เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๑๑ ม.ค. ๒๕๖๓

เทศน์เช้า วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๓

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะนะ ตั้งใจฟังธรรม ฟังธรรม สัจธรรมมันเป็นความจริง ความจริงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ พิสูจน์ตรวจสอบได้ มันคงทนถาวร ถาวรเพราะอะไร 

ถาวรเพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะมาตรัสรู้แล้วตรัสรู้เล่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระศรีอาริยเมตไตรยจะมาตรัสรู้ข้างหน้า อนาคตวงศ์อีก ๑๐ องค์ข้างหน้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะมาตรัสรู้ ตรัสรู้ ความจริงเป็นสิ่งที่คงทน 

แต่มนุษย์เราต่างหาก สติปัญญาเราต่างหากไม่คงทนไง ไม่สามารถพิสูจน์ตรวจสอบได้ ถ้ามันสามารถพิสูจน์ตรวจสอบได้ ภาวนามยปัญญาไง มันตรวจสอบหัวใจของตนไง 

เหล็ก เห็นไหม เวลาเขาจะตี เขาจะหลอมมัน เขาไปเผาในอุณหภูมิที่ร้อน เหล็กแดงๆ เลยเผาละลายอยู่อย่างนั้นน่ะ เผาไปเพื่อความสะอาดบริสุทธิ์ เหล็กที่เขาต้องการมีดที่แข็งแรง เขาตีซ้ำตีซ้อน ตีซับตีซ้อน ดาบซามูไรเขาตีแล้วตีเล่า ตีแล้วตีเล่าขึ้นมา ดาบฟันดาบขาดเลย นี่ไงความคงทน ความคงทน สัจจะความจริงมันมีของมันไง 

ถ้าสัจจะความจริงมีของมัน เราต่างหาก หัวใจเราต่างหาก อ่อนแอต่างหาก หัวใจของเรา เห็นไหม แค่ศรัทธาความเชื่อ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกศรัทธาความเชื่อเป็นอริยทรัพย์ ความเชื่อในพระพุทธศาสนา ความเชื่อในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเอกบุรษยอดคน ทำไมกราบธรรม กราบธรรมล่ะ สัจธรรมอันนั้นมันยิ่งใหญ่ขนาดไหน มันยิ่งใหญ่ขนาดไหน วิมุตติสุข วิมุตติสุข เวลาวิมุตติสุขมันสุขอย่างไร 

เวลาทางโลก เห็นไหม หลวงตาท่านบอกว่าหมาบ้ามันกัดธรรมะไง เวลาพูดเล่น พูดแซวกันไง สวรรค์ไม่ไป สวรรค์ไม่มีมนุษย์ อยากไปนรก อยากไป เวลามันพูดเล่นพูดหัวกัน หลวงตาท่านบอกหมาบ้า หมาบ้ามันกัดไม่ใช่ธรรมะนะ มันกัดทุกอย่างไม่ไว้หน้าเลย 

แต่ถ้าเป็นหลวงปู่มั่น หลวงตาท่านเป็นผู้อุปัฏฐากหลวงปู่มั่นเอง ไม่ต้องเป็นพระไตรปิฎกหรอก แค่เป็นตัวอักษรเท่านั้นน่ะ ท่านไม่นั่งเสมอเลย เพราะว่าสิ่งนั้นมันสื่อสารธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ อักษร ตัวอักษรมันสื่อสารธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ท่านเคารพบูชาตั้งแต่สิ่งที่จะสื่อสิ่งที่เป็นสัจจะความจริงนั้นออกมา แล้วเวลาเป็นสัจจะความจริงในหัวใจอันนั้นมันยิ่งใหญ่ เห็นไหม 

เวลาคนเขาพูดกัน พระอรหันต์มันไร้เดียงสาเหมือนเด็กๆ เด็กๆ มันไร้เดียงสามันน่ารักนะ เด็กๆ มันไร้เดียงสา แล้วพระอรหันต์ไร้เดียงสาหรือ ไร้เดียงสาได้อย่างไร พระอรหันต์สติสมบูรณ์แบบ ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ มันจะไร้เดียงสาอย่างนั้นได้อย่างไร มันไร้เดียงสาไม่ได้ 

ไร้เดียงสามันเป็นตามวัย มันเป็นวุฒิภาวะ เวลาเด็กๆ น่ารักน่าชัง น่ารักน่าชัง เด็กที่มันมีวุฒิภาวะ ไอคิวสูง โอ้โฮ! เขาก็ชื่นชม เด็กบางคนเกิดมาแล้วด้วยเวรด้วยกรรม เราไม่ค่อยอยากจะพูด เพราะมันเหมือนกับว่าแบ่งเขา แบ่งเราไง เด็กเวลาเกิดมาพิการ เกิดมามีโรคประจำตัว เกิดมาต่างๆ แล้วเกิดมาขาดแคลน สิ่งนี้ใครไปคัดใครไปเลือกมันได้ มันเป็นโดยสัจธรรมไง 

เดี๋ยวนี้ทันสมัยนะ เวลาในเมืองจีน เวลาให้มีบุตรคนเดียว เขาส่องกล้องเลย ถ้าผู้หญิงเขาทำแท้ง ทำแท้งนะ มันน่าเศร้า มันจะเป็นหญิงหรือจะชาย มันจะเพศใดแล้วแต่ อย่าให้ผิดศีล ผิดธรรม เราจะเป็นเพศไหนก็แล้วแต่ เราจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่มันเป็นเรื่องเวรเรื่องกรรม 

แต่เวลาเราเกิดเป็นมนุษย์แล้ว เราไม่ผิดศีลผิดธรรม อันนี้สำคัญมาก เราจะเป็นเพศไหนก็แล้วแต่ เราต้องทำให้มันถูกต้องตามทำนองครองธรรม เออ! เอาแค่นี้ เอาแค่ความถูกต้องตามทำนองครองธรรม มันจะเป็นเพศไหนก็แล้วแต่ เป็นเรื่องของเวรของกรรมใช่ไหม เราไปเลือกไปแยกไม่ได้ไง มันเป็นความละเอียดอ่อนนะ 

เรื่องสิ่งมีชีวิตนะ ดูการผสมพันธุ์ของเกสรสิ เวลามันผสมเกสรแล้วมันมีพืช มันมีชีวิตเกิดใหม่ แล้วความผสมของเกสรนั้นน่ะ สัจจะความจริงอย่างนี้เป็นสัจจะความจริงอย่างนี้ เราใช้สารเคมีกัน ในทางยุโรปเขาเป็นห่วงเป็นใยมากว่าแมลงมันจะตายหมด แมลงมันจะตายหมด การผสมเกสรมันจะมีปัญหาขึ้นมา สิ่งต่างๆ โลกมันหมุนเวียนมันเปลี่ยนของมันไป นี่พูดถึงสิ่งมีชีวิตนะ แล้วถ้ามันเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันมหัศจรรย์กว่านี้อีก 

ความมหัศจรรย์นั้นน่ะ มหัศจรรย์ ผลของวัฏฏะ ผลของวัฏฏะไง ผลของวัฏฏะมันเกิดโดยกระแส กมฺมพนฺธุ กมฺมปฏิสรโณ เรามีกฎหมายควบคุมกันได้ เรามีกฎหมายควบคุมเทวดาได้ไหม เรามีกฎหมายควบคุมพรหมได้ไหม เรามีกฎหมายไปควบคุมนรกอเวจีได้หรือเปล่า แล้วมันไปเสวยเวรเสวยกรรมของมัน เวลามันหมดเวรหมดกรรมมันเลื่อนเป็นชั้น เป็นชั้นขึ้นไป 

พอเลื่อนเป็นชั้น จิตที่ไม่เคยตาย ไม่เคยตาย จิตไม่เคยตายมึงต้องมีความละอาย เพราะจิตที่ไม่เคยตาย สิ่งที่จะไปเปื้อนไปสะสมลงที่จิต มันต้องเป็นคุณงามความดี จิตที่ไม่เคยตาย จิตที่ไม่เคยตาย แต่พฤติกรรมหยำเปอยู่นั่น จิตไม่เคยตาย สอนแต่คนอื่นไง ไม่สอนหัวใจของตนไง 

ถ้ามันสอนหัวใจของตนนะ ผลของวัฏฏะ ผลของวัฏฏะ เวลาผลของวัฏฏะนะ แล้วเวลามีทัศนคติ มีความเห็นผิด รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความเห็นผิด นี่กิเลสทั้งนั้นน่ะ ถ้ารู้เท่าไม่ถึงการณ์มันไม่มีเจตนา แต่ถ้าหลงผิดล่ะ ถ้าหลงผิดเราจะมีสติปัญญาอย่างไร นี่ไงตรงนี้มันเป็นการล้างไพ่ ล้างไพ่ด้วยสัมมาสมาธิ สัมมาสมาธิล้างไพ่เลย ทิฏฐิมานะของคน ความเห็นของคน ความแตกต่างของคน ล้างไง 

ถ้าเป็นสมาธิเป็นสัมมาสมาธิ ความเป็นสากลมีค่าเท่ากันหมด จะสูงส่งต่ำต้อยขนาดไหน เวลาทำสมาธิคือสมาธิ สมาธิเป็นสากล มันล้างหมดเลย ล้างขึ้นมาให้มันเป็นจิตเดิมแท้ จิตเดิมแท้ไง ปฏิสนธิจิต ปฏิสนธิจิต แล้วเวลามีอำนาจวาสนายกขึ้นสู่วิปัสสนา มันก็กลับไปที่ข้อมูลอีกแล้ว ข้อมูลคนมีอำนาจวาสนา ไม่มีอำนาจวาสนา ถ้าคนมีอำนาจวาสนานะ จิตสงบแล้วเห็นกายโดยสัจจะโดยความจริงเลย แต่ถ้าคนที่มันไม่เห็น ต้องรำพึง ต้องน้อมไป ต้องมีสารตั้งต้น ต้องมีการกระทำ 

นี่ไงฝึกหัด เวลาการฝึกหัด ฝึกหัดมันจะเกิดขึ้นมา นี่อริยสัจไง นี่สิ่งผลบุญหรือบาป เวรหรือกรรม มันผลของวัฏฏะ มันสะสมลงที่ใจที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะนี้อยู่แล้ว แล้วเวลาแข่งอำนาจวาสนาแข่งกันไม่ได้ แข่งอะไรก็แข่งกันได้ อำนาจวาสนาเวลามันมาถึงของแต่ละบุคคล แล้วอำนาจวาสนานั้นมันจะยืนยงคงกระพันหรือ นี่ไงมันก็เปลี่ยนแปลงของมันไปตามกาลเวลาไง พอเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา พวกเราถึงได้มาสร้างบุญกุศลอยู่นี่ไง สิ่งที่เป็นอำนาจวาสนาแล้วเราจะรักษาของเรา 

ชีวิต สิ่งที่มีค่า มีค่า มีค่าจริงๆ เห็นสิ่งนี้มีค่ามาก มันมีค่ามากเพราะมันมีความรู้สึกนึกคิดไง มันเปลี่ยนแปลงได้ไง มันพัฒนาได้ มันทำให้เป็นคนดีได้ ดีประเสริฐ ดีจนสิ้นกิเลสเลย

มันพัฒนาของมันได้ แต่ถ้ามันพัฒนาได้มันก็อยู่พันธุกรรมของมัน ถ้าพันธุกรรมของมันมีขันติธรรม มีความอดทน มีความวิริยะ มีความอุตสาหะ มีการกระทำ กลิ่นของศีล กลิ่นของธรรมไง เราประพฤติปฏิบัติมากน้อยขนาดไหน ถ้ามันยังไม่เป็นผลสำเร็จ เราอย่าท้อแท้ เราพยายามทำของเรา พยายามทำของเรา กลิ่นความเพียรของเรา ความวิริยะ ความอุตสาหะของเรา นั่นแหละมันส่งผลของมันไป 

ถ้าถึงที่สุดมันได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้นไปก่อน เอาแค่นั้นไปก่อน แล้วเราทำของเราไป เราไม่ปล่อยให้หัวใจเราไหลไปตามกิเลสตัณหาความทะยานอยากที่ชักนำของเราไป 

สิ่งมีชีวิตสำคัญมาก แต่แต่เวลาคนมันเจอวิกฤติขึ้นมาแล้วมันทนไม่ได้ไง เจอวิกฤติแล้วกำลังใจมันท้อแท้ มันท้อถอย เวลาหลวงตาท่านอดอาหารของท่าน เวลาจะบิณฑบาต บิณไม่ไหวเลยล่ะ แล้วเวลานั่งลง นี่พระอรหันต์นะ แต่ตอนที่จะสู้กับมันน้ำตาไหลนะ โฮ้! มึงเอากูขนาดนี้เชียว วันไหนกูมีกำลังกูจะเอามึงบ้าง ไม่ท้อแท้ไง มันยังมีความมีขันติธรรม มันยังจะสู้กับมึงอีก 

เวลาท่านบอกท่านแพ้มา เห็นไหม หงายหมา หงายหมามาตลอดเลย แต่พอมีความวิริยะ อุตสาหะ มีความเข้มแข็งมากขึ้น จากหงายหมาก็เป็นหงายแมว แมวมันตบ แมวมันลุกได้เร็วกว่า จากหงายท้องจนไม่มีทางสู้ สู้มันได้ สู้มันได้จนพัฒนา คำว่า สู้มันไม่ได้ หงายท้อง หงายท้องก็คือความเจ็บช้ำน้ำใจ หงายท้องคือความล้มเหลว หงายท้องเพราะว่าเราไม่มีสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอันเลย ในหัวใจมีแต่ฟืนแต่ไฟ หงายท้อง หงายท้องมาไง 

พอเวลาหงายแมว เห็นไหม มันสู้ได้ แล้วมันมีจุดยืนของมันขึ้นมา มันเห็นว่า เออ! เราก็ทำความดีมาเว้ย เราก็มีกำลังอยู่บ้าง มันสู้ของมันอยู่อย่างนี้ ถ้าสู้ของมัน จากหงายแมวมันมีพัฒนาการของมันขึ้นไปไง ถ้าพัฒนาการของมันขึ้นไป ส่วนใหญ่แล้วเราถึงเห็นคุณค่า เราศึกษาเรื่องนี้มาตั้งแต่สมัยหลวงปู่มั่น เวลาหลวงตาท่านอยู่กับหลวงปู่หล้าใช่ไหม ถือธุดงค์ด้วยกัน ถือธุดงค์ด้วยกัน เวลาถือธุดงค์ในบ้านผือ ถือธุดงค์ทั้งวัดเลย พอไปแล้วก็เลิกไป ผ่อนไป 

ท่านอยู่กับหลวงปู่หล้า หล้า ถ้าไม่เจอผม ห้ามกลับเข้าเขตวัดนะ มันเป็นทางสองแพร่ง ก่อนเข้าบ้านผือนั่นน่ะต้องเจอกันก่อน มีอะไรท่านมาแบ่งให้ แบ่งให้นี่ไง ไม่ให้ล้มลุกคลุกคลาน ไม่ให้มันท้อแท้ ไม่ให้มันไม่มีที่พึ่งไง แล้วเวลาคนอด คนอยาก คนทุกข์ คนยากนะ เรามีเงินมีทองยิ้ม ถ้าวันไหนมีตังค์นะอิ่ม ไม่อยากกินอะไรเลยนะ วันไหนไม่มีตังค์ในกระเป๋าสิ นู่นก็น่ากิน นี่ก็น่ากิน มันอยากไปทั้งนั้นน่ะถ้าไม่มีเงินในกระเป๋า ถ้ามีเงินในกระเป๋านะเออเฉย 

คนไม่เคยทุกข์มันไม่เคยยากหรอก เวลามันไม่อดมันไม่อยาก แล้วเราอดอยาก อดอยากอยู่ในเมือง อดอยากอยู่ที่มีผู้คน เขาเจือจานเราได้ ไปอดอยากในป่าสิ หลงป่าอยู่คนเดียวนั่นน่ะ อดอยากก็คืออดอยู่อย่างนั้นน่ะ กินได้ก็น้ำ เราธมกรกกรองเอา แล้วมันทุกข์มันยาก เวลามันอดมันอยากกิเลสมันซ้ำมันเติมไง 

เราจะบอกว่าเวลามันทุกข์มันยาก มันอดมันอยาก กิเลสมันซ้ำมันเติม แล้วมันทำให้น้อยใจ ทำไมเขาเป็นอย่างนั้น ทำไมเขาเป็นอย่างนี้ ถ้าคนไม่มีสติปัญญามันก็ท้อแท้ไป ถ้าคนมีสติปัญญานะ เราทำมาเอง คติธรรมเราใช้มาตั้งแต่บวชเลยล่ะ 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านสร้างของท่านมา หลวงปู่มั่นก็สร้างของท่านมา ในบรรดาสัตว์สองเท้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด ในกึ่งพุทธกาล หลวงปู่มั่นท่านเข้มข้นที่สุด แล้วท่านก็เป็นคน เราก็เป็นคน มันจะท้อแท้ มันจะวาสนาน้อยขนาดไหนก็สู้เว้ย สู้มันไปเรื่อย  เก็บเล็กผสมน้อย” 

ถึงชื่นชมหลวงตาท่านพูดถึงหลวงปู่มั่นไง เป็นพระอรหันต์ เก็บเล็กผสมน้อยเพื่อเป็นขวัญ เป็นกำลังใจให้กับลูกศิษย์ลูกหา เวลาหลวงตาท่านเห็นว่าคนผู้เฒ่าผู้แก่ไม่สบาย เอาน้ำมะพร้าวไปให้ท่านฉัน 

ไม่ได้ ไม่ได้

ไม่ได้เพราะอะไร” 

ไม่ได้เพราะไอ้พวกตาดำๆ มันมองอยู่

คนที่หวังพึ่ง หวังอาศัย แล้วกำลังใจนะ มันโลเลนะ มันไว้ใจใครไม่ได้เลย คนที่มันจะไว้ใจได้ต้องยอดมนุษย์ ต้องเหนือเราทั้งหมด แล้วทำอย่างนี้มันอ่อนแอกว่าเรา เสร็จเลยนะ ทำอย่างนี้เพื่อหัวใจของไอ้พวกตาดำๆ ค่านี้มหาศาล 

ท่านเสียสละ เสียสละความสะดวกสบาย เสียสละเรื่องทุกๆ อย่างของท่าน เพื่อความมั่นคง เพื่อหัวใจที่มันมีหลักมีเกณฑ์ของมัน เพื่อประโยชน์กับมันไง แล้วเวลาภาวนาไปแล้ว ภาวนาไปแล้ว มันเป็นไปตามวัย ถ้าตามวัยมันพัฒนาขึ้นไปของมัน บุคคล ๔ คู่ แล้วพอจิตมันเป็นตามความมหัศจรรย์ของมัน บุคคล ๔ คู่ มันไปซาบซึ้งถึงสังฆคุณที่สวดกันนั่นน่ะ 

บุคคล ๔ คู่ มันมหัศจรรย์อย่างไร ตั้งแต่ปุถุชนเป็นกัลยาณชน ปุถุชนทำสมาธิแสนทุกข์แสนยาก ทำลำบากลำบนเหลือเกิน แต่มีสติปัญญา ปัญญาอบรมสมาธิเราเท่าทันมันแล้ว รูป รส กลิ่น เสียงเป็นบ่วงของมาร เป็นพวงดอกไม้แห่งมาร ถ้ามันเห็นอย่างนั้นแล้ว เวลาสติปัญญามันเท่าทันแล้วนะ เป็นกัลยาณชน คำว่า กัลยาณชน เสียงมันก็แยกเสียงได้ รูป รส กลิ่น เสียงมันแยกดี แยกชั่วได้ อะไรจริง ไม่จริงมันวางได้ มันวางได้ มันทำสมาธิก็ง่ายขึ้น พอง่ายขึ้น ถ้ายกขึ้นนะถ้าจิตสงบแล้วเห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง 

โสดาปัตติมรรค เวลาโสดาปัตติมรรคมันพิจารณาของมันไป ภาวนามยปัญญา ปัญญาที่มันเกิดขึ้น ถ้าตทังคปหานมันใช้ปัญญาระดับหนึ่ง เวลาสมุจเฉทปหาน เอ๊อะมันเอ๊อะ! สันทิฏฐิโก รู้จำเพาะท่ามกลางหัวใจดวงนั้น แล้วมันพัฒนาขึ้นไป 

เวลาพัฒนาขึ้นไป สกิทาคามิมรรค เวลาสกิทาคามิมรรคพิจารณาของมันไป เป็นชั้นเป็นตอนขึ้นไป เวลามันสกิทาคามิผล เฮ้ย! ศึกษาพระไตรปิฎกมานะมันก็เป็นทฤษฎีที่เชื่อมั่นนั่นแหละ เวลาใจมันเป็นชั้นเป็นตอนขึ้นมา อึ๊! อึ๊! อึ๊เลย มันไปน่ะ นี่ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก แล้วมันเป็นความจริง แล้วมันเป็นความจริงอยู่ในหัวใจดวงไหนล่ะ ถ้าหัวใจดวงนั้นมหัศจรรย์ขนาดนั้น แล้วมันมาจากไหนล่ะ 

เวลาหลวงตาท่านพูดถึงเคารพมาก ไม่มีสิ่งใดสัมผัสธรรมได้ แม้แต่หนังสือพระไตรปิฏกก็เป็นกระดาษที่พิมพ์ด้วยหมึกเท่านั้น สิ่งที่จะสัมผัสธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้คือหัวใจของมนุษย์ ความรู้สึกนึกคิดอย่างนี้ไง 

แล้วในทางโลก เห็นไหม ต้องมีเหตุมีผลนะ ต้องเป็นวิทยาศาสตร์ ต้องมีเหตุมีผล ต้องเชื่อธรรม เชื่อธรรม จะเชื่อคนไม่ได้ คนมันมีสัญญาอารมณ์ อารมณ์เชื่อไม่ได้ ใช่! ถ้าคนยังปุถุชนคนหนาเชื่อไม่ได้ มันปลิ้น มันปล้อน มันหลอก มันลวง 

แต่ถ้ามันเป็นสัจธรรม มันอยู่ในหัวใจของหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นนะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากราบธรรม กราบธรรม กราบธรรมที่ในใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ มันไม่ได้อยู่ที่กระดาษ เวลาแสดงออกไปมันเป็นอดีต อนาคตไปแล้ว เวลาหลวงตาท่านว่าเป็นกิริยา เป็นภาษาพูด เป็นการสื่อ สื่อออกมาจากธรรมในใจ ที่มันสื่อออกมาเป็นกิริยา เป็นวิธีการทั้งหมด แล้วตัวธรรมล่ะ นี่ไงสิ่งที่สัมผัสธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ คือหัวใจของมนุษย์ 

ปริยัติ ปริยัติก็ศึกษา ศึกษามา การศึกษาทางโลกมันสัญญาอยู่แล้ว มันเป็นสมมุติบัญญัติอยู่แล้ว แล้วไปศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นวิธีการอย่างนั้น แล้วศึกษากันต่อไป มันก็เป็นสมมุติบัญญัติต่อเนื่องกันไป ต่อเนื่องกันไป สิ่งที่เกิดขึ้นสัญญาอารมณ์เกิดขึ้นจากหัวใจ เกิดขึ้นจากหัวใจ แล้วเราก็สื่อกันได้แค่หัวใจนั้น

เวลาเอาความจริงขึ้นมา สติก็คือสติ เป็นสมาธิขึ้นมาจิตสงบ หมับ! เป็นสากลไง ล้างไพ่ มันชนะกิเลสของเรามันถึงเป็นสมาธิได้ พอเป็นสมาธิได้มันไม่เข้าข้างใครออกใคร มันไม่เข้าข้างกิเลส แล้วไม่เข้าข้างธรรมะ ยังไม่เข้าข้างใครทั้งสิ้นเลย 

เราทำสัมมาสมาธิได้ เรามีสติสัมปชัญญะ สิ่งที่สมถกรรมฐานยกขึ้นสู่วิปัสสนาไง เอาหัวใจนี้วิปัสสนาแก้ไขใจดวงนี้ จิตเห็นจิตเป็นมรรคไง จิตเห็นอาการของจิต จิตเห็นสติปัฏฐาน ๔ มันเห็นตามความเป็นจริง มันยกขึ้นสู่มคฺโค สู่ทางอันเอก แล้วมันใช้ปัญญาวิปัสสนา วิปัสสนาไป เวลาที่ว่าใจมันหมุนติ้ว หมุนติ้วไป เวลามันสมดุลของมัน มันมหัศจรรย์ของมัน มันเพลิดเพลินของมัน 

เวลาเพลิดเพลิน เพลิดเพลินจนลืมตัว พอลืมตัวสมาธิมันอ่อนลงปั๊บ มันเป็นสัญญาอีกแล้ว สัญญาคือว่าคิดแล้วมันติดนู่น ติดนี่ ขัดนู่น ขัดนี่ พอขัด ถ้าสติปัญญามันเท่าทันนะรู้แล้ว เราประมาทแล้ว เราต้องกลับมาทำความสงบของใจให้มากขึ้น พอทำความสงบของใจมากขึ้นแล้ว ถ้าใจมีกำลังแล้ว ปล่อยแล้วมันก็กลับเข้ามาอีก 

นี่พูดถึงนี่เป็นทางเดิน เป็นมคฺโคทางเดินของหัวใจนะ ของเด็กๆ ของวันเด็ก ใจเด็กๆ เวลามันพัฒนาขึ้นไปมันมหัศจรรย์ในตัวมัน มหัศจรรย์ในตัวมัน ทั้งๆ ที่เราศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มรรค ๔ ผล ๔ เวลามันเป็นขึ้นมา เป็นขึ้นมาในใจ นี่มรรคหรือไม่มรรค ผลหรือไม่ผล ฉะนั้น ไอ้คนที่โม้ ไอ้คนที่พูดเลื่อนลอย มันเลื่อนลอย หนึ่ง ไม่ได้พูดออกมาจากใจนั้น ไม่ได้พูดมาประสบการณ์จากใจนั้น 

จากใจดวงหนึ่งสู่ใจดวงหนึ่ง เห็นไหม นี่พูดถึงธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พอศึกษามาแล้วพิมพ์ผิด เวลาพิมพ์ยังพิมพ์ไม่ถูกต้อง ต้องพิมพ์อย่างเรานี่ มันยังไปแก้ไข สัจธรรมปฏิรูป แล้วแต่ความพอใจของตน 

นี่พูดถึงถ้าเป็นธรรม เป็นธรรมนะ เราฟังธรรม เราฟังธรรมกันอย่างนี้ ฟังธรรมอย่างนี้นะ สิ่งที่ไม่เข้าใจก็แขวนไว้ก่อน อย่าว่าปีนบันไดฟังเลย แขวนไว้นั่นแหละ เวลามันถึงที่สุดนะ เวลาหลวงตาท่านพูด เวลาพระไปวิเวกหรือไปปฏิบัติมานะ ให้ไปวิเวกให้ไปปฏิบัติมา ถ้ามีสิ่งใดที่มีความรู้ มีความเข้าใจ มาสอนเราด้วย” 

เวลาหลวงปู่มั่น สิ่งที่เป็นจริง เป็นจริง ที่ว่าเวลามันเท่าทันแล้ว เวลามันเท่าทันแล้ว พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานมันอันเดียวกัน เวลามันอันเดียวกัน ถ้าไปรู้จริงขึ้นมา ถ้ามันผิดพลาดขึ้นมาให้บอกผมด้วยนะ ให้บอกผมด้วยนะ” 

ท่านท้าทาย ท้าทายก็เหมือนการพัฒนาประเทศ เวลาห่างกัน ๕๐ ปี ๖๐ ปี ประเทศพัฒนาแล้ว จิตใจที่พัฒนาแล้วเขาสมบูรณ์แบบของเขา ไอ้ของเราประเทศยังไม่พัฒนาไง รู้ไม่ได้ เห็นไม่ได้ ไฟฟ้าก็ไม่มีใช้ น้ำประปาก็ไม่มี ไม่มีอะไรเลยถ้ามันยังพัฒนาไม่ถึง พอเวลามันพัฒนาไปถึงจุดเดียวกันแล้ว เหมือนกัน เวลาเหมือนกันไง 

ท่านถึงท้าทายตลอดนะ ถ้าไปบุกเบิก ไปทำอะไรสิ่งใด ถ้าเป็นความจริง เป็นจริงเป็นจังขึ้นมานะ ถ้ามันจริง มาสอนผมด้วยนะ ท้าตลอด เพราะมันห่างกันโดยหัวใจ มันห่างกันมาก 

ฉะนั้น เวลาท่านพูดนะ เวลาพูดสื่อสารกับสังคม ถังขยะ เหมือนพูดกับเขา เขาไม่รู้ รู้ไม่ได้หรอก ความรู้เป็นจริงไปไม่ได้ มันจะรู้ได้จากปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก รู้จากหัวใจของเรานี้ หัวใจนี้ถึงสำคัญ สิ่งมีชีวิตสำคัญมาก สำคัญมากเพราะมันพัฒนาของมันได้ มันคิดมันดีได้

แต่ถ้ามันคิดแล้วมันทุกข์มันยาก เบรกมันไว้ เบรกมันไว้ อย่าตามมันไป ไม่ตามมันไป ของอาจารย์เป็นของอาจารย์ ของเราเป็นของเรา แล้วเรากำลังฝึกหัดอยู่นี่ เราพยายามเลี้ยงดูแลหัวใจของเราให้มันพัฒนาขึ้นมา ให้เป็นสมบัติของเรา ตามความเป็นจริงในใจดวงนี้ เอวัง