เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๔ ม.ค. ๒๕๖๓

เทศน์เช้า วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๓

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรมนะ สัจธรรมเป็นสิ่งที่เราแสวงหา เราแสวงหาสัจธรรม หาสัจธรรมกัน แต่สิ่งที่เป็นสัจธรรมต้องเป็นความจริง ความจริงเป็นความจริงในพระพุทธศาสนา ถ้าความจริงของโลก ความจริงของโลกไง เชื้อโรค เชื้อโรคบางชนิดเราเห็นด้วยตาเปล่า เชื้อโรคบางชนิดเราเห็นด้วยตาเปล่าไม่ได้ แต่เรารู้ได้ว่ามันมีเชื้อโรค

นี่ก็เหมือนกัน กิริยามารยาทมันเป็นเรื่องมารยาทจากภายนอก ถ้ามารยาทจากภายนอก พ่อแม่สั่งสอน สั่งสอนให้ลูกเราเป็นคนดี ถ้าลูกเป็นคนดีนะลูกอย่ารังแกเพื่อน ให้มีน้ำใจต่อเพื่อนฝูง เวลาโตขึ้นมาลูกจะได้มีเพื่อน กิริยามารยาท สิ่งที่เราเห็นได้ว่ามันเป็นความดี และมันเป็นความชั่ว มันเป็นความชั่ว ความชั่วคือว่าการเห็นแก่ตัว ความชั่วคือการเบียดเบียนกัน ความชั่วคือทำร้ายกัน สิ่งที่เห็นด้วยตา 

สิ่งที่ไม่เห็นด้วยตา เห็นด้วยตาไม่ได้ เห็นด้วยตาไม่ได้นะ กิเลสเป็นนามธรรม กิเลสเป็นนามธรรมไง เวลาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเปรียบเทียบไง ธรรม โค่นป่าทั้งหมด แต่ไม่ได้ตัดต้นไม้แม้แต่ต้นเดียว ต้นไม้สมบูรณ์แบบของมัน

นี่ก็เหมือนกัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๔๕ ปี ท่านแสดงธรรม แสดงธรรม แสดงธรรมมาจากขันธ์ ๕ มาจากรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มาจากร่างกายของท่าน มาจากดวงธรรม ดวงธรรมในหัวใจดวงนั้น ถ้าหัวใจเป็นธรรม เป็นธรรม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากราบธรรม กราบธรรม สัจธรรมไง สัจธรรม พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ของเรา เราจับต้องได้ด้วยคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง 

เวลาเราเปรียบเทียบ เปรียบเทียบ ธรรมจักร ธรรมจักร เราแกะหินแกรนิตกันเอาไว้เคารพบูชา เอาเป็นสัญลักษณ์ไง แต่ถ้าเป็นครูบาอาจารย์ที่ท่านประพฤติปฏิบัตินะ เวลาจักรมันเคลื่อน เวลาศีล สมาธิ ปัญญามันหมุนไปในหัวใจ มันหมุนรวดเร็วมาก แล้วมันจะเกิดความมหัศจรรย์ เวลาเกิดความมหัศจรรย์จากใจดวงนั้น ใจดวงนั้นเป็นผู้รู้ เป็นผู้เห็น ใจดวงนั้นเป็นผู้ที่ประสบการณ์กับใจดวงนั้น แล้วพอใจดวงนั้นขึ้นมาสิ่งนี้เป็นสัจธรรม เป็นสัจธรรมขึ้นมามันฝังหัวใจมาก แล้วอยากได้อย่างนี้ อยากได้อย่างนี้ 

เวลาอยากได้อย่างนี้ เห็นไหม กิเลสตัณหาความทะยานอยากเป็นตัณหาเป็นความอยาก มันเป็นนามธรรมที่มันจับต้องไม่ได้ ความที่จับต้องไม่ได้ อันนั้นน่ะมันทำให้สิ่งที่เราจะประพฤติปฏิบัติขึ้นมาให้เกิดธรรมจักร เกิดศีล เกิดสมาธิ เกิดปัญญา ปัญญาในหัวใจนี้ไง ปัญญาในพระพุทธศาสนา 

ปัญญาในพระพุทธศาสนา เห็นไหม เวลาหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ครูบาอาจารย์ของเราไง เวลาท่านบอกท่านเกิดภาวนามยปัญญา เกิดสิ่งที่เกิดความมหัศจรรย์ในใจ แต่เราคาดไม่ถึง เราคาดหมายไม่ได้ มันก็เลยสุตมยปัญญา จินตมยปัญญา ภาวนามยปัญญา มันเกิดการจินตนาการ การจินตนาการโดยความมหัศจรรย์ มหัศจรรย์ของวุฒิภาวะของสังคม วุฒิภาวะของจิตดวงนั้นไง 

จิตดวงนั้นมีวุฒิภาวะแค่นั้นรู้ได้แค่นั้น มันมีความเห็นแค่นั้น มันก็ตื่นเต้นแค่นั้น แล้วก็พยายามเปรียบเทียบ เปรียบเทียบเพราะอะไร เพราะมันเป็นสิทธิ์ การอ้างสิทธิ์ในหัวใจของตน การอ้างว่ามันเป็นธรรมะ เป็นธรรมะ เป็นธรรมะ แต่มันเป็นธรรมะทำไมสงสัยล่ะ เป็นธรรมะทำไมมันควบคุมความรู้สึกนึกคิดของเราไม่ได้ล่ะ

เวลาหลวงตาท่านสิ้นกิเลสไปแล้วนะ ท่านบอก ความคิด ความคิดที่มันจะเกิดขึ้นเหมือนท่อนซุง คำว่า ท่อนซุงนะ คนที่จะไปแบกหามท่อนซุง คือดีดท่อนซุงให้มันขยับไป มันต้องออกแรงขนาดไหน ความคิดเกิดจากใจ ความคิดเกิดจากใจ ถ้าจิตเป็นธรรมขึ้นมา ความคิดมันจะเกิดมันเท่าทันหมดน่ะ มันรู้เห็นหมดน่ะ พอมันรู้เห็นมันคุมได้ พอมันคุมได้ขึ้นมามันจะมีอำนาจเหนือเราได้อย่างไร มันไม่มีอำนาจเหนือเราได้หรอก 

แต่แต่เวลาหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ครูบาอาจารย์ท่านเทศนาว่าการนะ หลวงตาท่านพูด เวลาหลวงปู่มั่นท่านเทศนาว่าการ ท่านปัดกระโถนกระเด็นไปเลย กิริยาอย่างนั้นอันนี้เป็นธรรมหรือ ยิ่งกว่าธรรม คำว่า ยิ่งกว่าธรรม เวลาแสดงออก แสดงออก สัจธรรมนั้นมันแสดงออก พอมันแสดงออกขึ้นมา เห็นไหม เวลาฝนตก แดดออก เวลาฟ้าร้อง ฝนไม่ตกมีแต่ความแห้งแล้งทั้งสิ้น 

เวลาครูบาอาจารย์ท่านแสดงธรรม แสดงธรรม บันลือสีหนาท ฝนตกชุ่มฉ่ำไปในหัวใจ เวลาครูบาอาจารย์ท่านอยู่กับหลวงปู่มั่นนะ เวลาหลวงปู่มั่นท่านเสียงดังขึ้นมา เฮ้ย! ฟ้าผ่า ฟ้าผ่า ฟ้าผ่า ฟ้าผ่าขึ้นมามันจะเกิดฝน มันจะเกิดความชุ่มชื่น มันจะเกิดสิ่งที่คุณธรรมที่เข้ามาเท่าทันกิเลสในใจของเรา 

ไม่อย่างนั้นเราแสวงหาเอง เราพยายามขวนขวายของเราเอง พยายามขวนขวายของเราเอง  เพราะอะไร เพราะอวิชชาพาให้เราเกิด ต้นทุนกิเลสที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของเรา มันเป็นต้นเหตุ พอเป็นต้นเหตุขึ้นมา จะคิดสิ่งใดขึ้นมา เห็นไหม เขาเรียกอนุสัยมันเจือมา มันเจือกับความคิดเรามา มันเจือกับความคิดเรามา สัจธรรมขนาดไหน เราศึกษาขนาดไหนเราก็รู้ เราก็รู้ทั้งนั้น ทฤษฎีเรารู้ทั้งนั้น แต่มันไม่เป็นความจริง 

เวลากรรมฐานเขาเรียกว่าฉลากยา ฉลากยามันอยู่ที่ขวดยานั่นน่ะ อ่านได้หมด เข้าใจได้หมด แต่ไม่เคยเปิดขวดได้ ไม่เคยทำได้ ไม่มียาเข้าไปในใจของตน ถ้าไม่มียาเข้าไปในใจของตน 

มันก็ เห็นไหม ธรรมโอถส รสของธรรมชนะซึ่งรสทั้งปวง ความสุขในโลกนี้ ในจักรวาลนี้ ในเทวดา อินทร์ พรหม ธรรมะ เห็นไหม รสของธรรมชนะซึ่งรสทั้งปวง ถ้ามันไม่ชนะทั้งปวงมันจะสละพวกนี้ได้อย่างไร มันทิ้งหมด ถ้ามันทิ้งมันทิ้งด้วยคุณธรรมนะ มันไม่ใช่ทิ้งแบบเราทิ้งหรอก เราทิ้ง เราไม่พอใจเราก็โยนทิ้ง แต่เวลามันจะทิ้ง เวลามันขาดไปแล้ว มันเข้ามาประสานกันอีกไม่ได้ 

เวลาหลวงตาท่านแสดงธรรม เวลาเป็นโสดาบัน กายเป็นกาย จิตเป็นจิต ทุกข์เป็นทุกข์ แยกออกจากกันเลย เป็น ๓ ทวีปเลย มันเป็นความจริงของมัน เสียงก็เป็นเสียงจริงๆ ทุกข์ก็เป็นทุกข์จริงๆ ใจก็เป็นใจจริงๆ หัวใจที่มันหลุดพ้นไปก็หัวใจที่หลุดพ้นไปจริงๆ แล้วกลับมาต่อกันไม่ได้ อกุปปธรรม เข้ามาในหัวใจอีกไม่ได้เลย 

ถ้าไม่ได้เลย ไม่ได้เลย แล้วที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์แสดงธรรม แสดงธรรม เวลาภารา หเว ปัญจักขันธา พระอรหันต์ ขันธ์เป็นภาระ รูป รส กลิ่น เสียง ดำรงชีพ ร่างกาย คุณธรรม เป็นภาระ เป็นภาระที่ต้องควบคุมดูแลกันไปกว่าจะหมดอายุขัย 

เวลาพระอัญญาโกณฑัญญะมาลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพาน พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ เวลามาลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพาน เวลามันเป็นไป ในพระไตรปิฎกมีมากมาย 

บอก วิมุตติสุข วิมุตติสุข ถ้ามันสุขแล้วเอ็งก็ไปสิ เอ็งมาวุ่นวายอะไรกับสังคมทำไมวะ ก็มันสุข มันสุขเหนือโลกก็ไปสิ อยู่ทำไมล่ะ 

สิ่งที่เป็นธรรม เป็นธรรมนะ ความมีชีวิตอยู่และการตายมีค่าเท่ากัน ไม่มีสิ่งใดที่สูงกว่าและต่ำกว่า ถ้าไม่มีสิ่งใดที่สูงกว่าและต่ำกว่า ถ้าพยายามจะทำให้สิ้นอายุขัยแสดงว่าความตายมันมีค่ามากกว่าความมีชีวิตอยู่ ถ้าความมีชีวิตอยู่ถ้ามันมีค่ามากกว่าความตายก็ไม่ยอมตาย มันก็ต้องตาย ความตายและความมีชีวิตอยู่ไม่มีค่าสูงกว่ากัน มีค่าเสมอกัน พอมีค่าเสมอกันสิ่งที่หมดอายุขัย หมดอายุขัยตามเวรตามกรรมไป

เวลาครูบาอาจารย์ เห็นไหม ถ้าภิกษุมีอิทธิบาท ๔ จะอยู่อีกกัปหนึ่งก็อยู่ได้ จะอยู่อย่างไรก็อยู่ได้ แต่เวลาอยู่ในบ้านเรือน แล้วบ้านเรือนมันผุมันพังขึ้นมา ร่างกายมันเสื่อมสภาพ มันเสื่อมโทรมไป เราก็ทิ้งมันไป เวลาหมดอายุขัยก็ส่วนหมดอายุขัยนะ การที่อยู่ต่อไป องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอายุ ๘๐ ปี พระอานนท์ ๑๒๐ พระอานนท์ ๑๒๐ ปี เวลา ๘๐ ปี ๘๐ ปี พูดถึงอำนาจวาสนาบารมี ความอายุยืนแตกต่างกันอย่างไรไง 

ถ้าแตกต่างกันอย่างไร เวลาพระอานนท์ พระอานนท์เป็นผู้ที่อุปัฏฐากอุปถัมภ์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามา กว่าที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะปรินิพพาน พระอานนท์เป็นพระโสดาบัน คำว่า เป็นพระโสดาบัน พระโสดาบันยังมีสติสมบูรณ์อยู่ที่จะจดจำคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้

เวลาทำสังคายนา เห็นไหม สิ่งที่จำมา จำมา สิ่งที่จำมา ท่องบ่นกันมา เห็นไหม แล้วท่องบ่นเรียงความให้มันเป็นบรรทัดฐาน พระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ เห็นไหม ทำสังคายนา ทำให้มันเป็นบรรทัดฐาน แล้วเวลาคนจะประพฤติปฏิบัติขึ้นมา ถ้ามันเป็นความจริง ไม่เป็นความจริง มันเทียบเข้ามาพระไตรปิฎกนี่ไง 

พระไตรปิฎก เห็นไหม เป็นธรรมวินัย เป็นศาสดาของเรา เราศึกษา ศึกษา ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่เราเอาจริงเอาจังขึ้นมาเราต้องประพฤติปฏิบัติเอง สิ่งที่ว่ากิเลสเป็นนามธรรม กิเลสเป็นนามธรรม ที่เห็นไม่ได้ เห็นไม่ได้ ถ้าเห็นไม่ได้หมอวินิจฉัยโรคไม่ได้ หมอจะรักษาโรคอย่างไร หมอไม่รู้จักโรค หมอจะให้ยาให้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้เลย 

เวลาครูบาอาจารย์ท่านประพฤติปฏิบัติไง การขุดคุ้ยหากิเลสไง การขุดคุ้ยหาตัวตนของมัน เห็นไหม แล้ววิปัสสนา เห็นไหม นี่เป็นไตรลักษณ์ไง 

สิ่งที่ว่าอนัตตา อนัตตาไง สิ่งที่โลกนี้ก็เป็นอนิจจังไง อนิจจังเป็นสสาร เป็นวัตถุธาตุทางโลกนี้วิทยาศาสตร์ไง แต่เป็นอนัตตา เห็นไหม ตัวตนมันจับต้องที่ไหน ลิขสิทธิ์มันต้องจดเอา แต่การเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะเป็นสิทธิ์ของเขา เป็นสิทธิ์ของคนคนนั้น คนคนนั้นจะสละไม่ยอมรักษาให้มันตายไปก็ได้ เพราะเป็นสิทธิ์ของเขา มันเป็นสิทธิ์ของคนคนนั้น สิทธิ์ของคนคนนั้นไง 

แล้วถ้าจิตมันสงบแล้วมันไปเห็นสถานะอันนั้นไง ถ้าเห็นสถานะอันนั้นมันถึงพิจารณาตรงนั้นไง ถ้ามันพิจารณาตรงนั้น เห็นไหม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ รื้อตรงนี้ รื้อตรงหัวใจของคน ไม่ใช่ปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ที่ไหน ปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์คือให้สัตว์มันรู้แจ้ง รู้แจ้งในใจของมันไง 

เวลาใจของมัน เราชาวพุทธ ชาวพุทธ เห็นไหม พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นประเพณีวัฒนธรรมนะ สิ่งที่เป็นโลกเป็นประเพณีวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่ดีงาม เป็นสิ่งที่ดีงามเป็นมารยาทสังคม สังคมของชาวพุทธเขามีการทำบุญกุศลของเขา เขามีวัฒนธรรมประเพณีของเขา นั้นมันเป็นประเพณี เป็นการแสดงออก เป็นสัญลักษณ์ให้ชาวพุทธแสดงออกอย่างนั้น นี่เป็นประเพณีวัฒนธรรม เป็นมารยาท สิ่งนี้ก็ดีงาม ดีงามเพื่อลูก เพื่อหลาน เพื่อชาวพุทธต่อเนื่องไปเข้ามาไง 

ถ้าศึกษาแล้ว เห็นไหม ถ้าคนศึกษาแล้ว เอ๊อะ! พระพุทธศาสนาทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไปเกิดบนสวรรค์เป็นเทวดา เป็นอินทร์ เป็นพรหมจริงหรือไม่ เราต้องพิสูจน์ ไปถามครูบาอาจารย์ ครูบาอาจารย์ หลวงปู่ตื้อท่านบอก ถามมาเลย ครูบาอาจารย์ตอบได้หมด แต่ตอบได้ก็เป็นความเข้าใจของครูบาอาจารย์ที่แจ่มแจ้งในใจของท่าน ท่านแจ่มแจ้ง ไม่มีสิ่งใดปิดบังในใจอันนั้นได้ ถ้าพระอรหันต์ยังมีสิ่งใดสงสัย ยังมีปิดบังอยู่ เป็นพระอรหันต์ไม่ได้ แล้วเวลาตอบท่าน ท่านก็ตอบจากความแจ่มแจ้งในหัวใจของท่าน เป็นความจริงในใจของท่าน 

เราฟัง เราก็เออ! ก็น่าเชื่อเนาะ พอหันหลังไปแล้วลืมอีกแล้ว หันหลังกลับไปมันจะกลับมาถามใหม่ไง 

นี่ไงสิ่งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ รื้อสัตว์ขนสัตว์ ปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ที่นี่ไง รื้อสัตว์ขนสัตว์ในหัวใจของตนไง ถ้าศึกษามาแล้วมันก็เป็นสัญญา เป็นความจำได้หมายรู้ไง ทรงจำธรรมวินัยนี้ไว้ ศึกษาธรรมวินัยมาไว้เพื่อประพฤติปฏิบัติไง เวลาเราจะประพฤติปฏิบัติ หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ ปัญญาอบรมสมาธิเพื่อจะเข้าไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธะในหัวใจของเราไง 

พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน พุทธะของเราตอนนี้มันหลับใหล หลับใหลโดยกิเลสตัณหาความทะยาน เห็นไหม อยากครอบหัวมันไว้ไง ถ้าครอบหัวมันไว้ สิ่งนี้เป็นความจริง ความจริงไง การศึกษาเป็นวิชาชีพ ความรู้ต่างๆ เป็นความจริง เวลาพูดมา นี่ไงที่จับต้องได้พิสูจน์ได้ พิสูจน์ได้ก็พิสูจน์ได้ในสมมุตินี่ไง พิสูจน์ได้ในโลกนี้ไง พิสูจน์ได้โดยทางวิชาการนี่ไง แล้วก็เถียงกันอยู่นี่ไม่จบไง 

เวลาทำความสงบของใจเข้ามา ทำความสงบของใจเข้ามา พอใจมันสงบระงับเข้ามา สมาธิเป็นสมาธิ คนทำสมาธิไม่ได้ก็พูดสมาธิไม่เป็น คนทำสมาธิได้ก็รู้จักสมาธิ แล้วสมาธิมีมิจฉากับสัมมา ในอจินไตย ๔ พุทธวิสัย กรรม โลก ฌาน ฌานคือสมาธิ มันเป็นอจินไตย อจินไตยเพราะคนที่มันสร้างมาบุญกรรมมันไม่เท่ากัน พันธุกรรมของจิตมันแตกต่างหลากหลาย 

ในทางโลก เห็นไหม ลายนิ้วมือมันไม่มีการซ้ำกัน ลายพิมพ์ของจิต พันธุกรรมของจิต มันละเอียดกว่าลายนิ้วมืออีกมากมายมหาศาล เพราะอะไร เพราะกรรมของคนใครรู้ได้ กรรมใครใครสืบได้ แล้วกรรมอันนั้น กรรมอันนั้น  ทำความสงบของใจเข้ามา กรรมอันนั้น กรรมคือความเคยชิน กรรมคือจริตนิสัย กรรมคือสันดาน แล้วถ้ามันสงบก็สงบตามนั้นน่ะ มันถึงเป็นอจินไตยไง มันเป็นอจินไตย 

แต่แต่กรรมฐานเรา ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิ คำว่า สมาธิมาตรฐานของมันคือมาตรวัด คือ สมมุติบัญญัติที่เราจะสื่อสารกัน แต่เวลาถ้ามันจะสงบเข้ามา เห็นไหม นี่สงบเข้ามา เพราะถ้าทำความสงบของใจเข้ามา ใจสงบ ใจเป็นสมาธิได้ เป็นสัมมานะ 

สมาธิเป็นมิจฉาและสัมมา คำว่า มิจฉา เป็นสมาธิไหม เป็น แต่ไม่รู้เรื่อง เพราะมันขาดสติ เป็นภวังค์ เป็นภวังค์ไปเลย เขาทำสมาธิโดยเขาไม่รู้ตัวนะน่ะ เป็นสมาธิไหม เป็น แต่แต่เป็นมิจฉา มิจฉาคือความไม่ถูกต้องดีงาม มิจฉาคือว่าเหมือนสิ่งที่มันควบคุมไม่ได้ มันเป็นประโยชน์กับใครไม่ได้ แต่มันก็ทำสมาธิได้ 

แต่ถ้าเป็นสัมมา สัมมาสมาธินะ เวลาเดือดร้อนก็เดือดร้อนมาก เวลาตึงเครียดก็ตึงเครียดมาก เวลามันวางได้เล็กน้อย มันก็มีความสุขสงบระงับเข้ามา ถ้ามันทำให้ดีขึ้น มันละเอียดมากขึ้น เห็นไหม พอละเอียดมากขึ้นมันวางสิ่งนั้นได้ด้วย ตัวมันเป็นอิสระด้วย พอมันวางได้ด้วยมันเป็นความมหัศจรรย์ด้วย ฉะนั้น เวลาหลวงปู่ฝั้นถึงเทศน์ไง ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานไง พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธคือพุทธะ พุทธะคือตัวของเรา ตัวของเราคือสัจจะความจริงในใจของเรา 

สิ่งที่เราศึกษา ศึกษา ศึกษาทางทฤษฎีวิชาการนั้นเป็นที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบัญญัติไว้ เป็นธรรมและวินัย พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน นี่พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ก็ดวงอาทิตย์ไง ดวงอาทิตย์ขึ้นอยู่นู่น แต่เราไม่รู้อะไรเลย 

เราเป็นชาวพุทธ เราศึกษามาเรามีความรู้ ความรู้เป็นวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่สื่อสารแล้วถูกต้องดีงามเหมือนกัน แต่ไม่เห็นพุทธะ ใจสงบไม่ได้ พอใจสงบระงับเข้ามามหัศจรรย์ พอใจสงบระงับ อ๋อ! พุทธะอย่างนี้ จะเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา มันเป็นความมหัศจรรย์ อ๋อ! อ๋อพออ๋อแล้วอยากได้อย่างนี้อีกนะ แต่คนที่วุฒิภาวะอ่อนแอ อ๋อ! นี่คือนิพพาน นิพพานเป็นความว่าง อากาศมันก็ว่าง อวกาศ จรวดขึ้นไปแล้ว เห็นไหม ไประเบิดบนอวกาศนั่นน่ะ ไอ้ว่างๆ โดยธรรมชาติของมันไง ไอ้นี่ก็ว่างๆ มิจฉาว่าง ไม่มีสติ ไม่มีปัญญาไง 

แต่ถ้ามีสติปัญญา มันมีสติควบคุมมันได้ มีสตินะ อ๋อ! คำว่า มีสติ” เห็นไหม ขับรถประมาท รถตกข้างทางตายหมด ขับรถถ้ามีสติมีปัญญา ควบคุมรถนั้นไปถึงเป้าหมายได้ จิตสงบแล้วมีสติสัมปชัญญะควบคุมใจของตัวเองได้ สัมมาสมาธิ สัมมาสมาธิมีสติ มีสติสัมปชัญญะ แล้วควบคุมดูแลของมันขึ้นไป เพราะ เพราะมันต้องยกขึ้นสู่วิปัสสนาไง

คำว่า ภาวนามยปัญญา ภาวนามยปัญญาที่ว่า ศีล สมาธิ ปัญญา ศีล สมาธิ ปัญญา ปัญญาที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นบนรากฐาน กรรมฐาน ฐานที่ตั้งของใจ กรรมฐานคือพุทธะ กรรมฐานคือหัวใจของสัตว์ดวงนั้น สัตว์โลกดวงใดที่เห็นตามความเป็นจริงอันนั้น มันยกขึ้นสู่วิปัสสนาอันนั้น คนที่ยกขึ้นสู่วิปัสสนาอันนั้นด้วยสติด้วยปัญญาของตนไง มันจะไปสงสัยอะไร เราทำเอง ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก จะเป็นโสดาบัน เป็นสกิทา เป็นอนาคา มันต้องเป็นในใจดวงนั้น ใจมันรู้แจ้งของมันไง 

หลวงตาท่านสอนไง กายเป็นกาย จิตเป็นจิต ทุกข์เป็นทุกข์ มันแยกเป็น ๓ ทวีปเลย มันแยกเป็น ๓ ทวีปนะ ทวีปที่มันแยกจากกันมันห่างกี่พันกิโล มีทะเล มีมหาสมุทรกั้นไว้ เวลามันแยกจากกันไง ไอ้นี่ไม่รู้อะไรเลย คิดเอา เออเอา เออ!โสดาบัน เออ! โซดาตราสิงห์น่ะ แจกฟรี ไม่ต้องภาวนาด้วย ถ้ามันเป็นจริงมันเป็นจริงอย่างนี้ 

นี่พูดถึงว่ามันมีคุณค่าไง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ศาสนาพุทธมีคุณค่ามาก คุณค่าเพราะอะไร เพราะ เห็นไหม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปเที่ยวสวนเห็นคนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตาย มันต้องมีฝั่งตรงข้ามที่ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย จิ๋นซีฮ่องเต้มันก็พยายามจะหายาอายุวัฒนะไม่ตาย เกิดมาตายหมด พระพุทธเจ้ายังต้องตายเลย แล้วตายแล้วไม่รู้ตัวด้วยนะ ตายแล้วไปเกิดอีก เกิดซ้ำเกิดซากมันก็ไม่รู้ว่ามันเกิดหรือมันตาย แต่เกิดมาแล้ว เออ! มีชาติเดียว นรก สวรรค์ไม่มี ไม่มีก็มึงน่ะเวียนมา มึงมานั่งอยู่นี่ก็มาจากนั่นแหละ มึงบอกไม่มี 

แต่ถ้าเราไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย สัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทำให้ไม่เกิดอีก ถ้าตายชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย แล้วจะไม่หมุนกลับมาอีกแล้ว ไม่หมุนกลับมา ไม่ต้องมาทุกข์มายากอีกแล้ว แล้วไม่ทุกข์ไม่ยากมันอยู่ไหนล่ะ 

นี่ไงรัตนตรัยของเราไง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เวลามันเป็นจริงขึ้นมามันรวมลง หลวงตาท่านพูดไง รวมลงเป็นหนึ่งในใจของตน มันรู้แจ้งหมดเลย พุทธะคือผู้รู้ของเรา สัจธรรมที่เราได้ใช้ปัญญาใคร่ครวญแล้วไง สังฆะ สังฆะ สงฆ์ผู้ที่มีคุณธรรมทำให้ขึ้นมาเป็นในใจของตน เห็นไหม พระพุทธศาสนา ศาสนานี้มีค่า มีค่าที่นี่

แล้วเราเป็นชาวพุทธ มันไม่มีแบ่งแยกหรอกว่าของเขา ของเรา เกิดมาเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ มีกายกับใจเหมือนกัน แล้วหัวใจดวงนี้ถ้ามีศรัทธามีความเชื่อ มีศรัทธามีความเชื่อมันพยายามจะศึกษาค้นคว้า ถ้าไม่มีความเชื่อไม่มีศรัทธา เรื่องของเขา เรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา เรามีความสุขอยู่แล้ว ชีวิตนี้มีค่ามาก มีค่าที่มันจะหาจากโลกธรรม ๘ มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ เรื่องของโลก 

โมฆบุรุษตายเพราะลาภ ปลาตายเพราะเหยื่อล่อ เหยื่อล่อไอ้ความสุขอย่างนี้ ไอ้ความสุขที่กิเลสมันป้อนให้ไง มีเงิน มีทอง มียศถาบรรดาศักดิ์ มีเพื่อนมีฝูง เออ! มันล่อไว้ ล่อไว้ทำไม ล่อไว้ให้มึงตายไง พอตายแล้วเคาะโลงป๊อก ป๊อก ป๊อก มันไม่ทำอะไรไว้เลย 

แต่ของเราทำของเราไว้ เรามีศรัทธามีความเชื่อ เราจะค้นคว้าของเรา มาจากการกระทำของเรา ถ้าเป็นจริงนะ มันเป็นจริงแน่นอน อกาลิโก ไม่มีกาล ไม่มีเวลา ผู้ใดปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ไม่ใช่สันนิษฐาน สันนิษฐานคือเดาไง สันนิษฐานว่า สันนิษฐานทั้งปีทั้งชาติ สันนิษฐานเอา แต่ไม่มีความจริงเลย 

แต่ถ้ามันเป็นความจริงไม่ใช่สันนิษฐาน กิเลสขาดดั่งแขนขาด กิเลสที่มันขาดจากดวงจิตนั้นไป กิเลสในใจที่เป็นนามธรรมที่ค้นคว้าไม่ได้ ที่ไม่เห็นด้วยตาเปล่า เวลามันเกิดปัญญาขึ้นมามันชัดเจนขนาดนั้น เวลามันขาด เวลามันตาย ยถาภูตัง กิเลสตาย เกิดญาณทัสสนะ เกิดความหยั่งรู้ รู้แจ้งในใจของตน เอวัง