เทศน์พระ

รำไม่ดี

๑๖ พ.ย. ๒๕๖๗

รำไม่ดี

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

เทศน์พระ วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่ .หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรมะ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัย เราเป็นพระสงฆ์สมมุติสงฆ์ๆ

ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง พระพุทธกับพระธรรม พระสงฆ์ๆ สมมุติสงฆ์ๆ เราฟังธรรมๆ ฟังธรรมเพื่อกระตุ้นหัวใจของเรานี้ไง หัวใจของเรากระตุ้น ถ้าไม่กระตุ้น เห็นไหม การฟังธรรมนี้แสนยาก

การฟังธรรมๆ ไง สิ่งที่ไม่เคยได้ยินได้ฟัง สิ่งที่ได้ยินได้ฟังทุกวันๆ ตอกย้ำมันๆ ไง ตอกย้ำมันแล้วเราจะตื่นตัวของเราขึ้นมา ตื่นตัวขึ้นมาให้มีความอาจหาญ ให้มีความรื่นเริง ให้เห็นทางจงกรม การนั่งสมาธิภาวนาเป็นสิ่งที่น่ารื่นเริง ไม่ใช่เห็นทางจงกรม เห็นที่นั่งสมาธิแล้วมันเฉามันเหงามันหงอย มันไม่อาจหาญนะ มันไม่ก้าวเข้าสู่สนามรบ

ถ้าสนามรบๆ สนามรบนี้มันเป็นประเพณีวัฒนธรรม

รบกับใคร

ก็รบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในใจของตนนี้ไง

ถ้าจะรบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของตน เห็นไหม เรามีศรัทธา มีความรื่นเริง มีความอาจหาญ มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา

สมมุติสงฆ์ๆ พระมาจากไหน

ก็มาจากคน

คนที่เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ในทางฆราวาส ในทางโลก เขาต้องทำมาหากินของเขา เขาต้องขวนขวายเพื่อดำรงชีพของเขา เราศรัทธาในพระพุทธศาสนาไง เราเสียสละความเป็นฆราวาส เราเสียสละสิทธิความเป็นคนๆ นั่นแหละ สิทธิความเป็นคน สิทธิเสรีภาพ มันจะเอาตามแต่ความพอใจของมัน

เรามีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ถ้าเป็นอุบาสกศีล ๘ สามเณรศีล ๑๐ พระเราศีล ๒๒๗ ศีล ๒๒๗ มีรั้วรอบขอบชิด ถ้ามีรั้วรอบขอบชิด รั้วรอบขอบชิดเราแน่นหนามั่นคง มันต้องมีความสุขความสงบในหัวใจของตน

เรามีศีล ๒๒๗ ทำไมมันทุกข์มันร้อน มันมีความวิตกกังวล มันมีความหงอยเหงา มันมีความหดหู่ มันไม่อาจหาญ

ถ้าอาจหาญ ฟังธรรมๆ นะ ฟังธรรมเพื่อ ความลังเลสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น ในการกระทำของเรามันถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ มันมีความผิดพลาดอย่างใดมันถึงไม่ได้สมความปรารถนา เพราะมันทำแล้วมันทุกข์มันยากขนาดไหน

ถ้ามันทุกข์มันยาก เห็นไหม ดูสิ อุบาสกๆ เขาฝึกหัดปฏิบัติของเขา ถ้าฝึกหัดปฏิบัติของเขา ไปวัดไปวา เขามีความสุขความสงบร่มเย็นในหัวใจของเขา เวลาเขากลับบ้านกลับเรือนไป เอาบุญมาฝากๆ

เอาบุญที่ไหนมาฝาก นี่เป็นนามธรรมไง

แต่ของเราเวลามันทุกข์มันยากขึ้นมา กิเลส เอากิเลสมาฝาก

กิเลสในใจของเรา กิเลสในใจของสัตว์โลกใครๆ ก็ไม่ต้องการไม่ปรารถนา แต่มันมีของมันโดยธรรมชาติของมัน โดยธรรมชาติจิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันมีพญามารๆ ครอบงำในหัวใจดวงนั้นทั้งสิ้น

ถ้าไม่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ใครจะไปรู้จักกิเลส ใครจะไปรู้จัก ถ้ารู้ก็รู้ว่ามันสุขมันทุกข์เท่านั้นน่ะ เวลามันทุกข์ๆ ขึ้นมา ทุกข์แล้วหาทางออกอย่างไร ก็ไปหาการเข้าทรงทรงเจ้า ลูกช้างมีความทุกข์ ลูกช้างมีทุกข์ยากขนาดไหน

เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมัยพุทธกาล ๒,๐๐๐ กว่าปีมาแล้ว ดูลัทธิเต๋า ขงจื๊อ เขามีความเชื่อของเขาอย่างนั้น เขาก็จะสร้างคุณงามความดีของเขาอย่างนั้น

แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพูดไว้ไง “สุภัททะ อย่าถามให้มากไปเลย ศาสนาไหนไม่มีมรรค ศาสนานั้นไม่มีผล”

ถ้ามีมรรค มรรคมันเกิดจากอะไร

ถ้ามรรค สิ่งที่มรรค ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา ดำริชอบ งานชอบ เพียรชอบ

แล้วความชอบธรรมมันเกิดจากที่ไหน

เวลามันเกิดขึ้นมา มันเกิดจากท่ามกลางหัวใจของเราไง

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ถ้าตนรื่นเริง ตนอาจหาญ ตนฝึกหัด ตนเข้าไปเผชิญกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในใจของตน เห็นไหม

ที่ว่ากิเลสๆ ไง อวิชชาคือความไม่รู้ แล้วเราจะชำระล้างกิเลสด้วยความไม่รู้

ไม่รู้ในอะไร

ไม่รู้ในข้อเท็จจริงนั้นไง

ศึกษาเล่าเรียนมาในภาคปริยัติ เป็นการท่องจำ เป็นความทรงจำ

ทรงจำมาจากใคร

ทรงจำมาจากผู้ที่สำเร็จเป็นศาสดา เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ธรรมวินัยเป็นศาสดาของเราๆ มันเป็นธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาสวักขยญาณทำลายอวิชชาในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้ววางเป็นธรรมวินัยนี้ไง นี่ไง จดจารึกกันมา ๒,๐๐๐ กว่าปีศึกษามา

เวลาหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านเอาจริงของท่านขึ้นมา มันถึงเป็นข้อเท็จจริงในหัวใจของท่าน เวลาเริ่มต้นล้มลุกคลุกคลานก็เหมือนเรานี่แหละ ปุถุชนเหมือนเรานี่แหละ มีศรัทธามีความเชื่ออยากพ้นทุกข์ อยากชนะกิเลส

แล้วเวลาเอาจริงเอาจังขึ้นมานะ มันจริงจังมากน้อยแค่ไหน

ถ้ามันจริงจังของของเราขึ้นมา นี่ไง ไอ้นี่มันแค่ศีลน่ะ รั้วรอบขอบชิด แค่ปลายเหตุ แล้วเอาจริงเอาจังของเราขึ้นมา ถ้าเอาจริงเอาจังของเราขึ้นมา คนที่ทำงานจริงทำงานจังของเขา เขามีสัจจะของเขา เขาประสบความสำเร็จในชีวิตของเขา สิ่งที่เขาแสวงหามันเป็นบุญเป็นกุศลของเขา ไอ้เราเป็นนักรบๆ นี่สมบัติของพระๆ ไง

ถ้าสมบัติทางพระ ทางโลก ทางวัฒนธรรมประเพณี ก็บริขาร ๘ พระมีศีลเป็นสมบัติ พระมีศีลมีธรรม ถ้าทรงศีลทรงธรรมได้ ถ้ามันมีธรรมของเรา คุณธรรมอันนั้นมันเลอค่า มันมีคุณค่ามหาศาลขนาดไหน

สิ่งที่แก้วแหวนเงินทองเขานับจำนวนของเขาได้ว่ามีมากมีน้อยขนาดไหน แล้วบุญและบาปของเรา ของใครไว้กับใครได้

เอตทัคคะ ๘๐ องค์ ความชำนาญ อำนาจวาสนาของคนมันแตกต่างกันไปไง ถ้าพูดถึงทางลาภ ทางลาภก็พระสีวลีมีลาภมากที่สุด ถ้าทางวินัยๆ พระอุบาลีเลิศที่สุด แล้วทางปัญญาๆ พระสารีบุตรเลิศที่สุด

ถ้าทางโลกๆ ทางลามกจกเปรต เทวทัตเลิศที่สุด

เขาเลิศเพราะอะไรล่ะ

เขาเลิศเพราะเขาได้ฌานโลกีย์ เขาเลิศในทางโลก สุดท้ายแล้ว ด้วยความโลภ ด้วยกิเลสในใจของตน

“องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ชรา เป็นผู้ที่มีอายุขัยแล้ว ข้าพเจ้าจะปกครองสงฆ์ๆ”

เอาอะไรไปปกครอง มันไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วจะปกครองอย่างไร

เวลาฌานสมาบัติก็เรื่องหนึ่ง เวลาทางสายกลางในพระพุทธศาสนา มัคโค ทางอันเอก บุคคล ๔ คู่ มันเป็นอย่างไร ทำอย่างไร เริ่มต้นอย่างไร แล้วถ้าคนที่ไม่รู้มันจะไปสอนใคร

แล้วคนที่ปฏิบัติมา ถ้าเขาปฏิบัติได้ เวลาอาจารย์เขาตอบไม่ได้ อาจารย์กับศิษย์ใครจะเป็นที่น่าเคารพมากกว่า นี่ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาไง ถ้าเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา มันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมามันสวยงามมาจากมโนกรรม

มโนวิญฺญาเณปิ นิพฺพินฺทติ

มโน เห็นไหม นั่นน่ะภวาสวะ ภพ

มโนกรรมๆ วจีกรรม กายกรรม เวลามันฟุ้งซ่าน เวลามันทุกข์มันยากออกมา อาการของจิต อารมณ์ทั้งนั้นน่ะ

นักรบ นักรบมันก็มีแบบมีแผนของมัน ถ้ามันรำไม่ดีจะไปโทษใคร

นับรบ เห็นไหม เวลาวิชาการรบมันแขนงไหน มันเป็นนับรบประเภทใดล่ะ มันจะทำสิ่งใดล่ะเพื่อให้มันถูกต้องชอบธรรมในวิชาชีพของตน

เราเป็นพระอาชีพ เราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดกึ่งกลางพระพุทธศาสนา เรามีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา เราบวชเป็นพระ บวชเป็นพระ กึ่งกลางพระพุทธศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่ง เจริญเพราะมีครูมีอาจารย์ของเรา เห็นไหม

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านวางข้อวัตรปฏิบัติของท่านไว้ กองทัพธรรมๆ นั่นแหละ กองทัพธรรมๆ ถ้ามันมีคุณธรรมในหัวใจแล้วมันรื่นเริง มันอาจหาญ มันมีความสุข

โลกจะร้อนอย่างใด โลกจะลุกเป็นไฟ นั่นมันเรื่องของโลกเขา เรายิ้มแย้มแจ่มใส เราการกระทำในหัวใจของเราด้วยความสงบสุขไง เพราะเราเป็นธรรม เราไม่ใช่โลก

เราลดตัวเราเอง เราจะไปแข่งกับโลก โลกมันก็เรื่องของโลก เจริญแล้วเสื่อมไง มันเจริญแล้วเสื่อม เสื่อมแล้วเจริญของมัน เห็นไหม ผลของวัฏฏะ ผลของเวรของกรรมไง ใครทำคุณงามความดีของเขามา ด้วยบุญด้วยกุศล จังหวะและโอกาสของเขา เขาจะมาประสบความสำเร็จในชีวิตของเขา มันมีรากฐาน มีสภาวะแวดล้อมที่ดีงามมา ถ้าเขามีบุญกุศล เขาเกิด เห็นไหม

ในธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง คนบุญเกิด คนมีบุญมีกุศลมาเกิด เกิดมาแล้ว ทุกคนก็เกิดมาด้วยกัน มองไม่เห็นอะไรมีคุณค่าเลย แต่คนมีบุญมีกุศล โอ้โฮ! เขาเห็นโอกาส เขาเกิดมาแล้วเขาเบิกบานของเขา เขาชื่นชมในความเกิดเป็นมนุษย์ของเขา เขาทำของเขาด้วยบุญด้วยกุศลของเขา เห็นไหม

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้อยู่โคนต้นโพธิ์ หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านออกประพฤติปฏิบัติขึ้นมาในป่าในเขาของท่าน เวลามีการศึกษาเล่าเรียนทางวิชาการ ก็เข้ามาในเมืองหลวง

เมืองหลวงเป็นศูนย์กลางของการศึกษา เป็นภาคปริยัติไง นักปราชญ์ราชบัณฑิตอยู่ที่เมืองหลวงนี้ แล้วเมืองหลวงนี้มันจะตรวจสอบกันอย่างไร ดูเกจิอาจารย์ทั่วไป เขาก็ไปหาเกจิอาจารย์ เขาไปหาครูบาอาจารย์เของเขา ครูบาอาจารย์ของเขาฌานโลกีย์ ฌานสมาบัติ นี่เรื่องของการเป็นเกจิไง เกจิก็ทางวิชา วิชาอาคมต่างๆ แล้ววิชาอาคมมันแก้เกิด แก้แก่ แก้เจ็บ แก้ตายได้หรือ นี่มันไม่มีวาสนาไง ถ้าไม่มีวาสนาก็เห็นวิชาอาคมนั้นเป็นของมหัศจรรย์ เป็นของน่าชื่นบาน

แต่คนที่มีบุญกุศลเขา เฮ้ย! เวลาเกิด เกิดมาจากอะไร แล้วเกิดมาทำไม แล้วเราจะเกิดมาเพื่ออะไร แล้วทุกข์ยาก เห็นไหม ฉะนั้น เวลาศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อริยสัจ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ วิธีการดับทุกข์ เออ! มันชักเข้าทาง

แล้วถ้าชักเข้าทาง กึ่งกลางพระพุทธศาสนา ศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่ง ทางวิชาการตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นอักษรขอม เป็นภาษาบาลี แล้วพอสมัยรัชกาลที่ ๕ มาแปลเป็นภาษาไทย ทับศัพท์ ไอ้เราก็อ่านภาคภาษาไทยไง

ถ้าภาษาไทยขึ้นมาแล้ว ทางวิชาการไง แล้วถ้าทางวิชาการขึ้นมา โอ๋! เวลาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาให้เป็นตามความเป็นจริงกิเลสมันหลอกทั้งนั้นน่ะ

รำไม่ดี โทษแต่คนอื่นเขา โทษแต่หมู่คณะไม่ดี ครูบาอาจารย์ไม่เมตตา ครูบาอาจารย์ไม่เปิดทาง ครูบาอาจารย์ไม่เอาพรมแดงมาปูให้เดิน

กิเลสมันตัวอ้วนๆ น่ะ แล้วพอไม่พอใจ มันก็ปีนเกลียวเลย เวลาทางราชการเขาเรียกข้ามหัวไปเลย จะรุ่งเรืองไง เพราะโลกเขาก็เจริญ โอ้โฮ! ยศถาบรรดาศักดิ์ กระโดดไปนู่น

แต่ถ้าความเป็นธรรมๆ เขาไม่ทำกันอย่างนั้น เขาไม่ทำอย่างนั้น เพราะสิ่งนั้นมันเป็นหัวโขน มันเครื่องประดับ หัวโขนเครื่องประดับ เห็นไหม คนที่เขามีสถานะของเขานะ เขาไม่ถือแบรนด์เนม เขาถือถุงผ้า เพราะหัวใจเขายิ่งใหญ่ เขาไม่สนใจเลย ไอ้เราขี้ครอก ถือแบรนด์เนมกระเป๋าของปลอม เขาไม่เชื่อมึงหรอก

คนที่เขามีคุณธรรมในหัวใจของเขา เขาทำอย่างนั้นไม่ได้ไง ถ้าเขาทำอย่างนั้นของเขาไม่ได้ เห็นไหม

นี่ก็เหมือนกัน ถ้าเรามีอำนาจวาสนา เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เรามาบวชเป็นพระๆ นี่ไง ถ้าพระเรา มันมีอะไรใครยิ่งใหญ่กว่าใคร สงฆ์ชักเข้าหมู่ หมู่สงฆ์ สังฆะไง หมู่คณะไง มันเสมอภาคกันด้วยศีล ๒๒๗ ไง ใครเป็นอาบัติ ก่อนลงอุโบสถ เราปลงอาบัติ ปลงอาบัติที่ปลงได้ อาบัติหนักเราปลงไม่ได้ อย่างนั้นเราแขวนไว้

สิ่งที่เราทำๆ ขึ้นมา สิ่งที่เวลาสิ่งใดที่มันผิดพลาดขึ้นมา เราเป็นสุภาพบุรุษ เรายอมรับ สิ่งที่เราแก้ไขได้ เราแก้ไขของเรา สิ่งที่มันหนักหนาสาหัสสากรรจ์ สิ่งที่เป็นธรรมๆ หนักหนาสาหัสสากรรจ์ คือว่า เราจะชำระล้างกิเลสในหัวใจของตน

รำให้มันสวย รำให้มันเข้ากับมัคโค ทางอันเอก นี่ไง สิ่งหนึ่งสิ่งใดมีการเกิดขึ้น เกิดขึ้นกับในหัวใจของตนไง มันเป็นจังหวะจะโคนไง

มันเริ่มตั้งแต่อำนาจวาสนาของแต่ละบุคคลไง การพิจารณากาย พิจารณาเวทนา พิจารณาจิต พิจารณาธรรม สติปัฏฐาน ๔ ใครรู้ใครเห็นสิ่งใด ถ้ารู้เห็นเห็นกายของเราไม่ได้ เราก็เห็นเวทนาไง เวทนา สิ่งที่มันเจ็บมันปวดของเราขึ้นมาไง

ถ้าเรานั่งไปแล้ว จิตถ้ามันสงบระงับแล้ว ถ้ามันเห็นเวทนา เราจับเวทนาได้ เวทนามันเกิดจากอะไร เกิดจากอวิชชา เกิดจากความไม่รู้ เกิดจากความโง่ของเรานี่ มันไปเสวยเวทนาอันนั้นมันก็เลยเป็นทุกข์เป็นยากขึ้นมาไง

ถ้ามีสติปัญญา แล้วใครมันโง่มันเขลา มันไปเสวยขึ้นมา ถ้ามีสติปัญญาเท่าทัน สติปัญญามันจะตบหัวใจไว้ ตบไว้ๆ ให้มันปล่อยให้มันวาง เวลามันปล่อยมันวางแล้วมันมีความสงบสุขของมันขึ้นมา เห็นไหม

เวลาทำความสงบของใจเข้ามา สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี จิตสงบแล้วถ้าเห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง แล้วถ้ามันวิปัสสนาของมัน ถ้าวิปัสสนาของมัน มันมีสติปัญญา มันแกล้วกล้า มันฟาดมันฟัน พอมันฟาดมันฟัน มันปล่อยวางด้วยสติด้วยปัญญา ด้วยศีล ด้วยสมาธิ ด้วยปัญญา ด้วยทางสายกลางในพระพุทธศาสนาไง ด้วยมัคโค ทางอันเอกไง พอมันปล่อยมันวาง มันมหัศจรรย์กว่าสุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มีอีก

เวลามันสุขสงบ สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี มันมีความสุขความสงบเพราะว่ากิเลสมันสงบตัวลง กิเลสมันสงบตัวลงแล้ว ถ้ามันรำให้ถูกต้องชอบธรรม

รำไม่ดีแล้วจะไปโทษคนโน้น โทษคนอื่น โทษสิ่งอื่น “ไม่มีใครค้ำชูเราเลย ไม่มีใครคอยปกป้องดูแลเราเลยล่ะ”

ไม่มีใครๆ ก็สติปัญญานั่นไง สติธรรม สมาธิธรรม ปัญญาธรรม แล้วสติธรรม สมาธิธรรม ปัญญาธรรม รำให้มันถูกต้องชอบธรรมไง ภาวนาให้มันถูกต้องชอบธรรม ภาวนาให้มันเป็นความเป็นจริงขึ้นมาไง

รำไม่ดี รำผิดจังหวะ รำแล้วไม่เป็นมรรคเป็นผลขึ้นมา แล้วรำไม่เป็นมรรคเป็นผลขึ้นมา แล้วก็ดักดานอยู่อย่างนั้นน่ะ

หลวงตาพระมหาบัวท่านด่าเอา ปฏิบัติโง่อย่างกับหมาตาย

ซ้ำๆ ซากๆ มันหลอกแล้วหลอกเล่าก็ให้มันหลอกอยู่อย่างนั้นน่ะ มันหลอกแล้วหลอกเล่า เออ! ก็ไม่รู้ ก็อวิชชา ก็พญามาร ก็เราก็ไม่รู้

พญามารมันครอบงำหัวใจของเราไง ถ้ารำผิดพลาด รำแล้วมันไม่เป็นผลบวกไง เราก็ไล่จังหวะใหม่ เราดูแลใหม่ เราย้อน ย้อนหน้า ย้อนหลัง พิจารณาซ้ำของเรา พิจารณาแยกแยะของเรา มันพิจารณาของมันด้วยกำลังของจิตไง

ถ้ากำลังของจิต กำลังของสมาธิมันไม่มี มันจะไปพิจารณาอะไร มันพิจารณาไม่ได้หรอก ถ้าเป็นสัญญา สัญญาบวกด้วยสมุทัย สัญญาบวกด้วยความเห็นผิด พอบวกด้วยความเห็นผิดขึ้นไป สิ่งที่มันจะถูกต้องชอบทำอย่างไร

ก็รำไม่ดี รำไม่ถูก

เวลารำไม่ดี รำไม่ถูก ร้องเพลงมันยังคร่อมคีย์ คร่อมจังหวะเลย แล้วรำผิดจังหวะเขา ถ้ามันเป็นคณะ มันก็ไปขัดไปแย้งเขาอยู่แล้ว นั่นถ้าเป็นคณะ เป็นบุคคลไง เป็นวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่เขาเป็นการมหรสพสมโภชไง มันยังไปขัดไปแย้งกับเขา มันล้มไปทั้งคณะเลย

แต่ไอ้นี่มันเป็นมรรคเป็นผล มันเป็นการกระทำของตน แล้วกิเลสมันเป็นคนชักนำของมันอยู่แล้ว ภาวนาดี ภาวนายอด ภาวนาประสบความสำเร็จ เวลาภาวนาชื่นชมตัวเอง ชมบุญตัวเองไง โอ้โฮ! บุญเรา แหม! ดอกบัวบานเชียว

ดอกบัวบานเขาบูชาพระ พูดถึงผู้ที่มีหน้าที่ เขาเอาดอกบัวเก่า ดอกไม้เก่าไปอยู่โคนไม้นั่นน่ะ

ดอกบัวบานเชียว

เวลาธรรมาธิษฐาน บุคลาธิษฐาน ธรรมาธิษฐาน เขาเปรียบเทียบ แต่ความเห็นที่ข้อเท็จจริงมันเป็นคุณธรรมในหัวใจ ใครประพฤติปฏิบัติล้มลุกคลุกคลานมาขนาดไหนมันจะฝังใจตัวเองทั้งนั้น แล้วมันแหยงไง

เวลาครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติมาแล้วนะ เวลาทบทวนไปแล้ว โอ้โฮ! โอ้โฮ! เลย โอ้โฮ! ตอนนั้นเพราะมันมีกิเลส เวลามันมีกิเลส กิเลสกับธรรมมันปะทะกัน เวลามรรคมันเคลื่อน เวลาปัญญามันหมุนนะ มันทุ่มเทได้ทั้งนั้นน่ะ เวลามันจะเป็นจะตาย อะไรตายก่อน

ยอมแพ้มัน แพ้ ถอย ยอมแพ้มาตลอดเวลา ถึงเวลาจำเป็นนะ อะไรตายให้มันตายเลย แล้วดูซิว่าอะไรมันจะตายก่อน เวลาจะตายก่อน ถ้ามันทุ่มมันเทของมัน มันมีกำลังของมัน มันพิจารณาของมันโดยข้อเท็จจริงของมัน ถ้ากำลังยังไม่พอ มันก็ไปยันกันอยู่อย่างนั้นน่ะ อุเบกขา การเสมอกัน แล้วถ้าเสมอกัน ต่อไปมันก็มีแต่ความพ่ายแพ้เท่านั้น

ถ้าเวลามันเคยผิดพลาดขึ้นมา ทำไมเราไม่วางล่ะ

พอวางแล้วกลับมาพุทโธ วางแล้วกลับมาทำความสงบของใจเข้ามาให้มีกำลังขึ้นมานะ เวลามีกำลังขึ้นมาแล้ว จากที่อุเบกขามันชนะแล้ว มันเป็นดำริชอบ งานชอบ เพียรชอบ มันเป็นความชอบธรรมแล้ว

ถ้ามันไม่ชอบธรรม ถ้าเราฝึกหัด เราใช้แล้ว อย่างสูงมันก็แค่ยันกัน แค่อุเบกขานั่นน่ะ

เวลาหลวงตาพระมหาบัวท่านพิจารณากายๆ จนท่านทุกข์ท่านยากมาก ท่านยันไว้

เวลาขึ้นไปทำข้อวัตรหลวงปู่มั่นไง มหา มหาภาวนาอย่างนั้นหรือ ภาวนาเหมือนหมากัดกัน

อุเบกขาๆ ที่ยันไว้น่ะเหมือนหมากัดกัน ไอ้เราก็คิดว่าชนะ โอ๋ย! ยอดเยี่ยม เป็นเห็นกิเลสไง โอ้โฮ! มันรู้จักกิเลสไง มันแค่ยันไว้แล้วมันก็มีแต่ถดถอยลงเท่านั้นน่ะ รำไม่ดี รำไม่ถูกไม่ต้องไง

ถ้ารำมันถูกต้อง เห็นไหม เวลาเขารำของเขาโดยจังหวะจะโคนของเขา เขามีเดินหน้า เขามีถอยหลัง เขามีเดินหน้า เขาออกซ้ายออกขวา เขามีไปเดินตรงหน้าก็ได้ ทางซ้ายก็ได้ ทางขวาก็ได้ ถอยก็ได้ ทำอะไรก็ได้ เห็นไหม รำให้มันเข้าจังหวะจะโคน

รำไม่ดี ไปโทษแต่คนอื่นๆ ไม่โทษถึงไอ้ความโง่ ไอ้อวิชชา ไอ้ความไม่รู้ ไอ้กิเลสที่มันพลิกมันแพลง

ก็ไหนว่ากูจะสู้กับมึงวะ ก็ไหนว่ากูกำลังจะขอดูหน้ามารเสียหน่อย

ขอให้เห็นร่องรอยของกิเลสมันก็ชื่นใจแล้ว เห็นร่องรอยกิเลสก็ โอ้โฮ! มหัศจรรย์นะ

คนเกิดมา เจ้าวัฏจักรมันปิดหูปิดตาทั้งนั้น เวลาปัญญาในพระพุทธศาสนาคือปัญญาทวนกระแสกลับเข้าไปในหัวใจของตน ไปเห็นหลานของมาร ลูกของมาร พ่อแม่ของมาร เห็นพญามาร เวลามันทวนกระแสกลับ มันไปรู้ไปเห็น รู้เห็นขั้นใด รู้เห็นใคร มันก็ตื่นเต้นมหัศจรรย์ โอ้โฮ! มันแปลกประหลาด แล้วพูดให้ใครฟังไม่รู้เรื่อง เว้นไว้แต่ครูบาอาจารย์

ครูบาอาจารย์เขาเห็นมาหมดแล้ว เขาเห็นมาแต่ละชั้นแต่ละตอน เพราะเขาเห็นมาแต่ละชั้นแต่ละตอน เขาถึงมาเป็นครูบาอาจารย์ แล้วสร้างบุคลากรเป็นกองทัพธรรมๆ ไง เพื่อความมั่นคงในพระพุทธศาสนาไง

ในพระพุทธศาสนา บุคลากรที่มีคุณธรรมในหัวใจไง เขาไม่โทษใครทั้งสิ้น เขาจะรำให้เข้าจังหวะจะโคน จังหวะจะโคนก็อ่อนน้อมถ่อมตน เข้ากับศีลเข้ากับธรรม เข้ากับประเพณีวัฒนธรรม ไม่ไปขัดไปแย้งใคร เพราะขัดแย้ง เพราะมันขัดแย้งก็มันมีความเห็นผิด มันมีความคิดผิดไง

มีความเห็นถูกต้องชอบธรรม แล้วสิ่งใดที่เป็นธรรมๆ เราก็เมตตา สิ่งที่ว่ามันจะหยาบ จะกลาง จะละเอียด นี้มันก็อยู่ที่อำนาจวาสนาของคน มันอยู่ที่จังหวะและโอกาสไง กาลเทศะที่มันถูกต้องชอบธรรมของเขา คนที่มันเจริญเติบโตขึ้นมา ถ้ามันเติบโตขึ้นมาแล้วมันมีประสบการณ์ชีวิตไง เขาจะวินิจฉัยของเขาด้วยความถูกต้องชอบธรรมของเขา

คนที่ไม่มีประสบการณ์ของเขา อะไรที่ถูกต้อง เขาว่าถูกของเขา เขาก็ยึดมั่นถือมั่นของเขา ความยึดมั่นถือมั่นนั่นน่ะมรรคหยาบๆ ไง เริ่มต้นตั้งแต่หนทางที่เกาะไว้มันจะเข้ามาท่ามกลางและที่สุดไม่ได้ ท่ามกลางและที่สุด เขาไม่กล้าทำอะไรทั้งสิ้น เขายึดมั่นถือมั่นของเขา ถ้ายึดมั่นถือมั่นของเขา ความยึดมั่นถือมั่น นั่นมันก็เป็นตัณหาความทะยานอยากไง

แต่ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา สิ่งที่จะไม่ยึดมั่นถือมั่น เรามีเหตุมีผลอะไรจะไม่ยึดมั่นถือมั่นล่ะ

มันจะมีเหตุมีผลขึ้นมามันต้องพิจารณาของมันไง ว่าสิ่งนั้นมันถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ เราปรารถนาอะไร เราหวังอะไร

เราไม่หวังหรอก ไอ้ความรูปสวยรูปงาม เพราะอะไร เพราะเรารู้อยู่แล้วว่ามันต้องชราคร่ำคร่า แล้วถ้าจิตของตนๆ เราปรารถนาอะไร เราคาดหวังอะไร ถ้าเราคาดหวัง เราไม่ต้องคาดหวัง เห็นไหม รำไม่ดีไง จะไปคาดหวังเอาสิ่งที่เป็นโลกๆ เพราะเรามีสติปัญญาเท่านี้หรือไง

แต่ถ้าเป็นจริงขึ้นมาแล้ว เราไม่ต้องปรารถนาสิ่งใด เราปรารถนาจิตที่มันสงบระงับเข้ามา ถ้าจิตมันจะสงบระงับเข้ามาเพราะอะไร เพราะมันมีสติปัญญาของมัน มันมีคำบริกรรมของมัน ถ้ามีคำบริกรรม ถ้ามันจะสงบของมันจริงๆ ไง สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี มันมีกำลังของมัน

ถ้ามีวาสนาขึ้นมา ยกขึ้นสู่วิปัสสนา มันใช้สติปัญญาไปมันจะเห็นว่า อ้อ! ภาวนามยปัญญา ปัญญาที่มันทวนกระแสกลับ ปัญญาที่มันทวนกระแสกลับเข้าไปสู่จิตเดิมแท้ จิตของตน กิเลสมันอยู่ที่ฐีติจิต ครอบครัวของมาร แค่ลูกแค่หลานนะน่ะ แค่ลูกแค่หลาน แค่เห็นน่ะ

การขุดคุ้ยเห็นกิเลสมันเป็นความมหัศจรรย์ เพราะมันเป็นการยืนยันทางธรรมะ ทางสัจธรรมเลยว่านี่คือกิเลส แล้วไม่ใช่กิเลสของใคร กิเลสของจิตดวงนั้น

ถ้าจิตดวงนั้นไม่มีอวิชชา ไม่มีพญามาร ไม่มีการครอบงำมา มันจะไม่เวียนว่ายตายเกิดมาเกิดเป็นมนุษย์ในปัจจุบันนี้ การเกิดเป็นมนุษย์ในปัจจุบันนี้ด้วยอำนาจวาสนานะ ได้เกิดเป็นคนน่ะ

ดูฟาร์มไก่สิ ดูรังปลวก รังมดสิ จิตหนึ่งทั้งนั้น แล้วสิ่งมีชีวิตมีพุทธะ มีพุทธะก็มีภพ ก็มีตัวตนไง ไม่มีตัวตนมันจะเสวยภพเสวยชาติได้อย่างไร แต่เขาเกิดในอบายภูมิ อบายภูมิตั้งแต่สัตว์เดรัจฉานลงไป อบายภูมิทำดีทำชั่วของเขาได้นะ แต่ถ้าจะมีสติปัญญาถึงกับว่าจะเห็นธรรมเป็นไปไม่ได้

แต่เราเป็นมนุษย์ เรามีคุณค่า

ในบรรดาสัตว์ ๒ เท้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เป็นมนุษย์ แล้วมีสติมีปัญญาค้นคว้าด้วยพระองค์เอง ตรัสรู้เองโดยชอบ ตรัสรู้ด้วยมรรค ๘

มรรค ๘ เกิดจากอะไร

เกิดจากจิตไง ดำริชอบ งานชอบ เพียรชอบ ดำริ เห็นไหม ปัญญา สมาธิชอบ สติสัมปชัญญะชอบ สติ มหาสติ ปัญญา มหาปัญญา ทำไมมันมีมหาปัญญาล่ะ ปัญญาแล้วทำไมต้องมีมหาปัญญา ปัญญามันหยาบละเอียดอย่างไร บุคคล ๔ คู่นั่นแหละสำคัญมาก จะเห็นได้เลยนะว่าเวลามันละเอียดลึกซึ้งเข้าไป

ละเอียดลึกซึ้งเพราะอะไรล่ะ

เพราะกิเลสมันละเอียดไง กิเลสหยาบๆ มันเปลือกไง เปลือกผลไม้ เปลือกมันจับต้องได้ทั้งนั้นน่ะ เวลามันลอกเป็นชั้นๆๆ เข้าไป เป็นชั้นๆ เข้าไป จะเอาอะไรเข้าไปลอกมัน

นี่ไง ผลไม้แต่ละชนิด เขามีเครื่องปอกของเขาแต่ละชนิดของเขา หัวใจๆ มรรค ๘ มรรคอย่างหยาบ มรรคอย่างกลาง มรรคอย่างละเอียด บุคคล ๔ คู่ ทำไมมันถึงมีสติ มีมหาสติ ถ้าฝึกหัดปฏิบัติไปแล้วมันจะมหัศจรรย์ มหัศจรรย์ในใจของตนนี่แหละ

แต่ในปัจจุบันนี้รำไม่ดี สติฟั่นเฟือน ทำอะไรก็แล้วแต่อารมณ์ ทำอะไรก็แล้วแต่เอาความพอใจ ทำอะไรก็ให้กิเลสมันชักนำ

แล้วมันรู้เห็น

เห็น จิตส่งออกมันไม่มีต้นไม่มีปลาย ได้ทั้งหมดเพราะอะไร วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตารมณ์ ปีตินั้นน่ะ ปีติมันหยาบมันละเอียด ปีติระลึกอดีตชาติได้ มันอยู่ที่ปีตินั่นแหละ ปีติครอบงำไปหมดเลย มีแต่ปีติเล็ก ปีติใหญ่ของแต่ละบุคคล จิตที่มันสร้างมา สร้างสมมามากน้อยขนาดไหน มันอยู่ในปีติเลย วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตารมณ์ เห็นไหม องค์ของสมาธิ องค์ของความสงบของใจ

แล้วมันส่งออก แล้วมันบรรลุธรรมอะไร

ธรรมเกิดจากวิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตารมณ์ องค์ของสมาธินี้ใช่ไหม สมาธิแก้กิเลสไม่ได้ๆ ก็พูดอยู่ทุกวัน แล้วผู้ที่ประพฤติปฏิบัติเขาเหยียดหยามตลอดเวลา “สมถกรรมฐาน สมถะแก้กิเลสไม่ได้ๆ”

เวลาสมถะขึ้นมา วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตารมณ์ เวลามันสุข เอกัคคตารมณ์ แล้วปีติมันเล็กมันใหญ่ ปีติของคนมันขนาดไหน มันอยู่ในปีติ มันส่งออกทั้งนั้นน่ะ แล้วมันสัมมาสมาธิตรงไหน แล้วมันเป็นความจริงตรงไหน เห็นไหม

รำไม่ดี จะไปโทษใคร

ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าชี้ทางเท่านั้น เราปฏิบัติแล้วให้มันถูกต้องชอบธรรม ถ้ามันถูกต้องชอบธรรม ถูกต้องชอบธรรมโดยจริตนิสัยของบุคคลคนนั้น เพราะบุคคลคนนั้นมีความสงสัย หมักหมมหัวใจไว้เรื่องสิ่งใด โทสจริต โมหจริต โลภจริต จริตนิสัยมันเป็นอย่างไร นั่นล่ะตัวต้นเหตุ แล้วก็ป้อนเชื้อไข เชื้อเข้าไป

เวลาเรามีศีลมีธรรมไง เรามาถือศีลไง ชักฟืนออกจากไฟ ชักฟืนออกจากไฟ

เขาบอกว่า โอ๋ย! พวกถือศีลมันแห้งแล้ง มันจืดชืด

เขาชักฟืนออกจากไฟๆ ชักฟืนออกจากไฟบ่อยครั้งเข้าๆ ให้ไฟมันสงบเบาบางลง แล้วเราฝึกหัดปฏิบัติของเรา เห็นไหม รำให้มันถูกต้องชอบธรรม

รำไม่ดี ไม่โทษใคร โทษสติ โทษความหมั่นเพียร โทษความประมาทเลินเล่อ ความไม่รอบคอบ ต้องรอบคอบคอยหาความบกพร่อง มันบกพร่องอะไร มันขาดอะไร อะไรทำให้มันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาไม่ได้ ทำไมมันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาได้ล่ะ แล้วมันเป็นที ฟลุก ส้มหล่นน่ะ

เวลาตั้งใจจริงๆ จะเป็นจะตาย เวลาทำปกติ ทำพอประมาณ เอ๊อะ! เฮ้ย! ดีว่ะ

แล้วดีอย่างไร ทำไมไม่จำอารมณ์อย่างนี้ไว้ การวางอารมณ์อย่างไร

คำว่า วางอารมณ์” กำหนดพุทโธๆๆ เหตุไง เหตุอย่างใด มันจะให้ผลอย่างนั้น เหตุอย่างนี้สำหรับบุคคลอย่างนี้ เหตุอย่างนี้สำหรับบุคคลที่มากกว่านี้ เหตุอย่างนี้เหตุที่เข้มข้น สำหรับคนที่มันเป็นพาลชน พาลชนมันต้องให้มันรุนแรง ให้มันมีกำลังของมัน ให้มีสิ่งใดที่รุนแรง กระทำของมันให้มันสงบระงับให้ได้ สงบระงับได้ง่าย สงบระงับได้ปานกลาง สงบระงับได้นุ่มนวล มันก็เป็นของกรรมของสัตว์ทั้งนั้น แล้วกรรมของสัตว์ทั้งนั้นน่ะ แล้วศึกษาค้นคว้าแล้วฝึกหัดปฏิบัติให้มันต่อเนื่องๆ ไง

การประพฤติปฏิบัติไม่ได้ผลเพราะอะไร เพราะการขาดความสม่ำเสมอ

การกระทำ เวลาศรัทธามั่นคง อู้ฮู! ลุกเป็นไฟเลย มั่นคงแน่นอน พอไปๆ แล้วมันอ่อนไปเรื่อย อ่อนแล้วไม่ได้ผลไง

ทำให้มันสม่ำเสมอ ทำให้มันโดยข้อเท็จจริงของมัน โดยข้อเท็จจริง เราไม่ต้องไปเพิ่ม ไม่ต้องไปลดสิ่งใดทั้งสิ้น การกระทำอันนั้นน่ะมันเป็นเครื่องตัดสินอยู่แล้ว ถ้าเป็นเครื่องตัดสินอยู่แล้ว รำให้มันถูกต้องชอบธรรมไง

รำไม่ดี โทษใครไม่ได้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ชี้ทางเท่านั้น

ครูบาอาจารย์ที่ว่าท่านจะคุ้มครองดูแล

เขาคุ้มครองดูแลยู่แล้ว แต่ก็ไม่ให้เอ็งรู้ไง ถ้าไม่คุ้มครองดูแล มันจะอยู่โดยความปกติสุขได้อย่างไร ถ้าไม่คุ้มครองดูแล ไอ้พวกโง่ๆ มันก็พาไปเที่ยวออกตลาด พาออกตลาด นึกว่านั่นน่ะเป็นการเชิดชู

นั่นน่ะโรงฆ่าสัตว์ นั่นน่ะเทศบาล โรงฆ่าสัตว์นั่นน่ะ

สัตว์ที่มันฉลาด เวลาเขาเอารถทุกไปฆ่า มันยังโดดลงจากรถวิ่งหนีนะ ประชาชนเห็น เขาไปไถ่ชีวิตหมูอย่างนี้ ชีวิตวัว ชีวิตควาย เพราะมันโดดจากรถมามันควรจะรอด เขาเรี่ยไรเงินกันเลยนะ ซื้อชีวิต ไปไว้วัด

สัตว์มันยังออกจากเส้นทาง เขาเอาไปฆ่า มันยังกระโดดลงจากรถ ไอ้เราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา บวชเป็นพระ แล้วครูบาอาจารย์ที่ดีงามเขาพาไปนู่นนั่นแหละ เอาไปแห่ เวรกรรม

ครูบาอาจารย์ของเราไม่ อย่างนั้นไม่เอา อย่างนี้โรงฆ่าสัตว์ไม่ไป ไปนู่น ความที่สงบสงัด สิ่งที่เป็นสัปปายะ

ดูสัตว์ป่าสิ สัตว์ป่ามันมีสิทธิเสรีภาพของมันนะ มนุษย์โง่กว่าสัตว์ เขียนกฎหมายมาเพื่อรอนสิทธิ์ของตน ไม่เขียนกฎหมายมารอนสิทธิ์ของตนมันก็เอารัดเอาเปรียบกัน

สัตว์มันรังแกกันด้วยเขี้ยวด้วยเล็บ มนุษย์รังแกกันด้วยชั้นเชิง ปัญญา หลอกปลิ้นปล้อน โกงมันทั้งชีวิต โกงมันทั้งหมดเลย

ฉะนั้น เวลาสัตว์ป่ามันอยู่ในป่าของมัน มันมีสิทธิเสรีภาพของมัน

ครูบาอาจารย์ท่านพูดประจำ ทำไมในป่ามันไม่มีโรงพยาบาลนะ ในป่ามันไม่มีครูสอนนะ ทำไมสัตว์ป่า ตะเข้มันสมัยไดโนเสาร์นะ มันไม่สูญพันธุ์นะตะเข้ เต่าอย่างนี้ แล้วเราเป็นคนนะ ต้มเต่าๆ เต่าเอามาต้มกินหมดน่ะ แล้วมันมีชีวิต มีสติมีปัญญาไหม

มีโรงพยาบาล มีโรงเรียน มีทุกอย่างพร้อมเลย แล้วทำอะไรกัน

ตะเข้มันอยู่ในป่ามันยังไม่สูญพันธุ์มันนะ มันไม่มีโรงพยาบาล ไม่มีครูสอนไง ทำไมมันเอาตัวรอดของมันได้ล่ะ

เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เราบวชเป็นพระ เป็นนับรบไง รบให้มันเข้ากับคลองธรรม ทำนองคลองธรรม ทำให้มันถูกต้องชอบธรรม มีกาละมีเทศะของเรา

จะหนักจะเบาอย่างไร เวลากิเลสมันฟูขึ้นมา เอาให้มันหนักๆ เวลากิเลสมันนุ่มนวลไปแล้วไม่ต้องไปหนัก ทำพอประมาณประคองไว้ให้ดี แล้วถ้ามันยืนของมันขึ้นมาเองได้ เอกัคคตารมณ์ จิตตั้งมั่นได้ เห็นไหม ฝึกหัด ถ้ามันไปแล้ว น้อมไปให้เห็นสติปัฏฐาน ๔ เวลามันเห็นกิเลสขึ้นมา เออ! สมบูรณ์แบบในการกระทำ

รำไม่ดี โทษใครไม่ได้ ปฏิบัติไม่ถูกต้องชอบธรรม มันก็เป็นความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะ คนเราจะล่วงพ้นทุกข์ด้วยความเพียร ความเพียรที่ถูกต้องชอบธรรมให้มีกาลเทศะ ให้ถูกต้องชอบธรรม แล้วมันจะเข้าสู่สัจธรรมโดยความเป็นจริง เอวัง