เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๒๒ มี.ค. ๒๕๖๓

เทศน์เช้า วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๓

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

อ้าว ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะเป็นสัจธรรม เหนือกาล เหนือเวลา ไม่มีกาล ไม่มีเวลา เป็นสัจธรรม เป็นความจริงวันยังค่ำ แต่ความจริงอันนี้เป็นความจริงจากภายใน ความจริงจากภายในเป็นปัจจัตตัง สันทิฏฐิโกจากหัวใจดวงนั้น หัวใจดวงนั้นถ้าเป็นความทุกข์ความยาก ความทุกข์ความยากเพราะกิเลสตัณหาความทะยานอยากครอบงำมัน ฟังธรรม สัจธรรมอันนี้ถ้าเป็นการแสวงหา ถ้าเราแสวงหาได้สัจธรรมอันนี้นะ มันเหนือโลก เหนือสงสาร ไอ้สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องวัฏฏะ เรื่องสภาวะแวดล้อม เรื่องของโลกไง 

เรื่องของโลกนะ ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เวลาลาภอันประเสริฐ พระสีวลีเป็นพระที่มีลาภสักการะมาก แล้วพระที่ว่าไม่เคยเป็นโรคเป็นภัยเลยก็มี สิ่งที่ไม่เป็นโรคเป็นภัยเลยเพราะว่าท่านเคยได้บำรุงรักษาผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยมา ผู้เจ็บไข้ได้ป่วยมา สิ่งที่ว่าไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ มันก็เป็นลาภอันประเสริฐจากการกระทำของตนด้วย เป็นลาภอันประเสริฐจากสติปัญญาของเราด้วย 

แต่ถ้ามันเป็นโรคเป็นภัยขึ้นมา เวลาคราวเคราะห์ คราวเคราะห์คราวโศกต่างๆ ขึ้นมา ถ้าเรามีสติปัญญาของเรา สิ่งที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของเรา เกิดขึ้นเพราะว่าเราไม่ดูแลรักษาร่างกายของเรา สุขภาพกาย สุขภาพจิต ถ้าสุขภาพกาย ในทาง สสส. เขาพยายามรณรงค์ให้ออกกำลังกาย ให้ออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายแล้ว ประชากรถ้ามีสุขภาพแข็งแรง ประชากรที่มีคุณภาพ ประชากรที่มีสติปัญญา ประเทศชาติจะรุ่งเรือง รุ่งเรืองเพราะประชากรนั้นนน่ะ เพราะประชากรสุขภาพแข็งแรง สุขภาพแข็งแรง 

ตั้งแต่สมัย ร.๙ ดูสิพระพี่นางเธอก็พูดเอง ให้ส่งเสริม ให้ส่งเสริม ให้ส่งเสริมให้คนมีการศึกษา ให้มีการศึกษาเพื่อให้มีสติปัญญา แล้วให้ส่งเสริมสุขอนามัย ถ้าสุขอนามัยแข็งแรงขึ้นมา ประชากร ประชากรสุขภาพกาย สุขภาพจิตแข็งแรงขึ้นมา แข็งแรงขึ้นมา ประเทศชาตินั้นจะมั่นคง ประเทศชาตินั้นจะไม่มีใครคอยมาปลิ้นมาปล้อน มาหลอกมาลวง มาหลอกให้เป็นเหยื่อเขา เป็นเหยื่อเขา เป็นเหยื่อเขาเพราะเราขาดสติไง ถ้าขาดสติปัญญาขึ้นมา เราเชื่อเขาโดยที่ไม่มีเหตุมีผล ถ้าเราจะเชื่อสิ่งใดเราต้องใช้สติปัญญาใคร่ครวญของเรา ถ้าใคร่ครวญของเรา สิ่งนั้นมันเป็นจริงหรือไม่เป็นจริง

สิ่งที่เป็นจริง เป็นจริงขึ้นมา โรคภัยไข้เจ็บ โรคระบาดเป็นจริง แต่เป็นจริง เป็นจริงที่มองไม่เห็นด้วย เป็นจริงด้วยการมองไม่เห็นด้วยตา แต่มันมีเชื้อโรค มันมีการแพร่ระบาด มีการแพร่ระบาด ถ้าสุขภาพกายแข็งแรงขึ้นมา การระบาดแล้ว โรคไข้หวัดมันมีหลายสายพันธุ์ สายพันธุ์ที่นุ่มนวลอ่อนโยน มันก็เจ็บไข้ได้ป่วยเล็กน้อย สายพันธุ์ที่รุนแรงนะ สายพันธุ์ที่รุนแรงมันลงปอดนะ ดูสิดูคลิปนั่นน่ะ เขาบอกว่าเวลาหายใจมันเหมือนมีเศษกระจกในปอด มันเจ็บหน้าอก เวลามันโรคที่รุนแรง เขาบอกว่าอย่าให้ได้ติดนะ อย่าให้ได้ติดนะ ไอ้คนที่ว่ายอดเยี่ยมกระเทียมดองนั่นน่ะ เวลาติดแล้วอย่ามาคร่ำครวญนะ อย่ามาเสียใจภายหลังนะ 

นี่ไงสิ่งที่เป็นประโยชน์ เป็นประโยชน์ไง ถ้าอยู่บ้าน อยู่บ้านก็ช่วยชาติได้ เรากักตัวเราเองช่วยชาติได้ เรากักตัวเราเองด้วยสติ ด้วยปัญญานะ ถ้าไม่มีสติ ไม่มีปัญญา เวลามันกักตัวเองมันมีความกดดัน มันมีความกดดันมันมีความทุกข์ทั้งนั้นน่ะ ถ้าเป็นความทุกข์ทั้งนั้นน่ะ เหมือนคราววิกฤติอย่างนี้ ผู้ที่มีอำนาจวาสนาบารมี ผู้ที่มีกำลัง ควรช่วย ดูสิเวลาโครงการช่วยชาติของหลวงตา เวลาท่านโครงการช่วยชาติมันมีโรงทาน โรงทาน โรงทานไว้สำหรับบัณฑิต ผู้ที่มีจิตใจเป็นธรรม ผู้ที่มาแสวงหาบุญกุศลไง แต่อย่างนี้ถ้ามันจะช่วย เพราะว่าคนมารวมกันไม่ได้ คนเราอยู่บ้านช่วยชาติก็เพื่อไม่ให้มาหายใจรดกันไง

นี่ก็เหมือนกัน ถ้ามันมีสติปัญญา ถ้าใครมีสติปัญญา ใครมีกำลังนะที่จะช่วยเหลือชาติ ช่วยเหลือสังคม โอกาส โอกาสมาถึงแล้ว โอกาสที่กระทำคุณงามความดี คุณงามความดี ใครที่มีกำลังช่วยชาติ ช่วยชาติ ช่วยเพื่อประโยชน์ไง อย่าให้แตกตื่น ความแตกตื่นนะ เวลามีการลงทุน ลงทุน เขาบอกว่าภาวะที่สงบ ภาวะที่มั่นคง การทำธุรกิจมันราบรื่นดี นี่ก็เหมือนกัน จิตใจของคนที่มันราบรื่นดีไง สุขภายกาย สุขภาพจิตไง ถ้าสุขภาพกายมีโรคภัยไข้เจ็บขึ้นมา มันวิตกกังวล 

สุขภาพจิต กรมสุขภาพจิตออกมาคอยรักษาแล้ว รักษาทั้งร่างกาย รักษาทั้งจิตใจนะ รักษาร่างกายจิตใจ รักษาใคร รักษาเราไม่เป็นกระต่ายตื่นตูม ถ้ากระต่ายตื่นตูมไปแล้ว เราเองเราก็ผิดพลาด ผิดพลาดเพราะอะไร เพราะการตื่นตูมขาดสติ ถ้าไม่ตื่นตูมมันมีสติ พอมีสติปัญญาขึ้นมา ถ้ามันเจ็บไข้ได้ป่วยถึงคราวเคราะห์ มันก็เรื่องธรรมดาก็รักษา เราก็บำรุงรักษาเพื่อแก้ไขของเรากันไป ถ้ามันผิดพลาดไปแล้ว มันผิดพลาดไปแล้วถึงเคราะห์ถึงกรรมที่มันให้ผลนะ แต่ถ้ามันมีบุญกุศล ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ลาภอันประเสริฐ เราต้องการสิ่งนั้น ต้องการสิ่งนั้นเพื่อประโยชน์กับร่างกายของเรา 

สัจธรรม สัจธรรม นี่มันเรื่องสภาวะแวดล้อม เรื่องโลกๆ นะ ถ้าเป็นเรื่องความจริง ดูสิเวลาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มีไง จิตสงบ จิตสงบ ถ้าจิตสงบได้อย่างไร สงบได้ด้วยการบำรุงรักษา ด้วยสติ ด้วยคำบริกรรมต่างๆ ให้มันสงบระงับเข้ามา ถ้าสงบระงับเข้ามา สงบเข้ามามันมีสติปัญญาขึ้นมา เรื่องสิ่งสภาวะแวดล้อมภายนอกมันเป็นเรื่องรองๆ เลย เป็นเรื่องของโลกนี้เลย แต่เราอยู่กับโลก พระก็มา 

ดูสิหลวงตาท่านพูดโครงการช่วยชาติน่ะ พระก็มีพ่อมีแม่ พระมีพ่อมีแม่ เวลาสังคมเดือดร้อนขึ้นมาพระท่านก็ออกมาช่วยเหลือเจือจานของท่าน ถ้าช่วยเหลือเจือจานของท่านเพื่อให้ธรรมะมันได้ออก ธรรมะได้ออก มีที่ยึดเหนี่ยว พอมีที่ยึดเหนี่ยวขึ้นมา คนมันมีที่ยึดเหนี่ยวแล้วมันก็ไม่ว้าเหว่จนเกินไป 

นี่ก็เหมือนกัน ถ้าเรามีความเชื่อมั่น เชื่อมั่นในองค์กรสาธารณสุขของชาติเรา เราก็แก้ไขได้ ความแก้ไขได้มันเรื่องธรรมดา เจ็บไข้ได้ป่วยก็ไปโรงพยาบาล หมอก็รักษา เวลาหมอรักษาหมอก็ต้องการคนไข้ที่เข้มแข็ง คนไข้ที่จิตใจร่วมมือกันรักษากับหมอ คนไข้นั้นมันก็มีโอกาสดีขึ้น ถ้ามันเป็นความจริง เป็นความจริงมันก็แก้ไขของมันไป เป็นเรื่องสภาวะแวดล้อมภายนอก แต่เวลาหัวใจมันยุมันแหย่นะ มันทุกข์มันยาก เราไปเห็นแล้วมันสร้างภาพ ตื่นตูมนะ มันจะเป็นอย่างนั้น มันจะเป็นอย่างนั้น มันจะเป็นอย่างนั้น เราคิดไปก่อนเลย กรมสุขภาพจิตก็ต้องมาระงับไว้เลย อย่าให้มันคิดเลยเถิดเกินไป ที่เราจะทำสิ่งใดได้ มันหลีกภัยไม่ได้ไง 

เวลาภัยพิบัติ ภัยพิบัติ ใครจะหลีกไปได้ คนดี คนจน คนมีสติปัญญา คนทุกข์คนยาก โดนเหมือนกันหมดน่ะ เวลาภัยพิบัติมามันกระทบไปเหมือนกัน ที่มันจะพาตัวเองรอดได้ ด้วยสติ ด้วยปัญญาหนึ่ง ด้วยบุญกุศลหนึ่ง ด้วยบุญกุศลนะ ดูสิเวลามีภัยพิบัติขึ้นมา เวลาพายุมา มันพัดมา พัดมาจะถึงเรา มันพัดไปทางอื่นเลย เห็นมากมาย คนมีบุญกุศลนะมันไม่เข้ามาถึงเรา นั่นน่ะคราวของเขา แต่เราก็ไม่ต้องว่าจะต้องเป็นอย่างนั้น เวลามีพายุมา เวลามันจะเข้าชุมชนนี้มันไม่เข้า มันไปเข้าชุมชนอื่น ชุมชนนี้รอดหมดเลย

นี่ไงเรื่องบุญ เรื่องกุศลเป็นแบบนั้น แต่เรื่องบุญกุศลเราทำของเราเพื่อประโยชน์กับเรา แต่ถ้าเราอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริง เราไม่อยู่กับโลกความเพ้อฝัน ความเพ้อฝัน เพ้อฝัน ว่าสิ่งนี้เป็นความเพ้อฝัน แต่บุญกุศลมันมี บุญก็มี บาปก็มี ใครทำบาปขึ้นมา ใครทำบาปอกุศลไว้ เวลากรรมมันสนองนั้นก็ยิ้มรับสิ ก็เราทำมาเอง เราไปอยู่ในที่เสี่ยง เราไปอยู่ในที่ชุมชน เราไม่เชื่อ ไม่เชื่อคนแนะนำ ถ้ามันเป็นแล้วอย่าเสียใจ แต่เวลาคนเสียใจ เสียใจนะ คนที่เป็นแล้วเป็นคนดีนะเขาเสียใจ เสียใจเพราะเราเป็นตัวนำโรค 

โรคมันมีอยู่แล้วนะ เวลาทางการแพทย์เขาบอกเลย เชื้อมันระบาดไปมากมาย มันฟุ้งไปตามอากาศ มันแล้วแต่ว่ามันไม่แสดงตัว แล้วคนที่แข็งแรงนะมันก็เป็นพอเล็กน้อยมันก็หายไป แต่คนที่มันรุนแรง คนที่มันเป็นโดยข้อเท็จจริงนะ พอเป็นแล้วมันเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา แล้วเราเสียใจ เสียใจ นี่ไงเวลาเสียใจก็เสียใจต่อเมื่อสิ่งที่คิดได้ภายหลังไม่ดีเลย ไม่ดีเลย เราต้องมีสติปัญญาอยู่ตลอดเวลาเพื่อประโยชน์กับเรา 

โรคภัยไข้เจ็บมันเกิดขึ้นแล้ว เห็นแล้วย้อนกลับมา เวลาเกิดมาแล้ว เกิดมาทำไม เกิดมาเผชิญสิ่งนั้นน่ะ มันจะมาตัดรอนชีวิตเราหรือ แต่ถ้าไม่มาตัดรอนชีวิตของเรา เวลามันขาดตกบกพร่องสิ่งใดพยายามตั้งสติไว้ มันต้องมีทางแก้ไขได้ มีทางแก้ไขของเราได้ ถ้ามีทางแก้ไขของเราได้ ถึงเวลาแล้วสิ่งนี้เราบอกเลยว่ามันมีภัยพิบัติ มันทำสิ่งใดไม่ได้ก็ต้องอะลุ่มอล่วยกันทั้งสิ้น มีการคุยกัน มีการเจรจากัน มีความเห็นอกเห็นใจต่อกัน เราเป็นคนเหมือนกัน เราอยู่ในชาติเดียวกัน ในหมู่บ้านเดียวกัน ไม่เห็นน้ำใจต่อกันหรือ 

นี่เราพูดกันดีๆ น่ะดี อย่าใช้อารมณ์ อย่าใช้สิ่งกระทบที่รุนแรง อันนั้นเป็นเรื่องของโลกนะ แล้วเราก็ต้องรักกลับมาที่เราด้วย เวลาทุกข์มันทุกข์ในใจนี่แหละ ในครอบครัวเดียวกัน ความคิดแตกต่างกัน ในครอบครัวเดียวกัน ความรับผิดชอบแตกต่างกัน ถ้าคนมีความรับผิดชอบมากมันก็แบกภาระไว้มาก หัวใจก็เหมือนกัน หัวใจถ้ามันมีความรับผิดชอบนะ มันรับผิดชอบสิ่งใดมันก็แบกภาระนั้นไว้ มันเป็นสัจจะไง มันฝังลงที่ใจนั้น ฝังลงที่ใจนั้น มันเป็นภาระหน้าที่ มันเป็นการกระทำอันนั้น 

ถ้าพูดถึงถ้าเรากลับมาอยู่ที่ความรับผิดชอบอันนี้ แล้วเราก็ดูแลรักษาของเรา พยายามใช้สติปัญญานะ ปัญญาทางโลกเป็นปัญญาอบรมสมาธิ ปัญญาทางโลกมันเป็นปัญญาโลกๆ ทั้งนั้นน่ะ ปัญญาโลกๆ เป็นปัญญาโลกๆ สุตมยปัญญา ปัญญาจากการศึกษา การใคร่ครวญในทางวิทยาศาสตร์ ถ้ามันมีปัญญาภายในแล้วนะ รู้สิ่งใดนะ ภายในไม่ให้ออก ภายนอกไม่ให้เข้า สิ่งที่เกิดขึ้นไฟข้างนอก กันไว้อยู่ข้างนอกนั้น แต่เราก็ต้องเผชิญกับไฟข้างนอกด้วย แล้วไฟข้างในของเรา ไฟข้างในถ้ามันลุกโชนขึ้นมา มันมีความรุ่มร้อนขึ้นมา 

เรามีสติปัญญา ธรรมโอสถยับยั้งมันไว้ พยายามทำให้ไฟมันเบาบางลง แล้วถ้ามัน.....9.40 เราก็ทำให้มันหมดสิ้นไปจากใจ ถ้าหมดสิ้นจากใจ เรามีที่พึ่ง ข้างนอกเราก็พึ่งอำนาจรัฐ พึ่งกับสังคม ข้างในเราต้องพึ่งตัวเราเอง แล้วถ้าข้างในเราพึ่งตัวเราเอง พึ่งตัวเราเองได้แล้ว สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี จิตสงบระงับแล้วเราจะเห็นปัญหา เห็นปัญหา เราจะแก้ไขปัญหานั้นได้ ถ้าแก้ไขปัญหานั้นได้ คนอื่นเขาตื่นตูมขึ้นมา เราจะชักชวนไม่ให้ตื่นตูมไปขนาดนั้น 

มันเป็นเรื่องถึงคราวเป็นเคราะห์เป็นโศก มันเป็นคราว เป็นคราวไป โรคระบาดมันเป็นครั้งเป็นคราวของมันขึ้นมา มันเป็นภาวะเหมือนฤดูกาล ฤดูกาลมันก็เป็นของมันอย่างนี้ แล้วฤดูกาลเป็นอย่างนี้ ฤดูกาลเวลาหน้าฝนต้องให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล เพราะเราต้องการเพื่อความชุ่มชื้น ต้องการเพื่อการเกษตรกรรม เพื่อต่างๆ เพื่อประโยชน์กับเราเพื่อดำรงชีพไง ดำรงชีพ เวลามันเป็นขึ้นมา เป็นเคราะห์เป็นคราวขึ้นมา เขาแก้ไขกันไปทางโลก สิ่งใดถ้าเราช่วยเหลือเจือจานกันนะ ไม่แซงหน้าแซงหลัง เวลาแซงหน้าแซงหลังขึ้นมา เกิดภัยพิบัติอะไรขึ้นมา มาตักตวง มาแสวงหาผลประโยชน์ พวกนี้ใช้ไม่ได้เลย 

เวลาปกติเขายังช่วยเหลือเจือจานกันนะคนที่เป็นธรรม เวลาครูบาอาจารย์ของเรา หลวงตา ที่ไหนตกทุกข์ได้ยากท่านจะไปช่วยเหลือเจือจาน เวลาเกิดทุกข์เกิดยาก เกิดภัยพิบัติขึ้นมา แซงหน้าแซงหลังขึ้นมาเพื่อมาฉกมาฉวยเอาผลประโยชน์ ผลประโยชน์ ผลประโยชน์ นี่ไงมีการกักตุนต่างๆ สิ่งนี้ซ้ำเติม ความซ้ำเติมจิตใจ นี่ไงว่าเป็นธรรม เป็นธรรมไง 

จิตใจที่เป็นธรรม คนที่มีอำนาจวาสนาบารมี เขายังช่วยเหลือเจือจานคนอื่น ไอ้ของเรา เราเป็นคนขาดตกบกพร่อง นี่ก็เป็นโอกาส เป็นโอกาสของเรา โอกาส เวลาให้โอกาสที่ดีงาม เราทำโอกาสที่เป็นธรรม โอกาสอย่างนี้ โอกาสแซงหน้าแซงหลัง โอกาสฉวยผลประโยชน์มันเป็นเรื่องโทษทั้งนั้น แล้วเป็นความประมาทเลินเล่อ เวลาแพร่กระจายไป แพร่กระจายด้วยความประมาท ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไอ้คำว่าไม่เป็นไร ไม่เป็นไรนั่นแหละมันจะมีปัญหา 

แต่ถ้าเรามีสติปัญญา ดูสิหมอ พยาบาลเขาก็อยู่ท่ามกลางโรคเลยนะ ไม่เป็นไร พวกเรามีแต่หนีออกห่างทั้งนั้นน่ะ แต่เขาต้องเข้าไปเผชิญเลย นักรบ เวลานักรบเข้าไปเผชิญ อย่างนั้นน่าเห็นใจ เพราะเขามีการศึกษานะ เขาเป็นหมอ เขาเป็นพยาบาล เขารู้ของเขา แล้วเขาเข้าไปเผชิญ นี่ไงหน้าที่ของเขา แล้วมันเข้าไปเผชิญกับโรคกับภัย นั่นน่ะเขาทำหน้าที่ของเขา ทำไมเอ็งไม่ทำล่ะ ถ้าเวลาเอ็งว่าเอ็งมีคราวเอ็งฉกฉวยผลประโยชน์ เวลาเขาไปเพื่อสงเคราะห์ เอ็งทำไมไม่ทำล่ะ แล้วเอ็งยังไปซ้ำเติมเขาอีก นี่พูดถึงว่าถ้าคนเห็นแก่ตัว คนเห็นแก่ตัว สิ่งใดมันทำลายไปทั้งสิ้น เพราะเกิดจากกิเลส กิเลสมันเกิดมาจากใจไง นี่พูดถึงปัญหาทางโลกนะ 

ฟังธรรม ฟังธรรม ธรรมะ เวลาสังคมร่มเย็นเป็นสุข สมณะ ชี พราหมณ์จะมีโอกาสประพฤติปฏิบัติ สมณะ ชี พราหมณ์ สมณะ ชี พราหมณ์เลี้ยงชีพด้วยปลีแข้งก็อยู่กับสังคมนี่แหละ ถ้าสังคมเดือดร้อน สมณะก็เดือดร้อนไปด้วย ถ้าสังคมร่มเย็นเป็นสุขนะ ในสังคมก็ร่มเย็นเป็นสุข สังคมร่มเย็นเป็นสุขแล้ว ในครอบครัวต่างๆ ก็มีความร่มเย็นเป็นสุข แล้วเป็นสุข สมณะ ชี พราหมณ์ ถ้าการเมืองมันนิ่ง ทุกอย่างมันนิ่ง มันดีงาม ทุกอย่างดีงามไปหมดเลย แต่มันจะแสวงหาอย่างนี้ได้ไหม 

ดูสิเวลาสมัยหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น เวลาภาวะสงคราม เวลามันขาดแคลน ผ้าผ่อนแพรพรรณหาได้ยากมาก แล้วหาได้ยาก ก็แสวงหาอย่างนั้น ก็...12.54 อย่างนั้น เวลาเกิดมา ถ้ามันมองสภาวะแบบนี้ย้อนกลับมาเลย เราเกิดมา ถ้ามันยังมีกำลังแข็งแรง ยังมีศรัทธาความเชื่อมั่นคงอยู่ เราควรขวนขวายรีบกระทำของเรา ให้เห็นภัยมันมาแล้ว ภัยมันมาแล้ว ทีนี้ภัยข้างนอกมันก็เห็นแล้ว มันกระตุ้นเลยว่าเราอย่าประมาท อย่าพลั้งเผลอ อย่าเลินเล่อ 

แล้วชีวิตนี้มีการพลัดพรากเป็นที่สุด แน่นอนคนเราต้องตายที่สุด ถึงกาลเวลาแล้วมันต้องสิ้นชีวิตนี้ไป แล้วสิ้นชีวิตนี้ไป แล้วเราได้อะไรล่ะ แล้วถ้าในปัจจุบันนี้เรายังไม่ได้สิ่งใด ยังไม่มีหลักมีเกณฑ์ขึ้นมา สภาพแบบนี้ สภาพแบบนี้เดือนร้อนกันไปหมดเลย แล้วเราเดือดร้อนไหม 

ถ้าเราเดือดร้อนขึ้นมา แล้วเราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เรามาบวชเป็นพระ เป็นเจ้า มาเป็นนักปฏิบัติ เวลาปฏิบัติขึ้นมา ไปวัดคราวนี้จะได้สมาธิเลย ไปวัดคราวนี้จะเกิดปัญญาเลย ไม่เกิด เพราะว่าความละเอียดรอบคอบ ความละเอียดรอบคอบของเรา อย่าให้กิเลสมันยุมันแหย่อยู่ภายใน เวลาตัณหาความทะยานอยากคือความต้องการอยู่แล้ว แล้วยังมีอุดมการณ์อยากได้ ตัณหาซ้อนตัณหา เวลาปฏิบัติแล้วมันไม่ได้สิ่งใดเลย 

แต่เวลาเราจะประพฤติปฏิบัติ เราจะปฏิบัติบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกพระอานนท์นะ อานนท์ เธอบอกเขานะ อย่าบูชาเราด้วยอามิสเลย บูชาด้วยการประพฤติปฏิบัติเถิด การประพฤติปฏิบัตินั่นคือโอกาส เดินจงกรมอยู่ นั่งสมาธิอยู่ ถ้าจิตมันสงบมา เดินจงกรมอยู่ นั่งสมาธิอยู่ด้วยปัญญาใคร่ครวญ เวลามันภาวนา ภาวนาขึ้นมา โอกาสที่มันจะเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นตรงนั้น 

ฉะนั้น เวลาเราภาวนาแล้วไม่ต้องคาดไม่ต้องหมายว่าต้องการได้สิ่งใด ตั้งเป้าแล้ววางไว้ แล้วทำให้มันเป็นความจริงขึ้นมา ถ้าเป็นความจริงขึ้นมา ไม่ให้ตัณหาซ้อนตัณหา เวลาปฏิบัติ เวลามีตัณหาซ้อนตัณหา สัญญา คนที่ไม่ปฏิบัติเขาก็คุยตามทฤษฎี ตามทฤษฎีว่าธรรมะเป็นอย่างนั้น ธรรมะเป็นอย่างนั้น แต่ไม่เป็น นี่ทฤษฎีนะ เวลาปฏิบัติไปแล้ว ขนาดว่ามีสัญญา มีความศึกษามา มันยังคาด ยังหมาย ยังทำให้ภาวนาลงไม่ได้เลย แค่นี้แหละมันเหมือนตะกอน น้ำในแก้วถ้ามันนิ่งอยู่ ตะกอนมันก็ลนก้นแก้ว ไอ้นี่เขย่าตลอดเลย จะได้ไอ้นั่น จะได้ไอ้นี่ ไม่มีทาง อยู่อย่างนั้น

เวลาที่ปฏิบัติแล้วไม่ได้ผล ไม่ได้ผลเป็นอย่างนั้นน่ะ แต่เราตัดใจ เพราะเราควบคุมความคิดไม่ได้ ไปวัดไปวาคราวนี้เราจะปฏิบัติบูชาพระพุทธ เราจะปฏิบัติบูชาพระธรรม เราจะปฏิบัติบูชาพระสงฆ์ อริยสงฆ์ตั้งแต่พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะไป เราบูชาธรรม บูชาธรรม แล้วทำของเราไป มันเป็นวิทยาศาสตร์ มันเป็นวิทยาศาสตร์เพราะมันเป็นเหตุเป็นผลของมัน แล้วถ้ามันสมควรของมัน เพราะอะไร มันไม่มีกิเลสมาคอยล่อ มันไม่มีกิเลสคอยมาเย้ามาแหย่ ไม่มีกิเลสคอยปลิ้นคอยปล้อน ไอ้จะเป็นอย่างนั้น จะเป็นอย่างนั้นแล้ว เดินจงกรม ๓ รอบจะเป็นสมาธิแล้ว ภาวนาแล้วมันจะได้อย่างนั้น มันมาหลอกมาล่อ มาปั่นป่วน 

แก้วน้ำขยับ ตะกอนไม่มีนอนก้นเลย แก้วน้ำขยับตลอด เราหวั่นไหวตลอด เรานิ่งไม่ได้เลย เราพยายามฝึกหัดของเรา ปฏิบัติบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้ามันนิ่ง ตะกอนมันต้องลงก้นแก้วแน่นอน ความสงบมันเกิดขึ้นได้แน่นอน น้ำจะใส เราจะมีสติปัญญาแก้ไขของเราได้ เพื่อประโยชน์กับเรานะ มองโลก แล้วเอามาเตือนเราไง สิ่งที่ว่าความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ แต่คนที่เป็นโรคเป็นภัยขึ้นมา เวลาคราวเคราะห์คราวโศกขึ้นมา ก็แก้ไขดัดแปลงของเรา แล้วด้วยสติ ด้วยปัญญา ไม่ตื่น ไม่หวั่นไหวไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะชีวิตสำคัญกว่า ความรู้สึกนึกคิด ความรู้สึกอันนี้สำคัญกว่า 

เพราะความรู้สึกอันนี้ไง เวลาเป็นแค่เพราะเราเป็น เวลาเรามีอำนาจวาสนาเราไม่เป็น ก็เราเป็นไง เราทั้งนั้นน่ะ ถ้าเราแล้ว สัจธรรมอันนี้ในหัวใจนี้ ฟังธรรม ฟังธรรม ฟังธรรมเพื่อใจดวงนี้ เราไม่ประมาท ไม่เลินเล่อ ตั้งสติปัญญาของเรา รักษาระยะห่าง รักษาตัวของเราให้ได้ แต่ถ้ามันผิดพลาดพลั้งเผลอ เพราะกรรมขึ้นมาก็รักษาเพื่อความเป็นปกติ หายจากโรคภัยไข้เจ็บ โรคภัยไข้เจ็บหนึ่ง โรคของกิเลสอีกหนึ่ง แล้วเรามีสติปัญญามากน้อยแค่ไหน เราพยายามของเราหนึ่ง รักษาหัวใจของเราไว้ รักษาหัวใจ ความมั่นคงในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ สัจธรรม 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพยากรณ์ไว้ตั้งแต่สมัยพุทธกาล กึ่งพุทธกาล ๕,๐๐๐ ปี ต่อไปจะมีพระศรีอาริยเมตไตรยมาตรัสรู้องค์ต่อไป แล้วยังมีสืบต่อ ภัทรกัปก็ ๕ องค์ อนาคตวงศ์อีก นี่พูดถึงอนาคต พระพุทธเจ้าพยากรณ์ไว้อย่างนั้นเลย แล้วของเราล่ะ เราสาวก สาวกะ ผู้ที่ได้ยินได้ฟัง ให้เชื่อมั่นในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วมีสติปัญญารักษาหัวใจของตน เพื่อชีวิตนี้ให้ราบรื่น ให้ชีวิตนี้ มันกระทบกระเทือนไปทั้งนั้นน่ะ 

ชาติปิ ทุกขา การเกิดเป็นทุกข์อย่างยิ่ง พอเกิดมาแล้ว เกดิมาแล้วเพื่อเผชิญกับอะไร ถ้าเผชิญกับสัจจะความจริง เผชิญกับหัวใจของเรา เผชิญกับกิเลสของเรา เราก็แก้ไขกิเลสของเรา ถ้าเผชิญกับสังคมโลก เราก็อยู่กับโลกของเรา เราแก้ไขของเรา เพื่อไม่ให้มันทุกข์มันยากจนเกินไปนัก เอวัง