ธรรมว่า
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
เทศน์พระ วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๗
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่ ) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรม
ใครแสดงธรรมก็แล้วแต่ เป็นธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าใน ๕,๐๐๐ ปีนี้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม สัจธรรมอันนั้นกังวานในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อน วิมุตติสุขๆ เป็นมาตรฐานไว้คอยเช็กพระ ไอ้พระปฏิบัติน่ะ ว่ามันมีอยู่จริงหรือเปล่า ถ้ามันมีอยู่จริงมันเป็นมาตรฐานเดียวกัน ถ้ามาตรฐานเดียวกัน นี่เป็นสัจธรรมไง
วันนี้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เรามาได้บวชเป็นพระ บวชเป็นพระ บวชเป็นพระปฏิบัติเสียด้วย ถ้าบวชเป็นพระปฏิบัติ ศีล สมาธิ ปัญญา สิ่งที่เราฝึกหัด เราจะประพฤติปฏิบัติให้มันขึ้นมาตามความเป็นจริงในหัวใจของเรา
คนมีการศึกษาๆ เขามีการศึกษามาแล้วเขารู้ได้ว่าเขาเคยผ่านการศึกษามา เขารู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก อะไรควรและไม่ควร เพียงแต่ว่าเขาทนสิ่งเร้าในสังคมภายนอกไม่ได้ เขาทนสิ่งเร้าในหัวใจของตนที่มีแรงปรารถนาขับดันโดยกิเลสตัณหาความทะยานอยากไม่ได้ เขาทนไม่ได้ๆ ทั้งๆ ที่เขารู้ๆ นั่นแหละ
แต่ของเรา เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เรามาบวชเป็นพระ ถ้าบวชเป็นพระแล้ว วันนี้วันสำคัญในทางพระพุทธศาสนา
เวลาครูบาอาจารย์ของเรานะ สมัยที่โลกเขาเจริญนี่แหละ แต่สังคมมันยังไม่ตื่นตัวขนาดนี้ เวลาวันวิสาขบูชาก็เป็นประเพณีวัฒนธรรมกัน นี่เป็นงานในท้องถิ่น งานในพื้นบ้าน เวียนเทียน ฟังเทศน์ฟังธรรม
ครูบาอาจารย์ของเราออกฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา เวลาอยู่ในป่าในเขา หลวงตาพระมหาบัวเวลาท่านลาหลวงปู่มั่นไปวิเวกไง
ให้ทำมาฆะคนเดียวนะ วิสาขะอยู่ในป่า ให้ปฏิบัติบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ถ้าเป็นสัจจะเป็นความจริงของเราขึ้นมาไง สิ่งที่เป็นจริงเป็นจังขึ้นมามันเป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก รู้เองเห็นเองในหัวใจของตน ในแนวทางการประพฤติปฏิบัติ แล้วมันเป็นความจริงๆ ขึ้นมา
วันนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิด ตรัสรู้ และปรินิพพาน เวลาอบรมบ่มเพาะครูบาอาจารย์ของเราเป็นพระอรหันต์ เอตทัคคะ ๘๐ องค์ พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะเป็นอัครสาวกเบื้องซ้ายและเบื้องขวา พระโมคคัลลานะทำพูดสิ่งใด ทำสิ่งใด มันหัวใจเดียวกัน มันเข้าใจกัน มันไม่มีอะไรมาขัดมาแย้งกัน เวลาพระโมคคัลลานะไปถึงไหนมาก็แล้วแต่ จะมาเล่าให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฟัง นี่รู้กันๆ
หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านประพฤติปฏิบัติตามความเป็นจริง มันก็รู้กันๆ ใครจริง ใครไม่จริง
แล้วถ้าไม่จริง ส่วนใหญ่มันไม่จริงมันมีมากมายมหาศาล ท่านถึงพูดไว้ไง ต่อไปข้างหน้ามันจะแซงหน้าแซงหลัง
คำว่า “แซงหน้าแซงหลัง” เพราะมันไม่มีมาตรฐาน มันไม่รู้จักมาตรฐาน คนที่ไม่มีมาตรฐาน ไม่รู้จักมาตรฐาน แล้วมาตรฐานอยู่ไหนล่ะ ก็อยู่ที่ความพอใจของกูไง แล้วของกูเป็นธรรมเสียด้วย ของพวกเอ็งไม่ใช่ ของกูน่ะของจริง
จริงของใคร จริงกิเลสไง นี่เขาว่าๆ กิเลสมันว่าของมันทั้งนั้นน่ะ
แต่ถ้าเราว่าๆ ล่ะ เขาว่ากับเราว่า
ถ้าเราว่า เราว่าของเรา เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา วันนี้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เราอยู่กับครูบาอาจารย์มานะ วันพระวันโกนเนสัชชิก
เวลาปฏิบัติใหม่ๆ เวลาเราปฏิบัติมาด้วยกัน เวลาครูบาอาจารย์ ลูกศิษย์ครูบาอาจารย์สำนักเดียวกัน แนวทางอันนั้นน่ะ หลวงปูมั่นท่านวางวัตรปฏิบัติไว้อย่างไร
เวลารุ่นหลาน รุ่นเหลนไป ลูกศิษย์ใครๆ มันก็เพราะอาจารย์เขาจะเข้มข้นหรือจะหนักแน่นในข้อวัตรปฏิบัติในเครื่องอยู่ของใจๆ
ถ้าใจปล่อยปละละเลย จบครับ มันไหลไปหมดล่ะ แล้วไหลไปแล้ว มันไหลไปโดยกิเลสไง เขาว่า “เดี๋ยวนี้โลกเจริญแล้ว โลกเขาเจริญ สิ่งเครื่องใช้ไม้สอยมันมีทุกอย่างพร้อม” นี่เขาว่า
เราว่าล่ะ
ถ้าเราว่า เราใช้แล้วใจเราเป็นอย่างไร ถ้าเราไม่ใช้ เราก็กระวนกระวายเหมือนกัน เพราะมันทุกข์มันยากมันลำบาก แล้วถ้ามันสุขสบาย มันก็พอใจ เราใช้แล้วเราเป็นอย่างไร แล้วเราใช้แล้ว แล้วจิตใจมันเหิมเกริมหรือไม่ นี่เราว่า เราว่าเพราะเราเทียบได้ เราเทียบได้ว่ามันเป็นจริงหรือไม่ มันเป็นประโยชน์กับใคร มันเป็นประโยชน์กับกิเลสหรือเป็นประโยชน์กับธรรม
ถ้าเป็นประโยชน์กับธรรม ความจำเป็นในโลก โลกมันเจริญแล้วเอามาใช้สอยไง เอามาใช้สอยเพื่อการเผยแผ่ธรรมๆ
แต่การเผยแผ่ธรรม เอาอะไรไปเผยแผ่ เอากิเลสไปเผยแผ่ใช่ไหม
เขาว่าๆ น่ะ เขาว่าๆ ก็ตำรับตำราไง เขาว่าๆ ก็เขาเล่าว่า
เราว่า สติก็ของเรา สมาธิก็ของเรา ถ้าเป็นสมาธิ มันเป็นสมาธิของเราขึ้นมาให้ได้ แล้วถ้ามันเป็นสมาธิ มันล้มลุกคลุกคลานขนาดไหน แล้วเป็นสมาธิแล้วอยู่กับเราไหม เสื่อมหมด แน่นอน รับประกันได้ รับประกันได้เพราะอะไร
รับประกันได้ ครูบาอาจารย์ที่ท่านประพฤติปฏิบัตินะ สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน ถ้าเป็นสมถกรรมฐานแล้วถ้ายกขึ้นสู่วิปัสสนาไม่ได้ มันก็ติดในสมาธินั้น เวลาติดในสมาธินั้น มันก็คร่อมตออยู่นั่นแหละ สมาธิหัวตอ ตอนี้เป็นนิพพานๆ ถ้าจิตมันเสื่อม มันสะดุดตอหงายท้องเลยล่ะ สมาธิคร่อมตอ แล้วคร่อมตอแล้วตอต้องอยู่กับเรา ก็ไม่อยู่
สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา ชัดเจน ธรรมชาติของมันอยู่แล้ว ไม่มีอะไรคงที่หรอก มันแปรสภาพของมันตลอดเวลา แล้วเวลาจะทำความสงบของใจนี้ล้มลุกคลุกคลานแค่ไหน ใช้ปัญญามากมายมหาศาลขนาดไหนมันเป็นปัญญาอบรมสมาธิ เวลามันปล่อยวางเข้ามา อื้อหืม! อื้อหืม! เราคิดว่าเรารู้ธรรม ได้ธรรม
ได้ที่ไหน
ถ้าได้นะ วิมุตติสุขมันต้องมีความสุขของเรา มันมีวิหารธรรมนะ
รูป รส กลิ่น เสียงเป็นบ่วงของมาร เป็นพวงดอกไม้แห่งมาร ยศถาบรรดาศักดิ์ โลกธรรม ๘ มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ มันเป็นของประจำโลกไง นี่ไง พ้นจากบ่วงที่เป็นโลก นี่บ่วงที่เป็นโลก
พระอรหันต์ ๖๐ องค์พ้นจากบ่วงที่เป็นโลกและบ่วงที่เป็นทิพย์
ของที่มีอยู่ ของที่สัมผัสกันอยู่นี่ บ่วงของโลกทั้งนั้นน่ะ แล้วถ้ามึงมีธรรมแล้วมึงมาติดได้อย่างไร ถ้ามึงมีธรรม คนมีธรรมจะติดในบ่วงหรือ
ดูสิ นายพรานเขาดักสัตว์เป็นบ่วง เสือไปติดอยู่นั่นน่ะ นี่ไง ถ้าเอ็งมีสติปัญญา เอ็งไปติดบ่วงนี้ได้อย่างไร ถ้าเอ็งมีวิหารธรรม
นี่มันยืนยัน มันไม่ใช่ไง
บ่วงของโลก บ่วงที่เป็นโลกและบ่วงที่เป็นทิพย์
บ่วงที่เป็นทิพย์ไง เวลาเทวดา อินทร์ พรหมมาฟังเทศน์ๆ เวลาเข้าฌานสมาบัติมันก็เป็นไปได้ ฌานสมาบัติ ไปเที่ยวสวรรค์ ไปเที่ยวพรหม ไปได้ทั้งนั้นน่ะ แต่เขาไปได้ด้วยฤทธิ์ด้วยฌานเขาไง กาฬเทวิล กาฬเทวิลระลึกชาติได้ ๔๐ ชาติ เวลาไปนอนบนพรหมไง เป็นสหายกับพระเจ้าสุทโธทนะไง
เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ โลกธาตุนี้ไหวเลย
เขานอนอยู่บนพรหม เอ๊! เกิดอะไรขึ้น
เจ้าชายสิทธัตถะเกิดแล้ว โอ้โฮ! ดีอกดีใจนะ เขาลงมา เห็นไหม มันเป็นอริยสัจตรงไหน มันเป็นแนวทางพระพุทธศาสนาตรงไหน ไม่เห็นเป็น
เพราะอภิญญามันมีมาก่อน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปศึกษามา อุทกดาบส อาฬารดาบส สมาบัติ ๖ สมาบัติ ๘ สมาบัตินี่ไง เวลาผลของวัฏฏะ มันไปโดยกำลังของฤทธิ์ได้ทั้งนั้นน่ะ แล้วมันเป็นมรรคไหม
๑. ไม่เป็น
๒. ติด สำคัญตนตัวเองยิ่งใหญ่
สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา มันเสื่อมหมดล่ะ ยิ่งใหญ่ขนาดไหนเดี๋ยวก็ไปนอนค้างอยู่นั่นน่ะ เวลานอนค้างขึ้นมาทุกข์ยากทั้งนั้นน่ะ
นี่เขาว่า เขาว่าเพราะทำไม่เป็น เพราะคนอื่นเขาทำ
แต่ครูบาอาจารย์ของเราพระอรหันต์ เป็นหมดล่ะ ทำได้ทั้งนั้นน่ะ แล้วรู้ด้วยว่านี่มิจฉา นี่แหละที่ทำให้มันติดข้อง นี่ถ้าติดข้อง มันต้องเข้าสู่สัมมาก่อน เข้าสู่สัมมาแล้วมันรู้ตามความเป็นจริงของมัน
เห็นไหม เราว่า เราว่า ศีล สมาธิ ปัญญา นี่ธรรมว่า ความเป็นธรรมไง สติธรรม สมาธิธรรม ปัญญาธรรม แล้วมันชัดเจนว่า สุตมยปัญญาที่เขาโลดแล่นกันอยู่นี่ ว่าปัญญาๆ ฟังแล้วขำ ขำๆ
มันจะเป็นปัญญาไปได้อย่างไร นี่สัญญาทั้งนั้น ทรงจำธรรมวินัยๆ ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ จิตลงสมาธิดี มันก็จำของมันไว้ เวลาพูดก็พูดแต่อดีตทั้งนั้นน่ะ เคยเป็นๆ แต่มันไม่เป็นในปัจจุบันนี้หรอก
ถ้ามันเป็นในปัจจุบันนี้ไง สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี แล้วฝึกหัดพยายามค้นคว้า ถ้ามันเห็นสติปัฏฐาน ๔ เห็นสติปัฏฐาน ๔ ฝึกหัดใช้ปัญญาๆ ถ้าเห็นกายแล้วพิจารณากาย ถ้ามันแยกแยะได้ นั่นน่ะภาวนามยปัญญามันจะเกิด
แล้วภาวนามยปัญญามันเกิด มันเกิดจากใคร
มันเกิดจากจิตดวงนั้นที่ทำสมถกรรมฐานได้ ทำสมถกรรมฐานคือทำสมาธิเป็น ทำสมาธิได้ ทำสมาธิเป็นบาทเป็นฐาน พอทำสมาธิเป็นบาทเป็นฐาน ถ้ามันยกขึ้นสู่วิปัสสนา มันจะไปเห็นสติปัฏฐาน ๔ คือมันเห็นกิเลสแล้ว แล้วถ้ามันเห็นกิเลสแล้วมันฝึกหัด ฝึกหัดโดยใช้ปัญญา แล้วไปไม่ได้หรอก พอฝึกหัดใช้แล้วมันล้มลุกคลุกคลานทั้งนั้นน่ะ
เริ่มต้นคนฝึกหัดใหม่ คนทำงานใหม่ คนฝึกงาน เด็กฝึกงานล้มลุกคลุกคลานทั้งนั้นน่ะ ถ้าเด็กฝึกงานล้มลุกคลุกคลานเพราะอะไร
หนึ่ง ตัวเองไม่เป็น เครื่องมือ วิธีการการกระทำนั้นล้มลุกคลุกคลาน แล้วเวลามันพยายามจะตั้งต้น พยายามจะตั้งหลักให้ได้
ถ้ามันตั้งหลักให้ได้ ตั้งหลักให้ได้เกิดจากอะไร ตั้งหลักไม่ได้ด้วย ตั้งหลักไม่ได้เพราะอะไร
ตั้งหลักไม่ได้เพราะสมถกรรมฐาน ฐานมันคลอนแคลน ฐานมันไม่มั่นคง
ถ้าครูบาอาจารย์ท่านเป็นธรรม ท่านให้วาง วางปัญญาซะ กลับมาทำความสงบให้มั่นคงขึ้น แล้วถ้าทำสติปัญญามั่นคงขึ้น ทำความสงบได้แล้วมีกำลัง เวลาปล่อยแล้วมันจะใช้สติปัญญาต่อเนื่องไป ใช้ปัญญาต่อเนื่องไป ฝึกหัดใช้ปัญญามันจะเข้าใจแล้ว ที่มันล้มลุกคลุกคลาน อ๋อ! สมาธิมันอ่อน สมาธิมันคลอนแคลน ถ้าพอมันมีสมถกรรมฐาน ฐานมันมั่นคงขึ้นมา เวลาใช้ปัญญาไป มันทะลุทะลวง มันก้าวเดินของมันไป แล้วก้าวเดินไป พอมันหมุน ภาวนามยปัญญา ธัมมจักฯ จักรมันเคลื่อนไง ปัญญามันจะหมุนไง
ความคิดเร็วกว่าแสง สมถกรรมฐานทำให้ความคิดหยุดได้หมดเลย นี่สมาธิ
สมาธิคือความคิดทั้งหมดหยุดคิด หยุดนิ่ง นั่นคือสมาธิ
สมาธิเกิดปัญญาไม่ได้ แล้วเวลาจะฝึกหัดใช้ปัญญา แล้วปัญญา พอถ้ามันจิตสงบแล้วโน้มไป ส่วนใหญ่แล้วเห็นไม่ได้ ไม่เห็น เพราะอะไร เพราะมันต้องมีวาสนา มันต้องมีความละเอียดอ่อน แล้วมันมีการกระทำ เพราะอะไร
เพราะสมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐานมันจะแยกแยะของมันไป แล้วถ้าปัญญามันเคลื่อนไปได้ มันจะเห็น มันจะสมบูรณ์ เพราะอะไร
เพราะเราเกิดมา เรามีการศึกษาแล้ว นี่สุตมยปัญญา เราฝึกหัด เราปฏิบัติอยู่นี่ จินตมยปัญญา จินตนาการเอย จินตนาการตรรกะ ความเห็น คิดร้อยแปด มันก็ล้มลุกคลุกคลานไง พอมันเกิดภาวนามยปัญญา อ๋อ! มันสมบูรณ์ด้วยสุตมยปัญญา จินตมยปัญญา ภาวนามยปัญญา ไม่ต้องไปเถียงกับใคร เถียงกับใจตัวเองนี่แหละ เถียงกับกิเลสในใจตัวเอง นี่ธรรมว่า
เราว่า ธรรมว่า ไม่ใช่กิเลสว่า
เขาว่า กิเลสว่า
เขาเล่าว่า ความร่ำลือ ความจำมา การกระทำเคยเป็นแล้วจำไว้ นี่เขาเล่าว่าทั้งนั้นน่ะ นี่กิเลสว่า
กิเลสว่าเพราะอะไร
เพราะมันว่างเปล่าไง ปฏิบัติแล้วไม่มีสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอัน ได้อย่างเดียวคือประสบการณ์ คนฝึกงาน คนฝึกงานได้ประสบการณ์ในการฝึกงานนั้น แต่ผลงานนั้นมันไม่สมประกอบ ผลงานนั้นไม่สมบูรณ์แบบ มันจะเป็นผลงานไปไม่ได้ เพราะสพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาไง สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา ก็มันเป็นอนัตตา แล้วจับต้นชนปลายตรงไหน แล้วมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
ถ้าเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา เราตั้งสติของเราไว้ ฝึกหัดปฏิบัติของเรา
เวลาครูบาอาจารย์ อย่าทิ้งผู้รู้ อย่าทิ้งพุทโธไง
มันจะสูงส่ง มั่นคงดีงามขนาดไหน เวลามันล้มลุกคลุกคลาน มันไปไม่ได้หรือว่ามันจับต้นชนปลายสิ่งใด พุทโธไว้ เพราะพุทโธไว้ ฐานมันมั่นคง
อย่าทิ้งผู้รู้ อย่าทิ้งพุทโธ ไม่เสีย
แต่เวลาวิปัสสนาไปแล้วใช้ปัญญาไปแล้ว
อู๋ย! พุทโธมันไร้ดียงสา มันเป็นเรื่องของเด็กๆ มันไม่มีวุฒิภาวะ เดี๋ยวนี้ฉันใช้ขั้นปัญญาแล้ว ปัญญามันกำลังเลอเลิศแล้ว
ฐานมันไม่มีไง หลักลอยไง เคว้งคว้างอยู่ในอวกาศไง แล้วไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไง ข้างหน้าก็ไปไม่ได้ ใจของตน ฐีติจิต จิตแท้ๆ ก็จับมันไม่ได้
เพราะมันไร้เดียงสา มันของเล็กน้อย เราผ่านมาแล้ว เรายิ่งใหญ่ เรากำลังจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
ดูสิ กิเลสว่า
แต่ถ้ามันธรรมว่าๆ นะ จะสูงส่งขนาดไหน จะเศรษฐีกุฎุมพีขนาดไหน เขาก็มีเศษเงิน มีเงินเหรียญ เวลาใช้จ่ายจับจ่าย มันการทอน มันต้องใช้ทั้งนั้นน่ะ จะสูงส่งต่ำต้อยขนาดไหน ๑ สตางค์ ๒ สตางค์ ล้าน สองล้าน มีค่าเหมือนกัน แล้วมัน ๑ สตางค์ ๒ สตางค์กลับสำคัญด้วย ทางบัญชีไง ๕๐๐ ล้านกับอีก ๒ สตางค์ สำคัญทั้งนั้นน่ะ
คนเป็นนะ ทุกอย่างมันสำคัญทั้งนั้น ถ้ามันสำคัญตามความเป็นจริง นี่ธรรมว่า ถ้าธรรมว่าๆ มันมีคุณธรรมในหัวใจของตน พ้นจากบ่วงที่เป็นโลกและบ่วงที่เป็นทิพย์ แม้แต่ความเป็นทิพยสมบัติก็หลอกไม่ได้ แม้แต่ความเป็นสิ่งที่เป็นเรื่องโลกๆ ก็หลอกไม่ได้
ไอ้นี่ไม่มีอะไรเลย จินตนาการหลอกไปหมดเลย จับต้นชนปลายไม่ได้เลย เขาว่าทั้งนั้น เขาว่า กิเลสว่า แล้วกิเลสมันยิ่งใหญ่ กิเลสมันครอบงำในหัวใจของตน เห็นไหม
วันนี้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอาสวักขยญาณ ทำลายอวิชชาในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นี่ไง กราบธรรมๆ ธรรมที่ยิ่งใหญ่ตามความเป็นจริงไง วิมุตติสุขๆ ในใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง
เวลาเทศนาว่าการขึ้นมา พระอรหันต์พ้นจากบ่วงที่เป็นโลกและบ่วงที่เป็นทิพย์ นี่เป็นพยานต่อกันไง ไม่ใช่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพูดอยู่พระองค์เดียว แล้วองค์อื่นไร้ค่าไม่เท่าเรา
พระอรหันต์เหมือนกัน พระอรหันต์ทั้งนั้น มาตรฐานเดียวกัน แต่อำนาจวาสนาแตกต่างกัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด ในบรรดาสัตว์ ๒ เท้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด
สิ่งที่ไม่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาศึกษาค้นคว้าขึ้นมา ใครบ้างที่จะประพฤติปฏิบัติเอง เว้นไว้แต่พระปัจเจกพุทธเจ้า คนที่จะรู้ได้เองต้องเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าเท่านั้น
สาวกสาวกะที่ได้ยินได้ฟัง ขนาดที่ได้ยินได้ฟังขึ้นมามันยังเขาว่าๆ กิเลสว่า ยังปลิ้นยังปล้อน หลอกแม้แต่ตัวเอง กิเลสมันหลอกตัวเอง กิเลสมันปั้นแต่ง แล้วกิเลสมันร้ายนัก นี่ไง พญามารๆ อวิชชาคือความไม่รู้ เพราะมันไม่รู้มันถึงได้หลอก หลอกไปทุกเรื่อง
กึ่งกลางพระพุทธศาสนา ศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่ง มันเจริญในหัวใจของหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น มันเจริญในหัวใจครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมขึ้นมา ถ้าเป็นธรรมขึ้นมา ท่านมีวิหารธรรม ท่านมั่นคงของท่านนะ ท่านวิมุตติสุข สุขโดยแท้จริง ไม่มีสิ่งใดมีค่าเท่า แล้วไม่มีสิ่งใดจะมาเทียบเคียง แล้วไม่มีสิ่งใดจะมาตีเสมอ เป็นไปไม่ได้
หลวงปู่มั่นไง “ไอ้พวกแซงหน้าแซงหลัง ไอ้พวกเดินตามก็มี แต่น้อยมาก”
แซงหน้าแซงหลัง มันแซงไปหมด แซงทั้งหน้า แซงทั้งหลัง คำว่า “แซงหน้าแซงหลัง” คือตัวจริงไม่มีไง คือความเป็นจริงไม่มีไง
หลวงตาพระมหาบัว ครูบาอาจารย์ที่ท่านเดินตามไง ท่านเคารพหลวงปู่มั่นมหาศาล นี่เหมือนกัน ถ้าใครมีธรรมๆ ไง จะเคารพองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ถ้าไม่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเอาหลักเกณฑ์มาจากไหน จะเอาความจริงมาจากไหน อย่างน้อยก็ต้องเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าเท่านั้นที่ตรัสรู้เอง แล้วอย่างขี้หมาอย่างเรานี่มันจะเป็นอะไร เป็นพระอยู่นี่ยังเป็นขี้หมาอยู่เลย แล้วมึงจะเอาอะไรไปเทียบเคียง
ฉะนั้น วันสำคัญในพระพุทธศาสนา ถ้ามีครูบาอาจารย์ที่ดีงาม ท่านจะพยายามเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา ให้หัวใจของเราเป็นพุทธะ
ในปัจจุบันนี้หัวใจของเราตกอยู่ใต้พญามาร พญามารมันข่มขี่ มันข่มขี่ มันถึงชักลากชักจูงล้มลุกคลุกคลานกันอยู่นี่ไง ทั้งๆ ที่ตำรับตำราก็มี
เวลาตัวอย่างที่ดีงาม เห็นไหม ตัวอย่างที่ดีงาม เวลาเราไปกราบครูบาอาจารย์ ทางเดินจงกรมของหลวงปู่มั่น เขากั้นเอาไว้เลยนะ ไม่ให้เดินผ่าน เขาเคารพบูชากันไว้น่ะ สิ่งที่ครูบาอาจารย์ท่านเคยเดินจงกรม เห็นไหม
เวลาหลวงตาพระมหาบัวท่านบอกท่านไปอยู่ที่เมืองจันท์ เวลาทางจงกรมของท่าน แม้แต่ไอ้ช้าง คือหมา หมาของชาวบ้าน เวลามันวิ่งมา มันจะวิ่งอ้อมทางจงกรม
สัตว์นะ สุนัขมันยังรู้ที่สูงที่ต่ำ แม้แต่ทางเดินจงกรมของครูบาอาจารย์มันยังเดินอ้อมนะ
หลวงตาพระมหาบัวท่านก็เห็น พระในยุคนั้นเห็นหมดน่ะ ไอ้ช้างๆ มันชื่อไอ้ช้าง สุนัขมันชื่อไอ้ช้าง แล้วแม่ชีแก้วบอกเลย น่าเสียดาย ไอ้ช้างมันจะตาย นี่อนาคตังสญาณรู้ก่อน
อาจารย์สิงห์ทองเป็นคนถาม ไอ้ช้างตายแล้วมันจะไปไหน
มันจะไปเกิดเป็นมนุษย์ในกรุงเทพฯ เป็นลูกเศรษฐี นี่ไง เพราะอะไร เพราะมันเป็นสุนัข แม้แต่ทางจงกรมของครูบาอาจารย์มันไม่ข้าม มันอ้อม สุนัข แล้วมันจะหมดอายุขัย แล้วมันก็ตาย ตายแล้วก็บอกว่ามันจะไปเกิดในกรุงเทพฯ เป็นลูกของเศรษฐี
นี่แม่ชีแก้ว
นี่หัวใจไง นี่มันเป็นสุนัขนะ แล้วเราล่ะ
เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา แล้วมาบวชเป็นพระ วันนี้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันวิสาขบูชา วันเกิดของเจ้าชายสิทธัตถะ วันตรัสรู้ธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วันลาวัฏฏะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วัฏฏะ กามภพ รูปภพ อรูปภพ จบ
ในพระพุทธศาสนา แล้วพระพุทธศาสนา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เราเป็นพระ ทำไมจิตใจของเราทำไมมันไม่ลง ทำไมจิตใจของเรามันไม่บูชา
ถ้ามันบูชานะ มันฮึกเหิม เดินจงกรมตัวปลิวเลย
ธรรมดาเดินจงกรมยังกับเข็นครกขึ้นภูเขา ก้าวแต่ละขา โอ้โฮ! ยกแล้วยกอีก พุท โธ ยกขา แต่ถ้าวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เดินตัวปลิวเลย เวลาเดินตัวปลิว เห็นไหม เดินน่ะ
หลวงปู่เจี๊ยะพูดประจำ มันเหมือนจะลอย แต่มันไม่ลอย มันจะเหาะไง
ท่านพูดเลย เวลาเดินจงกรมนะ เหมือนมันจะลอยๆ เหมือนมันจะขึ้น เหมือนเครื่องบินมันจะขึ้น แต่มันไม่ขึ้น ถ้ามันขึ้น เหาะเลย
เวลาครูบาอาจารย์ท่านประพฤติอยู่ในป่าในเขา มันทำของท่านด้วยความเคารพบูชาธรรมและวินัย
พ้นจากบ่วงที่เป็นโลกและบ่วงที่เป็นทิพย์
บ่วงที่เป็นโลก เครื่องบินตกหลุมอากาศนั่นน่ะ เครื่องบินขึ้น เครื่องที่บินลง วิทยาศาสตร์ที่เขาคิดทางเทคโนโลยีของเขาได้ เทคโนโลยีมันก็เป็นเทคโนโลยีไง แต่เราเป็นไปโดยกำลังของเรา ไปคนเดียวทดสอบ เข้าสมาบัติ ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน อากาสานัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เนวสัญญานาสัญญายตนะ เข้าและถอย
แค่เราทำสมาธิไง ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิเป็นอย่างไรวะ แล้วสมาบัติเป็นอย่างไรวะ แล้วถ้าคนเขาทำแล้ว ของมันโดยธรรมชาติของมัน แล้วกำลังเรามาจากไหน แล้วมันไปอย่างไร นี่พูดถึงฌานสมาบัติ อภิญญา ไม่ใช่มรรค แล้วมึงไปติดอะไรกันวะ ภาวนาก็ภาวนาไม่เป็น แม้แต่ฌานสมาบัติมันก็เป็นเรื่องของโลกๆ แล้ว
แล้วถ้ามันจะเข้าสู่อริยสัจไง วันนี้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ถ้าวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนาคืออะไร
พระพุทธศาสนา ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ วิธีการดับทุกข์ อริยสัจ สัจจะความจริงไง ถ้าสัจจะความจริง จิตนี้กลั่นออกมาจากอริยสัจไง จิตนี้กลั่นออกมาจากอริยสัจ
จิตนี้คือจิตใครล่ะ
นี่ไง เราว่า จิตของเรา เรามีสติปัญญาหรือไม่ อะไรก็ทำแล้ว งานในโลกนี้เขาทำได้ เราก็ทำได้ งานในโลกนี้เขาทำอย่างไร เขามี เราก็มี ศีล สมาธิ ปัญญา เขามีก็เรื่องของเขา แล้วเอามาเป็นของเราไม่ได้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ชี้ทางเท่านั้น เราเท่านั้นเป็นผู้ฝึกหัดปฏิบัติของเราขึ้นมา แล้วถ้าเราเท่านั้นที่ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา เราต้องการสัมมาทิฏฐิความชอบธรรมด้วย เราไม่ต้องการมิจฉา เราไม่ต้องการสิ่งที่มันเหลวแหลก เราไม่ต้องการสิ่งที่มันชักจูงออก เราไม่ต้องการทิฏฐิมานะ เราไม่ต้องการสิ่งใดที่เรามีแล้วเราคิดว่าเป็นของเรา
ไม่เป็น เพราะอะไร
ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ เวลาทุกข์ดับ มรรคสามัคคี ถ้าศีล สมาธิ ปัญญา ต่างคนต่างใหญ่ มันไปไหน
เวลามันจะสามัคคีกันน่ะ รวมกัน รวมกันเป็นธัมมจักฯ แล้วบดบี้กิเลส เอ็งไม่เอาใช่ไหม เอ็งไม่ต้องการใช่ไหม แล้วต้องการ ต้องการอย่างไร เวลาปัญญา ปัญญามันเกิดอย่างไร มันสมบูรณ์แบบอย่างไร กุปปธรรม อกุปปธรรมไง สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา แน่นอน อกุปปธรรมไม่ใช่อนัตตา อกุปปธรรม อฐานะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีการแปรสภาพ โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี พระอรหันต์ อกุปปธรรมพ้นจากอนัตตา
ถ้าไม่พ้นจากอนัตตา มันก็แปรปรวนสิ มันก็ไม่อยู่ของมันน่ะสิ มันก็จะเป็นเงินของเราใช่ไหม เงินของเราก็อยู่ในกระเป๋าเราไง เงินของเรามันจะต้องให้ใครมามีส่วนด้วย
อกุปปธรรม ธรรมส่วนตัว ธรรมของจิตดวงนั้นถึงจิตตภาวนา จิตดวงนั้นไง พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
วันนี้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา จิตเราตื่นตัวหรือไม่ จิตเรารื่นเริงหรือไม่ จิตเราบูชาหรือไม่
แล้วเวลาประพฤติปฏิบัติไปนะ จิตที่บูชามันอหังการ มันอลังการ มันส่งออกหมดแหละ
จิตที่มันตื่นตัวมันบูชา แล้วเวลาปฏิบัติขึ้นมามันสงบระงับเข้ามา จิตตภาวนา จิตสงบระงับไง สมถกรรมฐาน ฐานที่ตั้งแห่งการงานไง ถ้ามันยกขึ้นสู่วิปัสสนา มันก็เป็นทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ วิธีดับทุกข์ นิโรธ ขณะดับทุกข์ อกุปปธรรม อฐานะที่จะพ้นจากอนัตตา นี่ไง เป็นสมบัติของจิตดวงนั้นไง
ฉะนั้น จิตเท่านั้นเป็นผู้สัมผัสธรรม สัมผัสสัจธรรม ตาอ่านแต่ตัวอักษร แล้วก็ใช้สมองจินตนาการคิดพิจารณา แต่ถ้าเป็นจริงเป็นจัง จิตมันจะเป็นของมันไป เห็นไหม
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ใจของผู้นั้นจะสำคัญ
จิตตภาวนาๆ ถ้าจิตมันดีขึ้น หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นเวลาท่านดูแลลูกศิษย์ของท่านไง จิตเป็นอย่างไรๆ จิตที่มันเป็นขึ้นมาแล้วมันมีสติมีปัญญาของมัน มันธรรมสังเวช เวลาสิ่งใดที่มันสะเทือนใจนะ โอ้โฮ! มันสะเทือนใจ มันสังเวช เกิดมาทำไม ปฏิบัติเจียนอยู่เจียนตาย
เวลาครั้งพุทธกาล พระจักขุบาลๆ เวลาเอาจริงเอาจังขึ้นมา เขาบอกว่า ถ้าป่วยทางตา ถ้าไม่นอนรักษา ไม่หยอดตา ตาบอดแน่ๆ เลย
ตามันจะบอด ตามันจะเป็นไป มันก็ห่วงความเพียรของตน จะนั่งสมาธิภาวนา ถือเนสัชชิกตลอดพรรษานี้ เอาจริงเอาจังขึ้นมา เวลาวันจะออกพรรษา เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมามันเต็มที่ของมัน เวลามรรคมันเคลื่อน มรรค จิตตภาวนาไง จิตที่มันสงบระงับ จิตที่มันภาวนาของมัน แล้วปัญญาที่มันเกิดขึ้น เวลาธัมมจักฯ จักรมันเคลื่อนไง
ศีล สมาธิ ปัญญา ถ้ามันสมบูรณ์แบบของมัน เวลาธัมมจักฯ มันเคลื่อน คือศีล สมาธิ ปัญญา คือดำริชอบ งานชอบ เพียรชอบ ถ้ามันสมดุลของมัน พอดีของมันไง
เวลาประพฤติปฏิบัติไป เดี๋ยวปัญญามันมากขึ้นไป มันก็เข้าใจ เดี๋ยวสมาธิมันมากเข้าไป มันก็ทะลุปรุโปร่ง แต่ไม่ขาด ไม่ดับ กิเลสมันปลิ้นมันปล้อน กิเลสมันฉีกตัว มันหลบมันหลีกตลอดเวลา กิเลสมันบังเงา บอกบรรลุธรรมแล้ว ใช้ปัญญาหนหนึ่งเป็นโสดาบัน หนที่ ๒ สกิทาคามี หนที่ ๓ อนาคามี หนที่ ๔ เป็นพระอรหันต์ กิเลสมันยังหัวเราะเยาะ
เขาเล่าว่า กิเลสมันข่มขี่ กิเลสว่า ไม่ใช่เราว่า เราว่าก็ยังกิเลสอยู่เต็มหัวใจ
ธรรมว่า ถ้าเป็นธรรม สัจธรรมนั้น นี่ไง สิ่งที่ว่าปัญญา ปัญญาธรรม เวลาธรรมมันเกิด มันมหัศจรรย์ในตัวของมันเอง เวลามันสำรอก เวลาสำรอกนี่ตทังคปหาน
เวลาคนภาวนาๆ ใช้สติใช้ปัญญา อู๋ย! อู๋ย! มันสำรอก สำรอกนี่มันเข้าใจๆ แต่มันไม่จบหรอก เวลาสติ ทำความสงบของใจเข้ามา สัมมาสมาธิมันจับ เวลาจับ เวลาพิจารณาใช้ปัญญาๆ เวลามันตัด มันตัดด้วยปัญญา ศีล สมาธิ ปัญญา
เวลาศีล สมาธิ ปัญญา มันสมดุลของมัน เวลามันนิโรธ มันดับ มันขาด นั่นล่ะเป็นขั้นเป็นตอนของมันขึ้นไป บุคคล ๔ คู่ ถ้าบุคคล ๔ ขึ้นมา เห็นไหม สิ่งว่าจิตตภาวนา สิ่งที่เป็นสัจจะเป็นความจริงในพระพุทธศาสนา แล้วเวลาเราประพฤติปฏิบัติขึ้นมา มันเป็นความจริงท่ามกลางหัวใจของบุคคลคนนั้น หัวใจบุคคลคนนั้นมีสติธรรม มีสมาธิธรรม ปัญญาธรรม แล้วมรรคสามัคคี มรรครวมตัว รวมตัวจนคาดการณ์ไม่ได้ คาดหมายไม่ได้
ขิปปาภิญญา ผู้ที่ปฏิบัติง่ายรู้ง่าย ปฏิบัติง่ายรู้ยาก ปฏิบัติมากปฏิบัติน้อย ปฏิบัติต่างกัน นี้เพราะเป็นเวรกรรมของสัตว์ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม ใครสร้างเวรสร้างกรรมแตกต่างกันมาอย่างไร
เวลาเราพิจารณากายๆ ครูบาอาจารย์ของเราส่วนใหญ่พิจารณากายทั้งนั้น มีครูบาอาจารย์บางท่านเท่านั้นที่พิจารณาจิต พิจารณาจิตมันจะแตกฉานในธรรม
ถ้าพิจารณากายมันเข้าใจในธรรม มันชำระล้างกิเลสตัณหาความทะยานอยากในใจของตน แต่จะเอารูปแบบอย่างนั้นมาอธิบาย เวลาเทศนาว่าการ
มันถึงว่า อะไรก็พิจารณากายๆ แล้วกายใครวะ
พิจารณาตุ๊กตาไง พิจารณาที่เขาว่าไง
แต่ถ้ามันคนเห็นจริง เอ้อเหอ! เอ้อเหอ! พิจารณากายอย่างนี้เอง แล้วพิจารณากายอย่างนี้เอง จบไหม ขาดไหม ถ้าไม่ขาดแล้วเสื่อมสภาพไป จบ สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา ไม่มีสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอัน
แต่ถ้ามันเป็นสัจจะเป็นความจริงนะ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ดับแล้วพิจารณาของมันไป เราไม่อ่อนแอ เราไม่โลเล เราไม่มีมารยาสาไถย
เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ผู้ที่ประพฤติปฏิบัติเป็นธรรมความจริงสัมมาทิฏฐิความถูกต้องชอบธรรม อย่างมาก ๗ วัน ๗ เดือน ๗ ปี
๗ ปี เราพยายามของเรา เราพยายามขวนขวายของเรา เราพยายามปฏิบัติของเรา มันจะทุกข์มันจะยากขนาดไหน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกข์ที่สุด หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านปฏิบัติมาขนาดไหน มีตำรับตำราแต่ไม่มีครูบาอาจารย์นะ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้เองโดยชอบ หลวงปู่มั่น ตำรับตำรา ประเทศไทยเป็นประเทศพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ มีนักปราชญ์ราชบัณฑิตในประเทศไทยมากมายมหาศาล แล้วตัวเอง เห็นไหม ถ้าจะเรียนจบ ๙ ประโยค กว่าจะมาปฏิบัติ เรียนจบ ๙ ประโยคแล้วก็ปัญญาท่วมหัว ปัญญามากมายมหาศาล แต่หาตัวเองไม่เจอไง มีเจ้าคุณอุบาลีฯ เป็นผู้ที่ปรึกษา
เวลาสัจจะความจริงเป็นความจริงขึ้นมา ทางตำรับตำรามันก็มหัศจรรย์ หลวงปู่มั่นเก่ง หลวงปู่มั่นชำนาญในการปฏิบัติ เจ้าคุณอุบาลีฯ ท่านชมไง ท่านมั่นเก่ง ท่านมั่นคืออายุพรรษาน้อยกว่า เป็นลูกศิษย์ อาจารย์เป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต เวลามาคุยปรึกษาหารือกันไง ด้วยต่างคนต่างมีเป้าหมาย ต่างคนต่างอยากพิสูจน์ไง ต่างคนต่างอยากจะพ้นทุกข์ไง ถึงที่สุด ในทางวิชาการกับในทางภาคปฏิบัติไง กึ่งกลางพระพุทธศาสนาไง
ท่านมั่นนี่เก่ง เวลาเราพิจารณาปฏิจจสมุปบาท ท่านมั่นยังรู้ว่าเราพิจารณาอะไร ทั้งๆ ที่เราไม่ได้บอก
นี่เวลามันเป็นจริงเป็นจัง จิตตภาวนาไง
ว่าจิตของใครล่ะ จิตของหลวงปู่มั่น ก็หลวงปู่มั่นเป็นผู้ที่ใช้สติใช้ปัญญาในการวิปัสสนา จิตของเจ้าคุณอุบาลีฯ เจ้าคุณอุบาลีฯ ก็พิจารณา แล้วบอกใคร คนมีนักปราชญ์ราชบัณฑิตเขาจะไปบอกใคร ความรู้สึกนึกคิดในใจใครจะรู้
แต่ธรรมะรู้ ธรรมะเข้าไปตีแผ่ ธรรมะเข้าไปแยกแยะ ธรรมะเข้าไป แล้วผู้ที่ปฏิบัติจะรู้ เพราะจิตตภาวนาไง เพราะทุกคนก็เข้าไปสู่ฐีติจิตของตัวเอง จิตของตัวเองนั่นแหละ เรารู้เราเห็นได้ เราเข้าสู่ฐีติจิต จิตใต้สำนึกของเรา
แล้วผู้ที่ปฏิบัติเขาไม่เคยทำเลย แล้วเขาจับพลัดจับผลูอยู่นู่น แล้วเขาคุยเรื่องภาวนานะ แต่เขาไม่เคยรู้จักจิตเขาเลย เขาทำสมาธิไม่เป็นเลย เขาไม่เห็นอะไรเลย แต่จำขี้ปากคนอื่นเขาไป มันจิตเห็นจิตเป็นมรรค
จิตไหน จิต จ.จาน สระอิ ต.เต่าหรือ
จิตจริงๆ เป็นความรู้สึก
กิเลส อุปกิเลส สว่างไสว ผ่องใส ความว่าง เป็นอุปกิเลส ตำราบอกไว้ชัดๆ ความว่างนั่นน่ะ แสงสว่างนั่นน่ะ นั่นแหละอุปกิเลส ๑๖ กิเลสอย่างละเอียด เอ็งรู้จักเปล่า
ถ้าเอ็งยังไม่รู้จักกิเลส เอ็งจะฆ่ากิเลสได้อย่างไรวะ
กิเลสมันอยู่ในหัวใจ
ฉะนั้น เวลาครูบาอาจารย์ที่ท่านประพฤติปฏิบัติ ต่างคนต่างปฏิบัติไง แล้วจิตใต้สำนึกของแต่ละบุคคลเวลามันตีแผ่มา เห็นไหม หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น เจ้าคุณอุบาลีฯ นิพพานสุก นิพพานดิบ สอุปาทิเสสนิพพาน อนุปาทิเสสนิพพาน
หลวงปู่เสาร์ เห็นไหม “ทำให้มันดู มันยังไม่เอา แล้วจะไปสอนอะไรมัน”
เวลาครูบาอาจารย์ที่เป็นจริงเป็นจังขึ้นมา นี่ครูบาอาจารย์ของเรา
วันนี้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันวิสาขบูชา กึ่งพุทธกาลศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่ง เรามีครูบาอาจารย์ที่ประพฤติปฏิบัติมาแล้ว แล้วท่านพ้นกิเลสไปแล้ว ท่านมีวิมุตติสุขในใจของท่าน แล้วท่านก็เป็นพระธรรมดาๆ ไม่เห็นมีกิริยาท่าทางวิเศษไปกว่าภิกษุสงฆ์ในประเทศไทยเลย แต่ภิกษุสงฆ์เคารพบูชาท่านมาก บูชาเพราะกลิ่นของศีลกลิ่นของธรรม ไม่ใช่กลิ่นของกิเลส กลิ่นของความมักมากอยากใหญ่ในโลก ไม่ใช่
ในบรรดาสัตว์ ๒ เท้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด วันนี้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา จิตใจของเรา ถ้าทำสมาธิได้ ผู้รู้ พุทโธ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน จิตของเรา พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน แล้วถ้าวิปัสสนาคือสมบัติของเรา คือการฝึกหัดของเรา จิตเห็นจิต จิตเห็นวิปัสสนาญาณ จักขุญาณเกิดจากจิต จักขุญาณจะชำระล้างกิเลสในใจของตน
วันสำคัญในทางพระพุทธศาสนา ให้เป็นวันสำคัญของจิตเรา ให้เป็นวันสำคัญของความมุมานะ มีการกระทำให้เป็นประโยชน์กับหัวใจของเรา เอวัง