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เวลาในสมัยพุทธกาล เวลามีสิ่งใดแล้วไปถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ไม่ใช่เป็นตอนนี้หรอก มันเป็นมาทั้งนั้นน่ะ เป็นมาอย่างนี้ตลอด ย้ำคิดย้ำทำมาเป็นอย่างนี้จนเป็นจริตเป็นนิสัย ถ้าจริตนิสัยมันเป็นอย่างนั้น นี่ระดับของทาน ระดับของกรรม เห็นไหม แต่ถ้าเอาความจริงของเรา เวลาคนเอาความจริงขึ้นมา ทุกคนก็แสวงหา แสวงหาสัจจะความจริง ถ้าแสวงหาสัจจะความจริง เขาก็ไปวัดปฏิบัติๆ เขาก็มีกฎกติกาของเขา

 

เวลาหลวงตาท่านพูดนะ ทุกคนถามประจำ เหยียบหัวพระพุทธเจ้าแล้วแสดงธรรม เหยียบหัวพระพุทธเจ้า คือธรรมและวินัยคือศาสดา เหยียบหัวพระพุทธเจ้าแล้วแสดงธรรม

 

ไอ้นี่ก็เหมือนกัน ถ้าไปวัดที่ไหน วัดเขามีข้อกติกาของเขา ไปเหยียบย่ำเขา ไปทำลายเขา ด้วยว่าความยิ่งใหญ่ของตน แล้วความยิ่งใหญ่ของตนมันก็ไปยิ่งใหญ่ที่บ้านของตนสิ ทุกคนยิ่งใหญ่ทั้งนั้นน่ะ กลับไปที่บ้าน ในบ้านของเรา เราสร้างเอง เรายิ่งใหญ่ได้ ถ้าไปวัด ใครยิ่งใหญ่

 

เวลาเราพูดกันด้วยความเป็นธรรมนะ เราเกิดมา เราเกิดมาเสมอภาคกันโดยความเป็นมนุษย์ เราเสมอภาคกันมา คนรวยคนจนมันก็มีอวัยวะ ๓๒ เหมือนกัน มันต่างกันตรงไหน ถ้ามันไม่ต่างกันตรงไหน คนที่มีคุณธรรมนะ เขาเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ เขาเห็นคุณค่า แต่พอมาแล้วอยากดังอยากใหญ่

 

ฉะนั้น เมื่อวานเขามีมา จะมาขอพัก ไม่ให้ บอกว่า เอ็งมาเหยียบกูกลางศาลา กลางศาลานี้เขามีกฎกติกาของเขา เอ็งมีสิทธิอะไรมาวางกล้าม เอ็งมีสิทธิอะไร เอ็งยิ่งใหญ่มาจากไหน ถ้าเอ็งยิ่งใหญ่ก็บ้านมึงไง

 

ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกไว้แล้ว เธอควรทำบุญที่เธอพอใจ เธอพอใจที่ไหนไปทำที่นั่น ถ้ายิ่งใหญ่ที่ไหนให้กลับไปยิ่งใหญ่ที่บ้านของตน ไปยิ่งใหญ่ อย่ามายิ่งใหญ่ที่นี่ ที่นี่ธรรมยิ่งใหญ่ ความเสมอภาคยิ่งใหญ่ ความมีน้ำใจยิ่งใหญ่ ความเห็นอกเห็นใจกันยิ่งใหญ่ ความยิ่งใหญ่คือความอหังการ คือช่องทางแห่งการเหยียบย่ำทำลายกัน มันมายิ่งใหญ่ที่นี่ไม่ได้ นี่ไง เหยียบหัวพระพุทธเจ้าแล้วแสดงธรรม

 

ไอ้นี่เอ็งก็มาเหยียบหัวกูเหมือนกัน ชาตินี้อย่าเข้ามาในนี้ เป็นไปไม่ได้ ไม่มี เพราะอะไร เพราะนี่ไง ทุกคนก็บอกว่าเจตนาดีๆ ไปวัดไหนก็ได้มีความเจตนาดี

 

เจตนาดี เจตนาทั้งนั้นน่ะ แต่ดี มันทำชั่วก็ได้ ทำเลวก็ได้ เจตนา เจตนาอะไร มรรคหยาบฆ่ามรรคละเอียด ไม่รู้สิ่งใดเลย เวลาคนเขากำลังจะเป็นจะตาย เขาติดเตียงอยู่ เจตนาดีจะเอาเขาไปท่องเที่ยวชายทะเลหรือ มันเป็นไปไม่ได้หรอก เจตนาดีก็ส่วนเจตนาดี อย่ามาอ้างว่าเจตนาดี อย่า อย่า วุฒิภาวะของจิตแตกต่างกัน ความรู้สึกของจิตแตกต่างกัน

 

ฉะนั้น สิ่งที่ว่าเวลาจะเอาจริงเอาจังขึ้นมา เวลาทำบุญก็อยากได้บุญมากๆ เวลาประพฤติปฏิบัติก็จะให้ได้ความจริง ถ้าได้ความจริง ความจริงมาจากไหน ความจริงถ้าให้กิเลสมันเสี้ยม ยิ่งใหญ่นัก รู้ไปหมด อีโก้ทั้งนั้นน่ะ ไร้สาระ

 

เวลาเป็นธรรมๆ ขึ้นมา เขาเก็บเนื้อเก็บตัวในถ้ำในป่าในเขาของเขา เพราะอะไร เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมขึ้นมาแล้ว เขาจะรู้ได้อย่างไร จนทอดธุระ ฟังคำว่า “ทอดธุระ” มันแปลกประหลาดมหัศจรรย์กับทางโลกขนาดไหน

 

เวลาหลวงปู่มั่น เวลาหลวงตาท่านบรรลุธรรมของท่าน ถ้าพูดไป เขาก็หาว่าเราบ้า ถ้าพูดไป เขาก็หาว่าเราบ้า มันลึกลับซับซ้อนขนาดนั้นน่ะ แต่มันก็มีเครื่องแสดงออกได้ มันมีสื่อได้ เวลาสื่อขึ้นมามันก็แค่สื่อเท่านั้น ถ้าสื่อเท่านั้น คนที่ทำความจริงๆ ขึ้นมา แต่ความจริงขึ้นมา ธาตุของธรรมๆ ธรรมธาตุ พอธรรมธาตุขึ้นมาแล้วมันทำชั่วไม่ได้หรอก ธรรมธาตุมันก็เป็นธาตุธรรมทั้งนั้นน่ะ เวลาธาตุธรรมขึ้นมา สิ่งที่มันรู้แจ้งเห็นจริงในหัวใจอันนั้นน่ะ ความรู้แจ้งเห็นจริงในหัวใจนี่สติอัตโนมัติ

 

คำว่า “อัตโนมัติ” เวลาหลวงตาท่านพูด เห็นไหม คนภาวนาไม่เป็นไม่รู้ ท่านบอกเวลาจะคิดนี่นะ เหมือนแบกท่อนซุงเลยล่ะ เวลาจะคิดนี่ ความคิดมันหนักหน่วงเหมือนท่อนซุงเลยนะ แล้วจิตที่เป็นธรรมๆ มันออกมาเสวยๆ

 

เราจะบอกว่า สิ่งที่เวลาคิดแบบท่อนซุง เวลาเราจะแบกท่อนซุง เวลาเราจะงัดซุง เราต้องออกกำลังไหม เราจะมีความรู้สึกตัวไหม เราจะเผลออีกไหม แต่ถ้าเรานั่งอยู่แล้วท่อนซุงมันกลิ้งมาทับ นั่นน่ะตาย เวลาเรานั่งอยู่นะ เข็นครกขึ้นภูเขา แล้วครกมันก็กลิ้งมาทับเรา ไอ้นี่เหมือนกัน ความคิดเราไง เวลามันเกิดไง ธรรมๆ ตายแบนแต๊ดแต๋อยู่นั่นไม่รู้ว่าเป็นธรรม

 

แต่ถ้าเป็นจริงๆ สติมันเป็นอัตโนมัติ ว่าสติเป็นสมมุติๆ สติเกิดจากจิต แต่เวลาถ้าเป็นธรรมแล้วมันเป็นอัตโนมัติของมันเลยล่ะ ถ้าเป็นอัตโนมัติท่านบอกเลยนะ เวลาจะคิดเหมือนกับหาบหามนะ ต้องแบกหามเหมือนท่อนซุง คำว่า “หามเหมือนท่อนซุง” ความคิดหนึ่งเวลามันเสวย มันจะคิด นี่เหมือนท่อนซุงเลย สติมันพร้อมขนาดนั้นน่ะ นี่เวลาเป็นธรรม เป็นธรรมในหัวใจอันนั้นน่ะ นี่พูดถึงธาตุธรรมๆ ถ้าธาตุธรรมมันมีความสมบูรณ์อย่างนั้นมันจะรู้ถูกรู้ผิดไหม สิ่งที่มันจะผิดจะถูกมันรู้ไหม

 

ถ้ามันรู้ถูกรู้ผิดแล้ว แล้วคนที่มีคุณธรรมมันไม่รู้จักถูกจักผิดเลย มันเป็นธรรมได้อย่างไร คนที่ไม่รู้จักถูกจักผิด เห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด สิ่งที่เขาทำกันอยู่ที่ว่าดีงาม มันว่าผิด สิ่งที่มันคิดเอง มันต้องการความถูก อย่างนี้เป็นธรรมหรือ ธรรมของเอ็งหรือ แต่ไม่ใช่ธรรมของพระพุทธเจ้า ธรรมของพระพุทธเจ้าไม่เป็นอย่างนั้น

 

ถ้าธรรมของพระพุทธเจ้านะ คนที่ทุกข์จนเข็ญใจขนาดไหนนะ ทุคตะเข็ญใจที่ว่าจะมาบวชแล้วไม่มีใครบวชให้ เวลาผู้เฒ่ามาบวช ผู้ที่บวชแล้ว ผู้ที่ชราคร่ำคร่ามาบวช ผู้เฒ่ามาบวช นี่ว่ายากสอนยาก เวลาหนุ่มแน่นประสบการณ์มันยังไม่ปากกล้า ไม่โต้แย้ง ไอ้พวกผู้เฒ่ามาบวชเป็นเรื่องยุ่งยากมากเลย แต่เวลาไปบวชแล้วไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้กรรมฐานแล้วเข้าป่าไปเลยๆ ไปประพฤติปฏิบัติ

 

ประพฤติปฏิบัติ ผู้เฒ่าผู้แก่ ประสบการณ์ชีวิตมามากแล้ว เราทุกข์เรายากมามหาศาลแล้ว เราอยากจะพ้นทุกข์ๆ ไง ถ้าพ้นทุกข์ มันก็ต้องเอาใจของเราไว้ในอำนาจของเราไง ถ้ามันเกิดปัญญาขึ้นมา มันก็ศีล สมาธิ ปัญญาที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ ถ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ รื้อสัตว์ด้วยมรรคด้วยผลไง ด้วยมรรคด้วยผล มันช้อนเข้าไปในหัวใจไง

 

แล้วหัวใจ หัวใจที่อหังการมันมีแต่ทิฏฐิมานะ มันจะฟังใคร มันก็คิดเองทั้งนั้นน่ะ ธรรมะวิปัสสนึก มันนึกของมันไป ว่างๆ สบายๆ

 

สบายคู่กับไม่สบาย ว่างคู่กับไม่ว่าง สว่างคู่กับมืด ของคู่ทั้งนั้น ถ้าอ้าปากพูดมา ของคู่ทั้งนั้น นี่ถ้าเป็นความจริงๆ ความจริงมันจะเป็นของคู่ แต่เราก็พยายามขวนขวายของเรา กระทำของเรา นี่ไง พระพุทธศาสนาเริ่มต้นตั้งแต่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยของเรา แก้วสารพัดนึก คำว่า “แก้วสารพัดนึก” ไก่ได้พลอยๆ ไก่มันก็ได้แก้ว ไก่มันได้แก้ว มันไม่เอา มันจะเอาข้าวเปลือก แก้วมันกินไม่ได้ มันเป็นรัตนตรัย แก้วสารพัดนึก แล้วใครนึก ไก่นึกหรือคนนึก หรือวุฒิภาวะสูงต่ำนึก ถ้ามันนึกขึ้นมา มันปรารถนาขึ้นมา มันจะชักจูงตัวเองให้สูงขึ้นมา สูงขึ้นมา มันเป็นสัจจะเป็นความจริง ถ้ามันทำจริงมันต้องเป็นจริงอย่างนั้น

 

ถ้าเป็นธรรมนะ เป็นธรรมเป็นสัจจะความจริงนะ มันมีความอ่อนน้อมถ่อมตนในใจของมันอยู่แล้ว คำว่า “อ่อนน้อมถ่อมตน” ไม่ใช่กังวลหรือกลัวเขา แต่บัณฑิต ทุกข์ของบัณฑิตคืออยู่ใกล้คนพาล หัวใจทุกหัวใจมันพาลทั้งนั้น มันมีความพาลในใจของมัน แล้วถ้าเราไปอยู่ใกล้คนพาลมีความทุกข์อย่างยิ่ง อเสวนา จ พาลานํ ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา อย่าคบคนพาล อย่าอยู่ใกล้คนพาล อย่าไปเสวนากับคนพาล คนพาลทั้งนั้น

 

อ่อนน้อมถ่อมตน เหมือนเวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะประหารนะ ถ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะประหารคนคือชักสะพาน ถ้าทางโลกประหารคือการประหารชีวิต เขาต้องฆ่ากันตาย แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแค่ไม่พูดด้วยเท่านั้นน่ะ ชักสะพาน นั้นคือการประหาร คือมึงไม่ได้ประโยชน์แล้วล่ะ ชักสะพาน นั้นคือการประหารนะ

 

นี่เหมือนกัน เมื่อวานจะมา อย่ามายุ่ง ไปซะ เอ็งเก่งนัก เอ็งยอดเยี่ยมนัก เอ็งไปหาที่อยู่ของเอ็งเอง ที่นี่เขาเจ้ามีศาล มีผู้นำ มีผู้จะนำพาไปในสิ่งที่ดีงาม ถ้านำ ถ้านำอย่างนี้นำแบบหลวงพ่อไม่เอา ตากแดดตากฝน มีแต่ความทุกข์ความยาก อยากจะสะดวกสบาย เชิญ ควรทำบุญที่เธอพอใจ เธอพอใจที่ไหนควรไปที่นั่น

 

แต่ถ้าเอามรรคเอาผล เธอพอใจ พอใจมันก็ไปนอนเป็นหมูบนเขียงไง ความจะเอาสะดวกสบายนะ ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีมันเจริญ มีโยมหลายคนมากมาขอเรานะ ขอติดกระจกศาลานี้แล้วจะติดแอร์ให้ มีคนมาขอทำเยอะแยะเลย ไม่อนุญาต ไม่อนุญาตเพราะอะไร เพราะอย่างนั้นมันเป็นการเสแสร้ง เราต้องการความจริงกันอยู่แล้ว แล้วมาเสแสร้ง ความเสแสร้งมันเข้ากับกิเลสตัณหาความทะยานอยากทั้งนั้นน่ะ นี่พูดถึงเวลาว่าจะเอาความสะดวก เอาความสบาย เอาความคล่องตัว ทำไม่เป็นหรือ พระสงบคิดไม่เป็นหรือ พระสงบไม่มีลูกศิษย์เลยหรือ

 

มีทั้งนั้นน่ะ แต่ไม่เอา ไม่เอา ถ้าไม่เอาๆ แล้ว อย่า อย่าชะล่าใจนะ อย่าเหยียบย่ำ อย่าคิดว่าตัวเองดี อย่า ถ้าดีให้ดีไว้ในใจนั้น ถ้าประสาเรา ดีของเรานะ ดีต้องทำได้ ต้องมีศีล ต้องฝึกหัดสมาธิขึ้นมา ต้องมีปัญญาขึ้นมา ต้องมีหัวใจ ต้องมีน้ำใจ

 

หลวงตาท่านเตือนประจำ พระ ถ้าให้กันไม่ได้ ใครจะให้ พระทรงธรรมทรงวินัยไม่ได้ ใครจะทรง ไอ้ความให้อภัย ให้ต่างๆ ให้ทั้งนั้นน่ะ แต่การรุกราน การเหยียบย่ำ การทำลาย มันทำลายหมดนะ มันทำลายทั้งนั้น ถ้ามันทำลายแล้วนะ เอ็งทำลายตัวเองแล้ว เอ็งเผาตัวเองแล้ว เอ็งอย่าให้คนอื่นต้องทุกข์อย่างเอ็งอีกเลย เอวัง

ติดต่อสอบถาม 032-240-666 , 0830382477 Copyright © 2009-2018, สงวนลิขสิทธิ์โดย www.sa-ngob.com