เทศน์พระ

บาดตาย

๑๔ มี.ค. ๒๕๖๘

บาดตาย

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

เทศน์พระ วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๘

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรม ธรรมะมีแกงหม้อเล็ก แกงหม้อใหญ่ แกงหม้อใหญ่ๆ สำหรับประชาชนทั่วไป ถ้าแกงหม้อเล็กๆ มันต้องทับศัพท์ไง รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ กามราคะ ปฏิฆะ สิ่งต่างๆ เวลาประชาชนมันต้องอธิบาย

ถ้าเป็นพระๆ ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา แกงหม้อเล็กๆ แกงหม้อเล็กก็พุ่งเข้าสู่ใจของตนนั่นไง พุ่งสู่กิเลสตัณหาความทะยานอยาก

กิเลสตัณหาความทะยานอยากเป็นนามธรรม สิ่งที่ว่าเป็นนามธรรมจับต้องมันไม่ได้ไง จับต้องไม่ได้เวลามันแสดงออกมานั่นน่ะ สมุทัยมันเจือปนมาน่ะ มันเจือปนมาด้วยความที่จับต้องไม่ได้ไง เพราะมันจับต้องไม่ได้ มันถึงแสดงอาการขวางโลกอยู่นั่นไง

ถ้าเป็นจริงๆ มันจะขวางโลกไปได้อย่างไร มันขวางโลกไปไม่ได้หรอก เพราะอะไร

เพราะธรรมและวินัยนี้ซัดซากศพเข้าฝั่ง ธรรมและวินัยนี้ สิ่งที่เป็นความสะอาดเป็นความบริสุทธิ์อยู่ในธรรมและวินัยนี้ สิ่งใดที่เป็นซากศพไง เป็นสิ่งที่ชำรุดเสียหายไง ทะเลมันพัดเข้าฝั่ง พัดเข้าฝั่งๆ หมดล่ะ นี่พูดถึงว่าธรรมาธิษฐาน

แต่ถ้าเป็นจริงๆ ขึ้นมาในหัวใจของตน ฟังธรรมๆ ฟังธรรมเพื่อหัวใจของตน ถ้าฟังธรรมเพื่อหัวใจของตนนะ ถ้ามันลงในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ไง สิ่งนี้มันดูดดื่ม มันเข้ากันกับสัจจะกับความจริง

แต่ถ้ามันเป็นความโลภ ความโกรธ ความหลง มันเป็นกามราคะ มันเป็นกามตัณหาความทะยานอยาก นั่นมันเข้ากับกิเลส ถ้ากิเลสมันชอบใจของมันไง

เวลาบวชพระๆ นิสสัย ๔ อกรณียกิจ ๔ สิ่งนี้ทำไม่ได้เลย สิ่งที่ว่าลักทรัพย์ เสพกาม ฆ่าคนตาย สิ่งนี้คอขาด

แต่เวลาเราไปหาครูบาอาจารย์นะ ครูบาอาจารย์บอกว่า พระนี่ผิวบาง บาทเดียว บาทเดียวมันก็ขาด คอขาดบาดตาย มันบาด ขาดไปเลย ๕ มาสก แสดงด้วยการกิริยาในการฉ้อฉล ในการหยิบให้มันเคลื่อนจากที่ นั่นล่ะปาราชิก บาดตาย บาทเดียวตายเลย ตายด้วยความรู้หรือความไม่รู้ก็แล้วแต่ แต่โดยข้อเท็จจริง ตาลยอดด้วน ถ้ายอดด้วน มุมานะทำกันไปมากมายมหาศาล

เวลาพระ นี่ไง กึ่งกลางพระพุทธศาสนา ๒,๐๐๐ กว่าปีมาแล้วไง เวลาบวชเป็นพระๆ ถ้าผู้ที่มีความผิดพลาดในศาสนา ตาลยอดด้วนไง ถ้าตาลยอดด้วนแล้ว เรื่องมรรคเรื่องผลไม่ต้องไปพูดถึงมันหรอก แต่ถ้าสึกหาลาเพศไปหรือถ้าอยู่หมกมุ่นในเพศสมณะ ก็ทำคุณความดีไป นรกสวรรค์นั่นน่ะ

แต่ตาลยอดด้วนไง มันบาดตาย บาทเดียว บาทเดียวเท่านั้นน่ะ ขาดเลย ด้วยกิริยาการฉ้อฉล ด้วยกิริยาของเรา จะรู้หรือไม่รู้ มันโดยธรรมไง ธรรมะเป็นธรรมชาติ ก็เป็นธรรมชาติไง ธรรมชาติโดยสัจจะโดยความจริงไง รู้หรือไม่รู้นี่เป็นอารมณ์ความรู้สึกไง ความคิดเข้าข้างตัวเองไง

ถ้ามันเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา มันบาดตาย นี่วินัย บาทเดียวตายเลย

แต่ถ้าเป็นธรรมๆ ไง ถ้าเป็นธรรมนะ เราฝึกหัดประพฤติปฏิบัติของเราขึ้นมา ถ้าฝึกหัดประพฤติปฏิบัติของเราขึ้นมา สิ่งที่ว่าเวลามันเป็นแผล โดนสิ่งที่เป็นพิษมันขูดมันขีดไง บาดทะยัก

มังกรโกโมโด มังกร กิ้งก่าที่ยิ่งใหญ่ เวลามันกัดเหยื่อ มันขอให้มันได้กัด จบ แล้วมันก็ตามเหยื่อมันไป ควายมันโดนมังกรโกโมโดมันกัดนะ พิษมันเข้าไปร่างกาย เดี๋ยวมันก็ตาย พอกัดแล้วมันก็ไปธรรมชาติของมัน วิ่งเข้าร่างกายไง บาทเดียว ทีเดียว แล้วมันตามเหยื่อมันไป เรียบร้อย

นี่ไง บาดตายด้วยความเป็นพิษ ด้วยความเห็นผิด ด้วยการกระทำ สิ่งต่างๆ รู้หรือไม่รู้

สัตว์มันไม่รู้เรื่องของมันนะ แต่มังกรมันรู้นะ เพราะมันเคยฆ่าเหยื่ออย่างนี้มาตลอด มันไม่เข้าจู่โจม ไม่เข้าสิ่งใด เข้าไปกัดมับ! ขอให้ได้เขี้ยวจมเนื้อเท่านั้นแหละ ไปแล้ว เพราะพิษมันไปแล้ว เหมือนเราไง จงอาง งูเห่า เวลามันกัด พิษมันเข้าร่างกาย ไปหมดเลย

นี่เหมือนกัน บาทเดียว หนเดียว นี่ไง การกระทำของเราไง เวลามันบาดตาย มันตายจากคุณงามความดีไปเลยล่ะ แล้วมันเป็นความเป็นพิษในการกระทำ

ที่ว่า “จิตใจนี้เป็นนามธรรมๆ” นามธรรมมันชุ่มไปด้วยกามกิเลสไง มันชุ่มไปด้วยตัณหาความทะยานอยากไง สิ่งที่ว่ามันชุ่ม มันชุ่มจนมันเคยชินไง มันเคยชิน มันทำจนเป็นจริตเป็นนิสัยไง

พระบวชใหม่ ศัตรูของพระบวชใหม่คือทนคำสั่งสอนได้ยาก

ประชาธิปไตย มึงรู้ไหมว่ากูยิ่งใหญ่ แหม! อุตส่าห์มาบวชนะมึง ประชาธิปไตย

ทนไม่ได้หรอก มันอึดมันอัด มันขัดมันข้อง มันจุกอก มันเจียนตาย

เจียนตาย ใครจะตายนั่นน่ะ บาดตายนะ ๕ มาสก บาทเดียวเท่านั้นแหละ เรียบร้อย

สิ่งที่เป็นธรรมๆ ไง สิ่งที่เป็นธรรม ถ้าเราฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นไป ถ้ามันจะเป็นความจริงในหัวใจของตนไง เป็นความจริงในหัวใจของตนนะ

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ “ไม่มีกำมือในเรา” ไม่มีกำมือในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีลับลมคมใน ไม่มีการซ่อนเร้น ไม่มีอะไรปกปิด เปิดเผยๆ

ปุถุชนคนหนาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา ถ้ามันฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา มันเป็นบุญเป็นกุศลของตนเอง ถ้าเป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก นี่เป็นปัจจุบัน ปัจจุบันคือบรรลุธรรม ปัจจุบันสิ้นกิเลส

แต่ถ้าสร้างคุณงามความดี นี่ไง เจือด้วยอามิสไง สิ่งนี้จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ ถ้าจิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะขอให้มีบุญมีกุศลขึ้นมา เกิดในภาคหน้าให้มันมีบุญมีกุศล เกิดด้วยความสุขความอุดมสมบูรณ์ของตน

ถ้ามันทุกข์มันยาก อบายภูมิ เทวทัต สดๆ เลย ดิ่งลงนรกอเวจีเลย นั่นน่ะบาทเดียว กลิ้งหินทับพระพุทธเจ้าหนเดียวไง กลิ้งหินจนตกหน้าผา เศษหินกระเด็นไปโดนข้อเท้า ห้อพระโลหิตเท่านั้นน่ะ อนันตริยกรรมนั่นน่ะ ดูดไปเลย

นี่บาทเดียว คอขาดบาดตาย บาดตายด้วยมิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิด แล้วทำแล้วกรรมมันยิ่งใหญ่ กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา ทำแล้วกรรมมันก็ต้องให้ผลไง กรรมคือการกระทำไง

มีสติมีปัญญา เราจะสร้างคุณงามความดีไง สร้างคุณงามความดี ทำเพื่อหัวใจของตนไง

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ไง รื้อสัตว์ขนสัตว์ พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานโดยสัมมาทิฏฐิ ความถูกต้องชอบธรรมไง

ทำความสงบของใจให้ได้ มันมีความปกติสุข มันมีความสงบสุขในหัวใจดวงนั้นไง

นักรบๆ รบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของตน เวลามันฟูขึ้นมา เวลามันแผ่พังพาน ถ้ามันยิ่งใหญ่ มันจะครอบงำหัวใจ เอ็งไม่มีสติปัญญาสู้กับมัน ถ้าเอ็งสู้กับมันได้ เอ็งเป็นนักรบแท้

นักรบแท้ ถ้านักรบแท้ก็รบกับความอยากอันนั้นไง รบกับตัณหาความทะยานอยาก ความอยากที่มันแผ่พังพานนั่นน่ะ มันเชือด ปึ๊ด! บาทเดียว เรียบร้อย ตายคาที่เลย ความดีไม่เกิดขึ้น ทำสิ่งใดขึ้นมาไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

ถ้าเป็นชิ้นเป็นอันนะ มีสติมีปัญญานั่นน่ะ ไอ้ที่มันแผ่ออกมานั่นน่ะ ถ้ามีสติมีปัญญาเท่าทันมัน นี่ไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ รื้อหัวใจของสัตว์โลก แล้วหัวใจของสัตว์โลก หัวใจมันคืออะไรล่ะ หัวใจมันอยู่ท่ามกลางหัวอก มันยังไม่รู้ห่าอะไรเลย ส่งออกทั้งนั้นน่ะ ไอ้บ้าบอคอแตกนั่นน่ะ นี่ไง โลกามิสมันเรื่องโลกๆ มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ

มันก็พูดกันทุกวัน แล้วไปตื่นอะไรกับมันวะ ทำไมมันไปตื่น

เฮ้ย! นักรบ ไอ้นั่นมันเป็นของภายนอกนะ มันไม่ใช่เรื่องอะไรของเราเลย

เรื่องของเรานี่ไง สิ่งที่มันแผ่พังพานนี่ สิ่งที่ความรู้สึกนึกคิดที่มันแผ่ออกมานี่ นี่ไง ความเป็นพิษ

มังกรโกโมโดมันกัดทีเดียว มันเป็นพิษเลย นี่เหมือนกัน อวิชชาพญามารครอบงำอยู่นั่นน่ะ นี่ไง บาทเดียวเรียบร้อย แล้วแก้ไขอะไรไม่ได้ หมกมุ่นอยู่อย่างนั้นน่ะ หันรีหันขวางอยู่นั่นน่ะ แล้วก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมา

ถ้ามันเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมา มันทอดธุระไง วางหมด เรื่องของเขา หน้าที่ของเรา เรามีข้อวัตรปฏิบัติของเรา มีข้อวัตรปฏิบัติเพื่ออะไร

มีข้อวัตรปฏิบัติเพื่อว่าไม่ให้เขาติฉินนินทาพระพุทธศาสนาไง

เห็นไหม ฟังไหม วัดทั่วไปเข้าไป เขาปิดจมูก ห้องส้วมเข้าไม่ได้เลย ศาลาเขรอะไปด้วยฝุ่น ทุกอย่างดูแล้วมันบาดหัวใจไปทั้งสิ้นเลย แล้วก็ติฉินนินทากันไปทั่ว

แต่เราบวชเป็นพระ เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ได้บวชพระๆ บวชมาแล้ว เรามีข้อวัตรปฏิบัติของเราขึ้นมาไง ข้อวัตรปฏิบัติขึ้นมาเพื่อกันการติฉินนินทาพระพุทธศาสนาไง

นี่ไง วัดทั้งวัดไม่มีพระสักองค์ วัดทั้งวัดไม่มีใครทำอะไรเลย ปล่อยปละละเลย ต่างคนต่างลอยชาย จะเป็นขุนนาง

คนเข้ามาเขาปิดจมูก โอ้โฮ! มันสกปรกโสโครก มันประกาศหมดน่ะว่าในวัดนั้นเป็นอย่างไร นี่ประชาชนชาวพุทธเขายังมีหัวใจ เขายังมีความรู้สึกนึกคิด ไอ้นี่นักรบนักบวชแท้ๆ มันไม่มีหัวใจ มันไม่มีความคิดของมันเลย

นี่ไง ถ้าเรามีอำนาจวาสนา เราฝึกหัด เราปฏิบัติของเรา เราทำของเราไง ทำเพื่อกันเขาติฉินนินทาพระพุทธศาสนา แล้วติฉินนินทาพระพุทธศาสนา เราก็เป็นบุคลากรในพระพุทธศาสนา แล้วมาบวชเป็นพระด้วย แล้วเป็นนักรบด้วย แล้วเป็นพระปฏิบัติด้วย แล้วพระปฏิบัติมีข้อวัตรปฏิบัติด้วย เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นด้วย เป็นสายกรรมฐาน เป็นพระปฏิบัติ ยอดเยี่ยม

บาทเดียวเรียบร้อย บาทเดียวเท่านั้นแหละ ไม่ต้องราคามากเลย

ถ้าเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา เราทำของเรา คุณงามความดีของเรา แล้วทำคุณงามความดีของเรา สิ่งที่ธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เราฝึกหัดปฏิบัติไง นี่เครื่องอยู่ของใจๆ ถ้าเราเป็นคนทำสิ่งที่ดีงาม จิตมันสงบเข้ามา จิตมันสงบเข้ามา เออ! สมณสารูป นี่ล่ะเว้ย บวชพระ นี่ล่ะเว้ย พระ พระเราทำคุณงามความดีไง

นี่ไง เวลาหลวงตาพระมหาบัวท่านบอกไง ไม่เหยียบหัวพระพุทธเจ้า ข้อวัตรปฏิบัตินี่ธรรมและวินัย ไม่เหยียบหัวพระพุทธเจ้าแล้วแสดงธรรม

ไม่เหยียบหัวข้อวัตรปฏิบัติ ไม่เหยียบย่ำทำลายแล้วอหังการ บาทเดียว บาดตาย ตายจากคุณงามความดี ตายจากข้อเท็จจริง ตายด้วยความดื้อด้าน

เวลาทำความสงบของใจไง สมาธิหัวตอ หลับใหล หมกมุ่นอยู่กับหัวตอนั่นน่ะ ไม่รู้อะไรเลย

นี่การฝึกหัดไง ถ้าเป็นฆราวาส เวลาตกภวังค์น่ะๆ เวลาตกภวังค์หายวาบไปเลย ตกภวังค์ นั่งเป็นหัวตออยู่อย่างนั้นน่ะ

สมาธิหัวตอมันยังคร่อมตอนะ ไอ้นี่นั่งเป็นหัวตอ ตัวเองน่ะเป็นตอเลย แล้วจับต้นชนปลายไม่ได้ แล้วยังพูดอีกนะ “กายกับใจๆ หัวใจนี้เป็นนามธรรมๆ”

หัวตอทั้งหัวตอนั่นนามธรรมนะ จับต้องสิ่งใดไม่ได้ แต่เป็นอย่างนั้นจริงๆ

เวลามันบาดตาย มันตายจากคุณงามความดี ตายไปแล้ว สิ่งไม่มีชีวิตมันจะมีคุณค่าอะไรเพราะมันตายไปแล้ว ทั้งๆ ที่มันยังมีชีวิตนะ มันยังไม่ตาย มันยังไม่ตายจากสถานะของความเป็นมนุษย์ มันยังไม่ตาย

มนุษย์มีการพลัดพรากเป็นถึงที่สุด เกิดมาแล้วตายหมด

แต่นี่มันยังไม่ได้ตาย แล้วทำคุณงามความดี ความดีมันจะเกิดขึ้นมาจากไหน คุณงามความดีมันจะเกิดขึ้นมาไม่ได้ไง เวลาคอขาด นิสสัย ๔ อกรณียกิจ ๔ คอขาดเลย เวลา ๕ มาสก บาดตายเลย

แล้วเวลาเป็นธรรมๆ เป็นธรรมขึ้นมา มันเป็นธรรมหรือมันเป็นกิเลส

ถ้ามันเป็นธรรมๆ มันต้องมีความสงบสุขสิ ถ้ามันเป็นธรรมๆ เคารพบูชาธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่เหยียบหัวพระพุทธเจ้าแล้วแสดงธรรม ไม่เหยียบหัวพระพุทธเจ้าแล้วอหังการ มีอำนาจวาสนาบาทใหญ่

เห็นนะ เวลานักบวชนั่นน่ะ “เราฉลาดกว่าพระพุทธเจ้า”

โอ้โฮ! มันพูดออกมาได้นะ เวลาเขาสะกิดๆ ให้มันรู้สึกตัวไง

“อ๋อ! พระพุทธเจ้าไม่รู้ภาษาไทย”

มันดิ้นไปนะ

นี่ไง มันบาดตายน่ะ ตายจากคุณงามความดี

กตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี เวลาพระพุทธศาสนาไง พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูกๆ พ่อแม่ สิ่งที่เราจะกตัญญูกตเวทีไง เราคุ้มครองดูแลรักษาพ่อแม่ของเรา นั่นน่ะเป็นบุญเป็นกุศลทั้งนั้นน่ะ นั่นน่ะพระอรหันต์ในบ้าน

แล้วเวลาออกฝึกหัดจะประพฤติปฏิบัติขึ้นมาไง เราจะเอาคุณงามความดีในหัวใจของตน ตกภวังค์ก็หายหมด ถ้านั่งสมาธิไปก็หัวตอ แล้วมันจะสร้างคุณงามความดีมาจากไหน สิ่งที่มันไม่มีคุณงามความดี มันไม่มีกตัญญูกตเวทีกับพระพุทธศาสนาไง มันไม่มีกตัญญูกตเวทีกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง

ถ้ามันกตัญญูกตเวทีกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง เวลามันทำความสงบของใจเข้ามา ถ้าจิตมันสงบเข้ามา พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน สิ่งที่มันหลับใหลไง มันหลับใหลไปด้วยกิเลสตัณหาความทะยานอยาก หลับใหลไปด้วยกิเลสตัณหาความทะยานอยากแล้วมันบาดตาย มันตายจากคุณงามความดีแล้วมันยังอหังการว่ามันมีความรู้ มันมีคุณธรรมนะ

ถ้ามันมีคุณธรรม ทำไมมึงไม่เคารพพระพุทธเจ้า

มีพวกนักปราชญ์มากมายบอกว่า หลวงปู่มั่นไม่มีการศึกษา หลวงปู่มั่นครูบาอาจารย์ไม่ได้ศึกษาจบ ๙ ประโยค ไม่เคารพบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

นี่เวลาเขาเสียดสี เราได้ยินมามากมาย

แต่เวลาเป็นจริงๆ หลวงตาพระมหาบัวท่านจบ ๓ ประโยค ท่านเป็นมหาเหมือนกัน ทำไมท่านไม่เคารพพระพุทธเจ้า เวลาจะฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา มีความรู้มากมายมหาศาล แล้วถ้านิพพานมันไม่มีล่ะ จะเอาใครยืนยัน

ก็หลวงปู่มั่นมีชื่อเสียงกิตติศัพท์กิตติคุณ ท่านไปหาหลวงปู่มั่น หลวงปู่มั่นท่านยืนยันเลย

“มหามาหาอะไร มาหานิพพานใช่ไหม ไม่อยู่ในตำรา ไม่อยู่ในภูเขาเลากา ไม่อยู่ในวัตถุธาตุใดๆ ทั้งสิ้น มันอยู่ในใจหัวใจของคนไง”

นี่หลวงปู่มั่นไม่มีการศึกษา เวลานักปราชญ์ราชบัณฑิตเขาเสียดสี คนที่ไม่มีการศึกษาแล้วบอกไม่เคารพพระพุทธเจ้า เพราะไม่มีการศึกษาถึงไม่เคารพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไม่เคารพ

เวลาหลวงตาพระมหาบัวท่านไปอยู่กับหลวงปู่มั่นไง เวลาอุปัฏฐาก เวลาออกวิเวกไง ไปที่ไหนถ้ามีหนังสืออยู่ ท่านบอกว่าหลวงปู่มั่นจะไม่ยอมเลย จะต้องให้หลวงตาเก็บ เก็บไว้ในที่สูงไง ท่านบอกว่า “แม้แต่ตัวอักษรมันสื่อธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้”

ไม่ใช่หนังสือธรรมะนะ แค่เป็นอักษร เป็นตัวหนังสือ ท่านยังเคารพว่านี่เป็นสื่อที่จะสื่อธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านไม่เคยตีตัวเสมอเลย นอนในที่เดียวกันกับที่มีตัวหนังสือ ท่านยังไม่ยอมเลย เป็นหน้าที่ของหลวงตาพระมหาบัวท่านต้องเก็บขึ้นยกขึ้น ท่านทำมากับตัวท่านเอง ท่านถึงรู้ได้ว่าเคารพหรือไม่เคารพไง

ไอ้คนไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นอยู่ข้างนอก เสียดสี เพราะอะไร เพราะตัวเองทำไม่ได้ ตัวเองไม่รู้ ยังดูถูกดูแคลนว่าไม่มีการศึกษา

ปริยัติ เวลาปฏิบัติขึ้นมา มันเป็นความจริงขึ้นมา มันรู้ข้อเท็จจริง มันเป็นความจริงขึ้นมาจากการกระทำเลย มันไม่เคารพตรงไหน มันยิ่งกว่าเคารพอีก ยิ่งกว่าเคารพด้วย ยิ่งกว่าการเชิดชูบูชาด้วย ยิ่งถนอมรักษาด้วย แต่เวลาฟาดหัว มันฟาดหัวกิเลสไอ้พวกทิฏฐิมานะต่างหาก

บาทเดียวเรียบร้อย บาทเดียวเท่านั้นแหละ ความดีหายเกลี้ยงเลย แต่ยังไปว่าคนอื่นไม่มีการศึกษานะ ไม่เคารพไม่บูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระกรรมฐานนะ แค่ทำสมาธิเป็นมันก็รู้จักแล้ว ถ้าเป็นสัมมาทิฏฐินะ เป็นสัมมาสมาธิ พุทธะนี่ โอ้โฮ! อย่างนี้เอง พระพุทธเจ้าที่ออกศึกษาค้นคว้า โอ้โฮ! ผู้รู้มันเป็นอย่างนี้เอง

แต่ที่มันไม่เป็นอย่างนี้เพราะมันทำสมาธิไม่เป็น เพราะมันทำสมาธิไม่เป็นไง มันคอขาดจากคุณงามความดี มันบาดตายจากความเพียรชอบ มันบาดให้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิด กิเลสครอบงำ อ้างอิงว่าพุทธธรรมอีกนะ นี่พระพุทธศาสนา เอ็งต้องฟังกูคนเดียว

คนอื่นถ้าเป็นธรรม หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น จริตนิสัยก็แตกต่างกัน หลวงปู่มั่นท่านวิเคราะห์วิจัยด้วยสติด้วยปัญญาของท่าน เวลาหลวงปู่มั่นประพฤติปฏิบัติแล้วติด ไปหาหลวงปู่เสาร์ เพราะหลวงปู่เสาร์เป็นอาจารย์ หลวงปู่เสาร์พาออกบวชไง เวลาไปถามปัญหาหลวงปู่เสาร์

“ท่านปัญญาเยอะ ท่านต้องแก้ของท่านเอง”

ท่านหาหนทางเอง

หลวงปู่เสาร์ก็พระอรหันต์ หลวงปู่มั่นก็พระอรหันต์ ทำไมทำไม่เหมือนกันล่ะ

มันไม่ต้องเหมือนกัน ไม่ต้อง แหม! กรรมฐานจะต้อง เพียะ! เพียะ! แต่ความถูกต้องชอบธรรมกับมิจฉาทิฏฐินั้นมันเป็นกลุ่มเลย กลุ่มของความถูกต้องกับกลุ่มของพญามาร เป็นกลุ่มก้อนเลย แล้วกลุ่มก้อนของใคร แล้วกลุ่มก้อนนี้มันอยู่ที่ไหน

กลุ่มก้อนมันก็เกิดจากอารมณ์ที่สะสม ย้ำคิดย้ำทำจะเป็นจริตเป็นนิสัยของเธอ เธอเกิดแต่ละภพแต่ละชาติไง จริตนิสัยมันเป็นจริตนิสัยของหัวใจนั้นไง ถ้ามันเป็นจริตเป็นนิสัยก็เป็นสันดานไง สันดานก็เป็นความชอบใจไง ถ้ามันชอบใจก็ เออ! นี่เป็นมรรคเป็นผล ถ้ามันขัดใจนะ บาทเดียว เรียบร้อย

ถ้ามันไม่ชอบใจนั่นคือกิเลส

หลวงตาท่านพูดประจำ สิ่งที่มันขัดมันแย้งในใจนั่นน่ะ นั่นน่ะกิเลสตัณหาความทะยานอยาก แล้วเราก็คล้อยตามมันไปตลอด เราไม่เคยยับยั้งได้เลยสิ่งที่กิเลสมันชักนำไป

กิเลสมันชักมันจูงหัวใจเราไปแต่ละครั้งแต่ละคราว เรามีเหตุมีผลอะไรจะต่อสู้กับมันบ้าง ถ้าเรามีเหตุมีผลจะต่อสู้คัดค้านกับมันบ้าง ก็ความเพียรชอบไง ถ้ามีความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะ มันมีข้อต่อรองไง มีข้อต่อรอง หนึ่ง ไม่ทำ จะทำชั่ว ไม่เอา

ถ้าอยู่ในศีลในธรรม อยู่ในศีลในธรรมยังต้องดูว่าศีลธรรมของใคร

ถ้าศีลธรรมของพวกมิจฉาทิฏฐิ พวกลัทธิเดียรถีย์นอกศาสนา เราก็ไม่ไปยุ่งกับเขา มันเป็นปัญหาสังคม

พระพุทธศาสนาเผยแผ่ไปในที่ใด ถ้าถือผีก็พระพุทธศาสนาบวกผี ถ้ามันเป็นพราหมณ์ พระพุทธศาสนาบวกพราหมณ์ พระพุทธศาสนาจะบวกกับชุมชนที่เขามีความนับถืออยู่ดั้งเดิม เพราะอะไร เพราะมันเป็นความเชื่อเดิมของเขา แต่พระพุทธศาสนาเข้าไปนี่ไง แล้วมันออกแนวทางใด แนวทางใด

เวลาเขามีการศึกษา ในพระไตรปิฎกก็เทียบเคียง ถ้าเทียบเคียงโดยหลัก โดยสัจจะโดยความจริง ในพระพุทธศาสนาเพียวๆ มันเป็นอย่างนี้ นี่เป็นทฤษฎีนะ

เวลาฝึกหัดปฏิบัติไง จะทำความสงบของใจเข้ามาๆ ความสงบแล้วมันออกเห็นนิมิต มันออกรู้ออกเห็น นั่นบวกอะไร จิตนั้นมันบวกอะไร บวกกิเลสของใคร บวกกับจริตนิสัยของใคร

แต่ถ้าเป็นข้อเท็จจริง อริยสัจ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ วิธีการดับทุกข์ ทุกข์มันอยู่ที่ไหน มันทุกข์หรือมันสุขล่ะ มันทุกข์หรือมันสุข

แล้วมันเวลามันทุกข์ มันทุกข์ด้วยความเพียร ทุกข์เพื่อจะออกจากทุกข์ไง

แต่เวลามันทุกข์โดยกิเลสตัณหาความทะยานอยาก มันว่ามันเป็นธรรมๆ แล้วมันมีความพอใจของมันน่ะ นั่นทุกข์สะสม ทุกข์ซ้ำซ้อน ทุกข์เป็นกลุ่มๆ เลย

บาทเดียวเรียบร้อย

มีสติมีปัญญาของเรา อะไรจะเกิดขึ้น มันเป็นข้อเท็จจริงอยู่แล้ว ทุกข์คือความทนอยู่ไม่ได้ นั่งอยู่ไม่ได้ นอนอยู่ไม่ได้ อยู่ในอิริยาบถเดียวไม่ได้ โดยสัญชาตญาณของมนุษย์ โดยสัญชาตญาณของสัตว์ มันพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มันก็เลยว่ามันไม่เห็นทุกข์ จับต้องทุกข์ไม่ได้ไง

เราฝึกหัดปฏิบัติมีครูบาอาจารย์ เรานั่งสมาธิภาวนาของเรา เวลามันเจ็บมันปวดขึ้นมา นั่นน่ะมันทนอยู่ไม่ได้ แต่เราทนเอา ทนเพื่ออะไร เพื่อให้หัวใจมันเป็นอิสระจากการที่แบกรับภาระร่างกายนี้ทั้งนั้นไง

ถ้ามันแบกรับภาระร่างกายนี้ เวลามันอัปปนาสมาธิ กายกับใจอยู่ด้วยกันแต่มันไม่รับรู้แม้แต่ร่างกายนี้เลย แล้วไม่รับรู้ถึงตัวจิตด้วย มันสักแต่ว่าปรากฏ มันไม่ใช่อารมณ์ความรู้สึกที่คิดเองได้เลย มันเป็นไปไม่ได้ อัปปนาสมาธิไง นั่นน่ะเป็นสมาธิ

บาทเดียว จะซื้อเอาสมาธิ แต่ถ้ามันเป็นจริงขึ้นมามันไม่มี เพราะมันไม่มี มันไม่เป็น มันถึงไม่เข้าสู่ธรรมไง ถ้าไม่เข้าสู่ธรรม แต่พูดธรรมะนะ แล้วต้องฟังกูคนเดียวด้วยนะ คนอื่นไม่ใช่ทั้งหมดเลย

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นยังไม่เหมือนกันเลย พระอรหันต์ด้วยกันนั่นน่ะ เวลาหลวงปู่มั่นไปหาหลวงปู่เสาร์ให้แก้ให้ไข

เวลาหลวงปู่มั่นท่านออกจากถ้ำสาริกาไปนั่นน่ะ เพราะอะไร เพราะท่านแก้ความเป็นพระโพธิสัตว์ในตัวของท่านเอง เวลาไปแก้หลวงปู่เสาร์ กว่าจะแก้ได้มากมายมหาศาล

เราถามหลวงปู่เจี๊ยะมาหมดแล้ว สิ่งที่ว่าเป็นข่าวลือ สิ่งที่สังคมเขาเป็นมุกต่างๆ ถึงเวลาแล้ว ถามทั้งหลวงตา ถามทั้งหลวงปู่เจี๊ยะเลยว่า เหตุการณ์อย่างนี้เกิดที่นั่น เป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า เป็นอย่างนี้จริงหรือเปล่า แล้วแก้ไขอย่างไร

แล้วอย่างที่หลวงตาพระมหาบัวท่านพูดไง ไม่รู้ ถามไม่ได้ ไม่รู้ มึงจะไปถามอะไร ถามก็ ๒ ตัว ๓ ตัวนั่นไง

ไม่รู้ ถามไม่ได้ ไอ้นี่มันรู้ รู้อะไร มีพื้นฐาน มีสิ่งต่างๆ ขึ้นมาอย่างไร

ถ้ามีพื้นฐานขึ้นมา เห็นกาย เห็นกายอย่างไรก็รู้แล้ว ถ้ามันเข้าสู่อริยสัจ มันเข้าสู่ความจริง มันเป็นอริยสัจ มันเป็นความจริง มันอันเดียวกัน ถ้าอันเดียวกันแล้ว อย่างใดมันก็ออกนอกลู่นอกทางไม่ได้

นี่เข้ามาทางอุโมงค์เลยนะ ดำดินโผล่ขึ้นมาเลย อริยสัจอะไรของมึง

อริยสัจ ทุกข์ ข้อเท็จจริง สิ่งที่ทนอยู่ไม่ได้ เพราะมันทนอยู่ไม่ได้ มันทนอยู่ไม่ไหวไง

๕ มาสก ๑ บาท จบ ขาด ตาลยอดด้วน เพราะมันทนอยู่ไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้น ปาราชิก ๔ จะลักของเขา ตั้งใจว่าจะเอา แต่ยังไม่ได้จับถึงทรัพย์นั้น

ตั้งใจว่าจะเอา จับทรัพย์นั้นแล้ว ทรัพย์นั้นเคลื่อนจากที่ เคลื่อนจากที่ครบองค์ประกอบ บาทหนึ่ง ๕ มาสก จบ บาทเดียว

นี่มันคิด มันอยาก มันเป็น มันร้อยแปด แต่มันไม่ครบสมบูรณ์แบบของมันไง ถ้ามันสมบูรณ์แบบของมัน ของเคลื่อนจากที่ คิดจะเอาของเขา เดินไป เอ้ย! เปลี่ยนใจ กลับ ไม่มีปัญหา

คิดจะเอา เดินไปแล้ว จับของ ยังตัดสินใจไม่ได้ ไม่ยกของเคลื่อนจากที่

ถ้ายกของเคลื่อนจากที่ จบ ๕ มาสก บาทหนึ่ง เรียบร้อย

สิ่งที่มันเป็นขึ้นมาในหัวใจของตน ถ้ามีสติมีปัญญา ถ้ามันศึกษามันค้นคว้าขึ้นมา มันเห็นคุณค่าของมัน นี่มันโดยธรรมไง

กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา ไม่อย่างนั้นเวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเวลาอบรมบ่มเพาะขึ้นมาไง สิ่งที่มันเป็นจริง เธอต้องพูดมาสิ

เวลาถ้ามันเป็นจริงไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้บอกหนทางเท่านั้น ธรรมและวินัย พระไตรปิฎก ๒,๐๐๐ กว่าปีมาแล้ว แล้วฝึกหัดปฏิบัติมานี่ กึ่งกลางพระพุทธศาสนา ศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่ง ถ้าเจริญอีกหนหนึ่ง ธรรมและวินัยก็มีอยู่แล้ว หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านฝึกปฏิบัติ เริ่มต้นออกค้นคว้าด้วยกัน ออกวิเวกด้วยกัน

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น เวลาครูบาอาจารย์ท่านเล่าให้ฟัง เพราะเขาไม่เชื่อ เขาไม่เชื่อแล้วเขาแตกตื่น ความเห็นของโลก ขนโคกับเขาโค ขนโคเต็มไปหมด ปุถุชนคนหนา สังคมมีอยู่ความสุขความสบาย ถ้าเป็นศาสนาก็อ้อนวอน เป็นทิพยสมบัติ จะได้ลาภโดยความถูกต้องชอบธรรม

แต่ถ้าเป็นความจริงล่ะ

เป็นความจริง ถ้ามันเป็นธรรมๆ ก็ส่วนที่เป็นธรรม เวลาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา สิ่งนั้นน่ะแก้กิเลสไม่ได้ ความแก้กิเลสไม่ได้ ใจดวงใดไม่มีมรรค ใจดวงนั้นไม่มีผล ใจดวงใดที่มันมีมรรคขึ้นมา มันมีมรรคเพราะอะไรล่ะ

มันมีมรรคเพราะมันมีศีล พอมีศีลขึ้นมา มันฝึกหัดปฏิบัติให้มันเกิดสมาธิ พอเกิดสมาธิขึ้นมาแล้ว เพราะอะไร เพราะมันจะออกสู่โลกุตตรธรรม โลกุตตรธรรมในพระพุทธศาสนาไง โลกุตตรธรรม ภาวนามยปัญญา ปัญญาที่ชำระล้างกิเลสตัณหาความทะยานอยากในข้อเท็จจริงไง

มันไม่ใช่เป็นปัญญาโลกๆ อย่างที่ว่าเรามีปัญญาที่เราศึกษาใคร่ครวญแล้วเราเข้าใจได้ไง ไอ้นี่เป็นจินตนาการ จินตนาการที่มันเพริศแพร้วไง เพราะจินตนาการอย่างนี้ไง เวลาธรรมะในโลกสมมุตินี้ไง ถ้าเป็นนิยายธรรมะนี่ แหม! มันซาบซึ้ง

แต่ถ้าเป็นธรรมจริงๆ เฮ้ย! ไม่รู้เรื่องเลยเว้ย เฮ้ย! เฮ้ย! ทำไมกูฟังไม่รู้เรื่องเลยวะ

ไม่รู้เรื่องเลยวะ ก็เอ็งบวกกิเลสมึงไง บวกทิฏฐิ บวกความเห็น บวกทัศนคติ

แต่ถ้ามึงวางใจมึงนะ แล้วพิจารณาให้ตามความเป็นจริง

ธรรมะเป็นธรรมชาติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรม เทวดา อินทร์ พรหมสำเร็จเป็นพระอรหันต์มากมาย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรมนะ ชฎิล ๓ พี่น้อง ๑,๐๐๓ เป็นพระอรหันต์หมดเลย แสดงธรรมทีพระอรหันต์ๆ

แต่เวลาเผยแผ่ธรรมๆ ไง นี่ไง เดียรถีย์นิครนถ์เข้ามาบวชมากมายมหาศาล มีทิฏฐิมานะ มีความเห็นผิดของตนเข้ามา

พระเจ้าอโศกเวลาตรวจสอบ จับสึก จับสึก จับสึก สึกหมดเลย พระ เรื่องอริยสัจก็ไม่รู้ รู้แต่เรื่องโลกๆ รู้แต่ทิฏฐิมานะเดิมของพราหมณ์ อริยสัจก็ไม่เข้าใจ จับสึก จับสึก จับสึกหมดล่ะ

เวลาถ้าสิ่งที่มันเริ่มต้นจากความเห็นผิด แล้วมันผิดมาตั้งแต่ต้น เพียงแต่บวชพระเหมือนกัน ห่มผ้ากาสาวพัสตร์เหมือนกัน นี่ไง บาทเดียวเรียบร้อย เรียบร้อยจากธรรมไง

ถ้าเป็นทางโลก ๕ มาสก บาทเดียวก็จบ จบแล้ว มันจบตามข้อเท็จจริง แต่ตัวเองก็ยังสำคัญตนว่าเป็นพระ แล้วถ้าเป็นบุญเป็นกุศลสร้างคุณงามความดี มันก็เป็นบุญและบาป แต่เรื่องมรรคเรื่องผลจบ บาทเดียว บาดตายเลย

แต่ถ้ากิเลสมันบาด เวลามันบาดขึ้นมา เวลามันเป็นความเป็นพิษในหัวใจของตน แล้วความเป็นพิษมันเป็นบาดทะยัก แล้วความเป็นพิษนั่นน่ะ มันหมักหมมไง เห็นไหม มะเร็งขั้นที่ ๔ ไปตรวจเจอก้อนเนื้อ มันเป็นหรือยังไม่เป็น เจอหรือเปล่า เห็นไหม

ถ้าเจอ มันมีสติสัมปชัญญะนะ คนเราถ้ามันหลงตัวเอง มันเสพสุขเต็มที่เลย บอกว่ามึงมะเร็งขั้นที่ ๔ อีก ๖ เดือนตาย

จะให้ทำตัวอย่างไรครับ จะให้ทำตัวอย่างไร

ถ้าจิตมันเห็นไง จิตมันฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาไง มันไม่หลงระเริงไปกับให้กิเลสมันครอบงำ แล้วด้วยความเป็นพิษไง หมดเลย บาทเดียวเรียบร้อย บาดตายเลย บาดทะยัก แล้วเลือดเป็นกรด หัวใจวายฉับพลัน หัวใจวายฉับพลันทนอยู่ไม่ได้ เรียบร้อย อันนั้นมันเป็นผลของทางการแพทย์

แต่ทางธรรมๆ นะ จิตไม่เคยตาย จิตนะ เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เกิดแต่ละภพแต่ละชาติ เวลาเกิดแล้ว ไม่ได้ดูถูกดูแคลนเวรกรรมของสัตว์ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม พระโพธิสัตว์เวลาเกิดชาตินี้ เกิดชาติต่อไปก็อาจเจริญรุ่งเรืองมากกว่านี้มากมายมหาศาล สิ่งที่รุ่งเรือง รุ่งเรืองก็แค่จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะแค่ภพชาติเดียว ภพชาติเดียว เห็นไหม ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย เท่าไร กี่ครั้งกี่หน

นี่ก็เหมือนกัน เกิดในปัจจุบันนี้ทุกข์ยากไหม ทุกข์ ทุกข์คือความทนอยู่ไม่ได้ ทนอะไรได้บ้าง ร้อนก็หลบเข้าที่ร่ม หิวก็หาอาหาร

เวลาเราออกบิณฑบาตเลี้ยงชีพด้วยปลีแข้ง ได้สิ่งใดมานะ ถ้าเป็นธรรมนะ รื่นเริง วัดบุญกันเลยนะ เราออกธุดงค์ด้วยกัน วันนี้วัดบุญ มีบุญของใครบ้าง สุดท้ายแล้วนะ ได้บาตรเปล่ากลับมา กินลม บุญเอ็งน่ะอากาศ

เวลาหลวงตาพระมหาบัวท่านเที่ยวป่า หลงป่าไป ๓ องค์ แล้วต่างคนต่างว่าวัดบุญกุศลของตน ไปทางไหน ในประวัติของหลวงตาพระมหาบัว สุดท้ายแล้วท่านไปเห็นในนิมิตว่า ในทางนี้จะมีหมู่บ้าน ๒ หลัง ลุยเข้าไป ไปเจอ

นี่เวลาไป วัดบุญกุศลของแต่ละบุคคล นี่คืออำนาจวาสนาที่ได้สร้างสมมามากหรือไม่ ถ้ามันสร้างสมมานะ มันเป็นของมันเอง มันเป็นของมันเอง ธรรมะจัดสรร เวลาคำว่า ธรรมะจัดสรร” มันเป็นธรรมๆ เราไม่ดิ้นรน ไม่แสวงหา ไม่ต้องการอะไรทั้งสิ้น

เพราะสิ่งที่ได้มา เห็นไหม การศึกการสงครามรบชนะเท่าไร สร้างเวรสร้างกรรมทั้งสิ้น ไอ้นี่มันก็เป็นเวรเป็นกรรมทั้งสิ้น มันมีเป็นบุญเป็นกุศล ถ้ามันเป็นบุญเป็นคุณ แหม! มันร้อยแปดพันเก้า

แต่ถ้าเป็นเนื้อนาบุญของโลก เวลาเขาทำบุญกุศลของเขา เจ้าของบุญนั้นได้ข้าวนั้นไป สิ่งที่เป็นซังข้าวเม็ดข้าวที่มันตก ตกอยู่เนื้อนานั้น นี่เราก็ใช้สอยตามนั้น มันจะเป็นพิษเป็นภัยไปจากไหน มันเป็นอะไรที่ต้องแสวงหา

แสวงหามาเพื่อทับถมหัวใจของตน บาทเดียวเรียบร้อย

แต่เราไม่ทำ ให้มันเป็นข้อเท็จจริงของเขา นี่ไง บุญกุศลคือบุญกุศลของเขา เรื่องของเขา เรื่องของเราไง อยู่ในธรรมและวินัย อยู่ในข้อวัตรปฏิบัติ ไม่ให้ใครมาเพิ่ม หรือเหยียบย่ำ หรือทำลาย ไม่ให้ใครมาทำความกระเพื่อมในพระพุทธศาสนา

ถ้ามันเป็นธรรมมันก็เป็นธรรม ถ้ามันไม่เป็นธรรม มันเป็นไปไม่ได้ มันเป็นกรรมของสัตว์ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม

ฉะนั้น สิ่งที่ว่าบาดตาย มันบาดเพราะความขาดสติสัมปชัญญะ บาดเพราะว่าเราไม่เคยฝึกหัดประพฤติปฏิบัติมา ถ้าเราเคยฝึกหัดประพฤติปฏิบัติมานะ ไม่ใช่โมฆบุรุษตายเพราะลาภสักการะ ตายเพราะความเป็นแค่ทานของโลก

หลวงตาพระมหาบัวท่านเคยทิ่มเลยล่ะ “หัวดำๆ เขายังสละได้ ไอ้หัวโล้นๆ น่ะ เห็นสภาวะโอ้โฮ! เห็นของเขายิ่งใหญ่ ไร้สาระ มันเป็นเรื่องวัตถุ”

โมฆบุรุษตายเพราะลาภ

ลาภก็ลาภของเขา ไม่ใช่ของเรา

ของเรา ศีล สมาธิ ปัญญา ศีลคือความถูกต้องชอบธรรม สมาธิเป็นสัมมาสมาธิ เป็นจิตสงบที่ถูกต้องชอบธรรม

ไม่ใช่ภวังค์ ไม่ใช่ว่างๆ ว่างๆ อารมณ์ทั้งนั้น ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แล้วถ้าเป็นปัญญา นิยายธรรมะนี่ว่าปัญญาหรือวะ นิยายธรรมะอย่างนั้นคือปัญญาหรือ กูงงฉิบหายเลย

ปัญญานะ เวลามรรคสามัคคี เวลาจักรมันเคลื่อน เห็นความเคลื่อนไป

ฟังเทศน์หลวงตาสิ มันหมุนติ้วๆๆๆ โอ๋ย! มันหมุนติ้ว

เฮ้ย! กูไม่เคยเป็นเลยว่ะ เฮ้ย! กูไม่เคยมีเลย เฮ้ย! มันเป็นไปได้อย่างไร

เห็นไหม ไม่รู้ พูดไม่ได้หรอก ไม่รู้ ตอบไม่ได้ ถามก็ไม่ได้ ไม่รู้ มันเป็นนิยายธรรมะ มันเป็นจิตแพทย์ แก้อาการจิต จิตแพทย์เขาขุดเลยนะมึง ใครหลงผิดมาเขาขุดเชียว เวลาขุดขึ้นมามันเป็นสารเคมี ยามันเข้าไปกดทับเพื่อให้เคมีมันถูกต้องชอบธรรม มันก็กลับมาเป็นปกติไง ก็เท่านั้นน่ะ

แต่ถ้าเป็นจริงๆ เราฝึกหัดปฏิบัติของเรา ถ้าเอาจริงเอาจังขึ้นมา เรามีสติสัมปชัญญะ เป็นศากยบุตรพุทธชิโนรส บวชเป็นพระ เป็นพระกรรมฐาน เป็นลูกศิษย์สายกรรมฐานของหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น เห็นคุณค่าของธรรมและวินัย เห็นคุณค่าแล้วพยายามฝึกหัดประพฤติปฏิบัติให้ผิดน้อยที่สุด ให้อยู่ในร่องในรอย

ถ้าอยู่ในร่องในรอยเท่ากับสงสารตัวเอง เท่ากับถนอมตัวเอง เท่ากับทำหัวใจของตัวเองไม่ให้คอขาดและไม่ให้บาดตาย ให้มีชีวิตอยู่เพื่อฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ เพื่อเป็นผลของการเป็นสมณะ เอวัง