กินปู
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
เทศน์พระ วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๗
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่ ) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรม ธรรมะเป็นสัจธรรม กิเลสเป็นอสัจธรรม กิเลสมันเห็นแก่ตัว กิเลสมันบีบบี้สีไฟ กิเลสมันรังแกหัวใจของตนไม่รู้ตัว
ธรรมะๆ ธรรมะเป็นขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศีล สมาธิ ปัญญาต้องฝึกหัด ต้องศึกษา ต้องค้นคว้า ต้องมีการประพฤติปฏิบัติขึ้นมาให้มันเป็นตามความเป็นจริงในหัวใจของตน กิเลสมันถึงสงบตัวลงบ้าง ถ้ากิเลสมันสงบตัวลงบ้าง เออ! พออยู่ได้ พออยู่ได้
แต่ถ้ากิเลสมันรุนแรงขึ้นมา มันบีบมันคั้นขึ้นมา มันเห่อมันเหิม มันทะเยอทะยาน มันมักมาก มันบ้าบอคอแตก นี่กิเลสทั้งนั้นน่ะ แต่มันเข้าใจว่าเป็นธรรม มันเข้าใจว่าเป็นความถูกต้อง มันเข้าใจว่าเป็นความเป็นจริง ทั้งๆ ที่มันเป็นความรู้สึกนึกคิด มันเป็นอารมณ์ของคน มันร้ายกาจ มันเหยียบหัวใจดวงนั้น แล้วหัวใจดวงนั้นไปทำลายคนอื่นน่ะ
เวลาไปทำลายคนอื่นๆ เขาโดนทำลายขึ้นมา มันกระทบกระเทือนเขา ยังไม่รู้สึกตัว นั่นน่ะกิเลสตัณหาความทะยานอยาก สมุทัยมันบีบคั้นหัวใจของตนโดยตัวเองไม่เข้าใจ แล้วตัวเองไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่ามันเป็นกิเลสทั้งสิ้น เพราะว่าคิดว่า เกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา บวชเป็นพระ พอบวชเป็นพระเป็นผู้วิเศษ พอห่มผ้ากาสาวพัสตร์ไปแล้วมันอย่างกับเทวดา ใครๆ ก็ต้องเอาอกเอาใจ ใครๆ ก็ต้องเชื่อฟัง
ใครจะไปเชื่อฟังเอ็ง
มันเป็นเพราะสมัยโบราณ ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ไง พอห่มผ้าเหลืองเข้าไปแล้วกลายเป็นเทวดาไปเลย ไม่ใช่เป็นมนุษย์อีก
แต่คนที่มีอำนาจวาสนาของเขา เวลาเขาบวชแล้ว ได้ห่มผ้ากาสาวพัสตร์แล้วเขาภูมิอกภูมิใจของเขา เขาทะนุถนอมของเขา เขาศึกษาค้นคว้าขึ้นมาไง
ผ้ากาสาวพัสตร์ ผ้าจีวรมันได้มาจากไหน
มันก็ได้จากการตัด การเย็บ การย้อมของเราเองต่างหากล่ะ ถ้ามันเกิดมาจากการตัด การเย็บ การย้อม การตัดของเราขึ้นมา เราทำขึ้นมาโดยธรรมและวินัยไง โดยการฝึกหัด โดยการวางรากฐานมาจากหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น
หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นต้องฝึกหัดเป็นปะขาว ๘ ปี ต้องสวดปาฏิโมกข์ได้ ท่านถึงให้บวชไง หัดตัดเย็บ หัดย้อมผ้า หัดให้มันเป็นจริงขึ้นมาไง หัดขึ้นมาให้มันเป็นศากยบุตรไง เวลาบวชเป็นพระขึ้นมาแล้วให้เป็นนักรบไง
สิ่งที่เป็นปัจจัยเครื่องอาศัย เราสร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเราทั้งสิ้น เราไม่ต้องงอมืองอเท้ารอให้ใครมาเชิดชูบูชาเลย เราไม่ต้องงอมืองอเท้าให้ใครมาค้ำชูบูชา ไม่ต้อง ทำเองได้ทั้งนั้นไง แล้วพยายามเข้าป่าเข้าเขา เข้าไปความสงบสงัดวิเวก มันเข้าไปได้เพราะอะไร
เพราะมันไม่มีความกังวลไง มันไม่ต้องคอยกังวลว่าใครจะมาคอยส่งคอยเสีย คอยดูคอยแลไง มันเกิดจากน้ำพักน้ำแรงที่เราตัด เราเย็บ เราย้อม เรากระทำมาของเรามาทั้งสิ้นไง มันเป็นของเราขึ้นมา มันถึงจะเป็นกายวิเวกไง ไม่อย่างนั้นกายจะวิเวกได้อย่างไร อาศัยเขาทั้งนั้นน่ะ ให้เขาค้ำชูบูชาขึ้นมา มันจะเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมาได้อย่างไร มันเป็นสัจจะความจริงขึ้นมาไม่ได้เลย เพราะอะไร
เพราะมันเป็นกิเลส มันเป็นมาร มารในหัวใจของสัตว์โลกนี่ มาบวชเป็นพระๆ บวชเป็นพระแล้วเป็นสมมุติสงฆ์เท่านั้นเอง เราบวชเป็นพระๆ ขึ้นมา อุปัชฌาย์ยกเข้าหมู่ไง อุปัชฌาย์อาจารย์นั่นน่ะ ธรรมและวินัยมันบัญญัติเอาไว้หมดแล้วไง ถ้ามันเคารพบูชา มันก็ต้องเคารพบูชาตามธรรมและวินัยอันนั้น ถ้าตามธรรมและวินัยอันนั้น มันจะมาทะลุกลางปล้อง มันจะมายิ่งใหญ่มาจากไหน มันไม่มีหรอก
บวชเข้ามาเป็นพระนวกะทั้งนั้นน่ะ พระนวกะเป็นผู้บวชใหม่ สิ่งที่ทนไม่ได้ ทนไม่ได้คือคำสั่งสอนนั่นไง
คำสั่งสอน ธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ไปศึกษาค้นคว้ามันมา ศึกษาค้นคว้ามาแล้วเอามาเป็นอาวุธไง แล้วก็ฟันทำลายตัวเองโดยไม่รู้จักตัวเองไง ทำลายทั้งสิ้นไง เพราะบวชแล้วมันจะเป็นเทวดาไง มันจะเป็นขุนนางไง มันจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ไง แล้วมันใหญ่มาจากไหนล่ะ ใหญ่มาจากกิเลสทั้งนั้นน่ะ
แต่ถ้าเป็นธรรมๆ ไง เราจะลงอุโบสถ เวลาลงอุโบสถสังฆกรรม ทำสังคายนาธรรมและวินัย ธรรมและวินัย เราผิดข้อไหน ๒๒๗ เวลาพระสวด สมัยโบราณ ภาษาบาลีเป็นภาษาท้องถิ่น ภาษาที่เขาพูดคุยเข้าใจกัน ใครผิดก็เดี๋ยวจะปลงอาบัติๆ
แต่ในสมัยกึ่งพุทธกาล มันเป็นภาษาท้องถิ่น มันเป็นภาษาชาวบ้าน มันเป็นภาษาไทย เป็นอังกฤษ เป็นภาษาบาลี ภาษาสมมุติ มันเลยความเข้าใจมันไม่เข้าใจไง แต่เราก็ท่องจำกันได้ไง แต่เนื้อหาสาระ เห็นไหม ไม่ได้เรียนบาลี ๙ ประโยค
๙ ประโยคพูดอะไรก็รู้ แต่ภาวนาไม่เป็น ถ้าเป็นภาวนาเป็น สาธุ จบ ๙ ประโยคด้วย ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติให้เป็นตามความจริงขึ้นมาในหัวใจของตนได้ด้วย มันได้ทั้งภาษาและได้เนื้อหาสาระตามข้อเท็จจริงนั้น
แล้วพระปฏิบัติๆ เราจะหาเนื้อหาสาระตามข้อเท็จจริงนั้น ถ้าเนื้อหาสาระตามข้อเท็จจริงนั้นมันเกิดขึ้นมาในหัวใจของเรา เราเทียบเคียงได้เลย บาลีพูดมาเข้าใจหมดล่ะ แล้วอธิบายได้ด้วย ไอ้คนท่องบาลีได้ มันอธิบายไม่ได้ มันได้แต่หัวข้อ มันอธิบายไม่ได้หรอก
แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามความเป็นจริงขึ้นมามันอธิบายได้หมดเลย อธิบายได้เพราะความเข้าใจในหัวใจอันนั้นไง มันเป็นข้อเท็จจริงไง ธรรมและวินัยเป็นศาสดาของเราไง ประพฤติปฏิบัติขึ้นไปแล้ว ถ้ามันเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นจากท่ามกลางหัวใจของตนไง
ฟังธรรมๆ ธรรมสิ่งนี้มันเป็นข้อเท็จจริงไง เรื่องสัจจะความจริงในสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ไม่ใช่ของเรา
ของเรากิเลสเต็มหัว
เวลากิเลสมันยิ่งใหญ่นะ มันกว้านทุกอย่างมาเป็นสมบัติของมันทั้งสิ้น นี่ไง เวลาคนผีเข้ามันกินเนื้อสดๆ มันกินเลือดกินเนื้อ แต่เวลากิเลสมันกินหัวใจ มันกินตัณหาความทะยานอยาก มันเสวยหมดเลย ล้นฝั่ง มันกว้านมาหมดเลยว่าเป็นสมบัติของมันน่ะ
เวลาคนผีเข้า เวลามันต้องการพวกกระสือ มันต้องการเนื้อสด มันต้องการเนื้อสดๆ เลยนะ มันกินตับกินพุง ลำไส้ใหญ่นั่นน่ะ มันเจาะมันกินเลย พวกกระสือ
กิเลสนะ มันเป็นนามธรรม มันกินความโลภ ความโกรธ ความหลง มันกินโอกาส มันทำลายทั้งสิ้น มันทำลายโอกาสของใจดวงนั้นน่ะ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ก็รื้อหัวใจของสัตว์โลก รื้อหัวใจดวงนั้น จะเป็นนาย ก นาย ข นาย ค นาย ง นั่นเป็นชื่อสมมุติทั้งนั้นน่ะ แต่มันมีจิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะถึงได้มาเกิดเป็นมนุษย์
ถ้ามันได้เกิดเป็นมนุษย์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเล็งญาณไง มันมีวาสนาหรือไม่ มันฟังเทศน์เป็นหรือเปล่า มันฟังแล้วมันเป็นประโยชน์กับมันหรือจะเป็นโทษกับมัน ถ้ามันฟังแล้วมันเป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์
ถ้าเป็นประโยชน์ เห็นไหม นี่ไง ใครที่มีอำนาจวาสนา อายุสั้น เอาคนนั้นก่อน เอาคนนั้นๆ จนไม่มีเวล่ำเวลา พุทธกิจ ๕ พุทธกิจ กิจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามันยิ่งใหญ่ขนาดไหน เพราะทำตามข้อเท็จจริงไง ทำข้อเท็จจริงคือความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์นั้นไง เอาหัวใจคนคนๆ เอาความรู้สึกนึกคิดอันนั้น ถ้าความรู้สึกนึกคิดอันนั้นมันเป็นประโยชน์ขึ้นมาแล้ว มันจะเป็นประโยชน์กับคนคนนั้น
คนคนนั้นจะดีจะชั่ว มันจะดีชั่วเพราะความรู้สึกนึกคิดของเขา เพราะความตัณหาทะยานในหัวใจของเขา มันไม่ได้ชั่วเพราะใครหรอก ชั่วเพราะหัวใจดวงนั้นมันชั่ว กิเลสมันกิน มันกลืนกินหมดเลย
ในทางโลก กินอาหาร กินหอย กินปู กินปลา กินซีฟูด กินปู เนื้อปู นี่ไง ในทางโลกล่ะ ทางโลก ในทางการปกครอง เขากินหิน กินอิฐ กินทราย กินปูน เขาคอร์รัปชันนั่นไง ทำไมรู้ ทำไมเห็นล่ะ แต่เวลากิเลสมันกิน ทำไมเอ็งไม่รู้ไม่เห็นมันบ้างล่ะ
เวลาคนอื่นเขาทำโทษ โอ๋ย! ผิดๆๆ นี่เป็นคอร์รัปชัน เป็นการทุจริต แต่เวลากิเลสมันกินหัวใจเอ็ง เอ็งไม่รู้สึกตัวเอ็งเลยหรือวะ เอ็งไปกับเขาหมดเลย กิเลสมันชักจูงไปเลย แล้วธรรมวินัยอยู่ไหน พระพุทธเจ้าเอาไว้ไหน
กลางศาลา พระพุทธเจ้า กราบพระกันอยู่นี่ พระพุทธเจ้าประทับอยู่นี่ไง แล้วพุทธะหัวใจมึงไปไหน ความรู้สึกนึกคิดความเป็นถูกต้องชอบธรรมมันหายไปไหน
ถ้าความถูกต้องชอบธรรมได้นะ โอ้โฮ! มันสาธุนะ นั่งนี่ตาใสเลยล่ะ แป๋วเลย เวลาผู้ที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนานั่งเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพ่งมอง โอ้โฮ! ด้วยความสุข ด้วยมีความกตัญญูกตเวที
ของเรา หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ครูบาอาจารย์ที่เป็นสัมมาทิฏฐินะ ท่านเคารพ ท่านบูชา หลวงปู่มั่นท่านชราคร่ำคร่า ท่านถ่ายกลางศาลาไง พระหันรีหันขวางเลยนะ จะกำจัดอุจจาระนั้นอย่างไร
หลวงตาพระมหาบัวท่านมานะ “ไอ้พวกนี้มันเข้าไม่ถึงธรรม”
ท่านเอามือกอบเลย อย่างนี้ ทำอย่างนี้ ไม่ต้องให้ใครเห็น ท่านทำด้วยความเคารพบูชาในหัวใจของท่าน ท่านทำของท่านนะ
เวลาหลวงปู่มั่นถ่าย ถ่ายมาเลย เอามือรอรับ กอบมาเลย เอาไปทิ้ง
บางคนเอาไปตากแห้ง เอาไปกราบไหว้บูชา ถ้าเป็นสัมมาทิฏฐิถูกต้องชอบธรรม ไอ้นี่มันเศษ สอุปาทิเสสนิพพาน ธาตุ ๔ และขันธ์ ๕ ภารา หเว ปญฺจกฺขนฺธา นี่มันเศษ ของทิ้ง ของประจำโลก ของที่เกิดมาจากชีวิตนี้ แต่คุณธรรมในใจมันยิ่งใหญ่ขนาดไหน
เพราะคุณธรรมที่ยิ่งใหญ่อย่างนั้น ท่านถึงรู้จริงเห็นจริงไง ท่านถึงชี้กิเลสเราได้ไง
แล้วกิเลสไอ้ตัวอ้วนๆ กินหอย กินปู กินปลา กินอิฐ กินหิน กินทราย กินปูน ไอ้นี่มันกินโอกาสไง มันทำลาย มันทำลายเราทั้งนั้นน่ะ ถ้ามันเป็นกิเลสนะ มันเป็นอยู่แล้ววันยังค่ำ อวิชชาอยู่ที่ฐีติจิต
เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง “มารเอย เธอเกิดจากความดำริของเรา เราจะไม่ดำริถึงเจ้า เจ้าจะเกิดบนหัวใจเราไม่ได้อีกเลย”
ไม่ดำริถึงเจ้า ดำริ ยังไม่ได้คิดเลยนะ มันยังเกิดไม่ได้เลย ไอ้เรานี่ โอ้โฮ! ไปสามโลกธาตุกลับมานะ แหม! สติปัญญายอดเยี่ยม เท่าทันกิเลส โอ้โฮ! ปัญญานี้ชัดเจนมาก ว่างหมดเลย ว่างเปล่า
ก็ว่างเปล่าไง เอ็งถึงไม่มีสาระอะไรเลย ว่างตรงไหน มันว่างอย่างไร มึงไม่ต้องว่างหรอก อากาศมันว่างอยู่แล้ว
แล้วมันน่าสังเวช ภัยธรรมชาติ เวลาพายุใต้ฝุ่นเข้ามา โอ้โฮ! มันกวาดไปหมดเลยนะ ว่างๆ เวลามันเกิดพายุ ว่างๆ ทั้งนั้นน่ะ อากาศนั่นน่ะ เวลามันเกิดพายุขึ้นมามันกวาดไปหมดทั้งรัฐเลย มันทำลายทั้งสิ้น แล้วว่างหมดเลย หันหลังไป มันจะไปโกงเขาแล้ว หันหลังไป มันจะไปฟาดฟันคนอื่นแล้ว มันมีอะไรน่าไว้วางใจได้ มันมีอะไรบ้างในใจนั้นน่ะ
ถ้ามันมีอยู่บ้าง มันยังมีศีลของมัน พอมันมีศีลมีธรรมขึ้นมา มันทำอย่างที่ตามความพอใจของตนไม่ได้
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องอยู่พึ่งพาอาศัยกัน บวชเป็นพระ คณะสงฆ์ ๔ องค์ขึ้น สงฆ์ หมู่คณะ หมู่สงฆ์ มันก็มีสิทธิเสรีภาพเหมือนกัน มันก็เท่ากันด้วยศีล ๒๒๗ ใครสูงกว่าใคร ใครต่ำกว่าใคร จะไปย่ำยีใครได้อย่างไร
มันมีอย่างเดียวเท่านั้นน่ะ ถึงเวลาแล้วถ้ามันเป็นธรรมๆ มันเจือจานกัน มันอนุเคราะห์กัน คำว่า “เขาอนุเคราะห์” อนุเคราะห์ สงเคราะห์ ช่วยเหลือเจอจาน เห็นไหม
ภิกษุซื้อขายแลกเปลี่ยนอะไรไม่ได้ ต่อรองราคาไม่ได้ ได้อย่างเดียวเท่านั้นน่ะ แลกเปลี่ยนบริขารกัน ขาบาตรเปลี่ยนกัน ของเอ็งของข้าแลกเปลี่ยนกันไหม บาตรนี่แลกกัน นี่ในคณะสงฆ์ มีอะไรมีสูงมีต่ำ มีใครใหญ่ใครเล็ก
แต่ถ้าเวลาเป็นธรรมๆ ขึ้นมาแล้ว เวลาเราเคารพครูบาอาจารย์ไง หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น พ่อแม่ครูจารย์ พ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ ยิ่งใหญ่นัก จิตใจมันเคารพบูชา แล้วมันฟังธรรมมันฟังได้ไง
ถ้ามันไม่เคารพบูชา ฟังธรรมอะไร เอ็งก็พูดได้ ข้าก็พูดได้ เอ็งพูดคำไหน ข้าก็พูดคำนั้นได้เหมือนกัน มันเป็นภาษาสมมุติไง แต่มันไร้สาระ ลมปาก
แต่เวลาครูบาอาจารย์เราท่านออกมาจากธรรม ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมท่านออกมาจากธรรม ออกมาจากธรรมที่ศึกษาค้นคว้าให้มันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา
ฉะนั้น ถ้ามันออกมาจากความเป็นธรรมๆ หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านถึงบอกว่ากิเลสในหัวใจของคนมันร้ายนักๆ
เพราะอะไร
เพราะกิเลสในหัวใจของเรามันเคยเป็นมาแล้ว มันจะไปรู้เท่าทันมันตรงไหน จะไปเท่าทันมันอย่างไร ถ้าเป็นกระสือ มันกินเลือดกินเนื้อ กิเลสมันกินชีวิตคน มันกินภพชาติ มันกินโอกาสชาตินี้ทั้งชาติ เกิดมาจากอวิชชา เกิดจากกิเลส แล้วก็ แหม! ประพฤติปฏิบัติขึ้นมาแล้วก็ตายไปพร้อมกับมัน ชาติหนึ่งทั้งชาติมันกลืนกินไปหมดเลย
กินปู อิ่มหนำสำราญ กินแล้ว แหม! มันมีศักยภาพ คุณภาพชีวิต คุณงามความดี
บ้าอยู่คนเดียว บ้าอยู่คนเดียว คนอื่นเขาไม่บ้าด้วยหรอก มันโม้อยู่คนเดียวไง มันคิดของมันอยู่คนเดียว แล้วมันก็บ้าของมันอยู่คนเดียวนั่นแหละ แล้วยังบ้าไม่พอนะ ยังคิดว่าตัวเองมีคุณภาพ
ชาวประมงนะ เขาหาปูหาปลากันน่ะ ในเรือเขาเยอะแยะเลย ในเรือเขาของสดๆ สดๆ ขึ้นจากทะเล เขาไม่บ้าเหมือนมึง เข้าไปร้านซีฟูด กว่าจะไปสั่งเขา กว่ามึงจะได้กิน ไอ้นั่นมันบูดมันเน่าแล้ว ชาวประมงเขาขึ้นจากน้ำเลย แล้วเขาหาอยู่เต็มเรือเลย แล้วเขาทำทุกวัน เขามีอย่างนี้อยู่ทุกวัน เขาไม่ได้มาตื่นบ้าบอคอแตกอย่างมึงเลย บ้าอยู่คนเดียว แล้วกินหอย กินปู กินปลา
กิเลสมันกินทั้งชีวิต กิเลสมันกินมึงนั่นแหละ กินไอ้บ้าบอคอแตกนั่นน่ะ แล้วบ้าบอคอแตก
บ้าบอคอแตกมาจากไหน ทำไมไม่รู้เท่าทันกิเลสในใจของตน
นักปฏิบัติๆ ไง นักปฏิบัติน่ะ ที่เขาเคารพบูชาเพราะอะไร เพราะเวลาเขาปฏิบัติอยู่นี่ เฮ้ย! ทำไมกูไม่รู้ล่ะ เฮ้ย! ทำไมกูไม่เห็นล่ะ แล้วมึงจะเห็นได้อย่างไรวะ
เวลาหมู่คณะที่ ธมฺมสากจฺฉา เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ หมู่คณะนะ ตั้งแต่สมัยหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ครูบาอาจารย์เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นทั้งสิ้น รักใคร่กัน บูชากันนะ สนทนาธรรมกัน โอ้โฮ! มันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ทั้งนั้น แต่ในปัจจุบันนี้นะ หลังๆ มันซ่อนมีดคนละ ๕ เล่ม ๑๐ เล่ม มันคอยทิ่ม คอยตำ คอยแทง อะไรของมึงวะ
เขาหาความจริงนะ เขาสนทนาธรรม นักฟุตบอลในทีมเดียวกัน เขาก็ปรึกษากันสิ เฮ้ย! เราต้องลงแข่งเว้ย มันมีน้ำใจสู้ด้วยกันนะ ทีมของเราถึงจะชนะไง
นี่ก็เหมือนกัน สมถกรรมฐาน กองทัพธรรมๆ ไง จะประพฤติปฏิบัติธรรมขึ้นมา มันเป็นธรรมหรือเปล่า ถ้าเป็นธรรม เป็นธรรมมาจากใคร เป็นธรรมมาจากโค้ช เป็นธรรม โค้ชเป็นคนวางแผน โค้ชเป็นผู้รับผิดชอบ เทคนิคในการแข่งขัน
มันเป็นธรรมมาจากหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นวางข้อวัตรปฏิบัติไว้ ถ้ามันเป็นธรรมๆ เคารพทั้งโค้ช โค้ชสั่งอยู่นอกสนาม มึงอยู่ในสนาม มึงจะแข่งกับกิเลส มึงเห็นมันหรือเปล่า โค้ชเขาคอยแนะนำอยู่นั่น
ถ้ามันเคารพบูชา นี่ไง ธมฺมสากจฺฉา เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ เขาสนทนาธรรมกันด้วยการเคารพบูชา มันเป็นธรรม
ไม่ใช่หมาบ้า หางตกเชียว น้ำลายไหลฟูมปาก จะกัดอย่างเดียว
หลวงตาท่านใส่ประจำ ไอ้หมากัดกันนั่นน่ะมันเรื่องไร้สาระ
ถ้ามันเป็นธรรม ฟังแล้วมันสะเทือนใจ ถ้ามันสะเทือนใจแล้วนะ มันจะแก้ไข มันจะรักษาของมัน
มันไม่ใช่กระสือ กินเลือดสดๆ ผีเข้า ผีเข้า กินเนื้อดิบๆ ไอ้นี่ โอ้! ภิกษุสงฆ์กินปู กินอาหารดิบไม่ได้ กินปู
กินปู มันเรื่องเที่ยวกิน เที่ยวแสวงหาบำรุงกิเลสให้ตัวอ้วนๆ เวลาธรรมและวินัยนะ ศึกษาค้นคว้าขึ้นมาแล้วมันเป็นอาวุธ มันเป็นเครื่องป้องกันตัวเรา มันเป็นศีล
สิ่งอะไรที่อะไรก็แล้วแต่ ที่ว่า มหาปเทส ๔ ไง สิ่งใดที่ไม่ได้บัญญัติ ถ้ามันเข้ากับบัญญัติถือว่าเป็นบัญญัติ
เวลาอยู่กับครูบาอาจารย์หลวงตาพระมหาบัวไง บอก นี่ฉันได้หรือไม่ได้ ไม่ได้ ทำไมล่ะ มันไปบำรุงปอบ มันไปบำรุงกิเลสมึงไง
มันไม่ได้บัญญัติไว้ในพระไตรปิฎก เพราะอะไร เพราะนี่มันเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ พระไตรปิฎกมัน ๒,๐๐๐ กว่าปีมาแล้ว แต่ในมหาปเทส ๔ สิ่งใดที่เข้ากับบัญญัติได้ถือว่าให้เป็นบัญญัติ ถ้าคนมันเป็นธรรมมันเคารพ มันก็บูชา
นี่ไม่ใช่ นั่นสมัยดึกดำบรรพ์ เดี๋ยวนี้โลกเจริญแล้ว แต่มึงไม่รู้จักว่ากิเลสมันเจริญกว่ามึงอีก กิเลสมันครอบหัวมึงอยู่น่ะ เดี๋ยวนี้โลกเจริญ เราต้องทันโลก เราอยู่อย่างนี้ไม่ได้ เราต้องเท่าทันมัน
กินปู อ้วนพีเลย ของมันมีของมันอยู่แล้ว เรื่องธาตุขันธ์ เรื่องวัตถุธาตุ มันมีของมันอยู่อย่างนี้ เวลาการคิดค้นทางวิทยาศาสตร์ที่มันเกิดขึ้นมา มันเป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์ล่ะ ถ้ามันไม่เป็นประโยชน์ มันมีความจำเป็นกับของเราขนาดนั้นเชียวหรือ ถ้ามันไม่มีความจำเป็นกับเราขนาดนั้น มันก็เรื่องสังคม เรื่องของโลกเขา
โลกกับธรรม
เราเป็นธรรมๆ ไง เราจะไม่ไหลไปตามโลกนั้นไง เราจะอยู่ในศีลในธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ด้วยเคารพบูชา แล้วถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาในหัวใจของตนนะ ศีล สมาธิ ปัญญา จิตมันสงบระงับเข้ามา มันจะมีคุณธรรม มันจะมีความเคารพบูชา
เคารพบูชาเพราะสิ่งที่ได้มา ได้มาด้วยการประพฤติปฏิบัติ พระกรรมฐานๆ ธรรมะอยู่ฟากตายๆ สละชีวิต จะตายอย่างไร อะไรจะตายวะ อ้าว! มึงตายหรือ กูจะขอดูซิ อะไรมันตายวะ กูไม่เห็นมันตายสักที อะไรมันจะมาตาย อ้าว! ตายก็ตายเลย กูนั่งดูนี่ กูขอดู อะไรมันตาย กูก็งงเหมือนกันว่าอะไรมันตายก่อน ไม่เห็นมันตาย
ไอ้นี่พอมันฮึดฮัด โอ๋ย! ศิโรราบเลย กราบมันแล้วกราบมันเล่า ขอขมามันอีกต่างหาก เข็ดแล้วค่ะ ต่อไปนี้อิฉันจะไม่กล้าต่อสู้ขัดขืนแล้วคะ ยอมจำนนกับมันเลยค่ะ อู๋ย! บรรลุธรรมแล้ว เพราะอะไร เพราะได้ยอมจำนนกับมันแล้วไง ยอมรับความยิ่งใหญ่ของกิเลสแล้ว เออ! เราทำข้อตกลงต่อกัน ต่อไปนี้จะไม่กล้าหืออีกแล้ว ยอมจำนนกับมันเลย
ไร้สาระ
ถ้ามันเป็นเรื่องสารคุณ ถ้ามันเป็นความจริงขึ้นมา เราหาของเรา เราประพฤติปฏิบัติของเราโดยข้อเท็จจริงนะ การเกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา กึ่งกลางพระพุทธศาสนา ศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่ง เทคโนโลยีมันเจริญ เห็นไหม
สมัยเรานะ เทปแคสเซ็ตม้วนเดียวกว่าจะได้ โอ้โฮ! แสนทุกข์แสนยาก ได้มาแล้วกว่าจะได้ฟังธรรมมันก็แสนยาก เดี๋ยวนี้เสียบหูฟังทั้งวันทั้งคืนเลย ที่ไหนก็มี แต่มันเป็นธรรมหรือมันเป็นขยะ
ถ้ามันเป็นธรรมนะ ฟังแล้วมันรื่นเริง ถ้ามันเป็นขยะ ฟังแล้วมันจะอาเจียน มันจะอ้วกแตก เพราะมันเสียบหูได้ไง คนที่สื่อสารมามีวุฒิมากน้อยแค่ไหน
เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าวางธรรมวินัยนี้ไว้ หลวงตาพระมหาบัวท่านพูดไง อาทิตตฯ อนัตตฯ ไง เบื่อขันธ์ ๕
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เบื่อหน่ายหรือไม่เบื่อหน่าย
เบื่อหน่ายพระเจ้าค่ะ
ถ้าเบื่อหน่ายขันธ์ ๕ เบื่อหน่ายถึงที่สุดแห่งทุกข์ ในอาทิตตฯ ไง มโนวิญฺญาเณปิ นิพฺพินฺทติ เบื่อหน่ายอายต เบื่อหน่ายธาตุ เบื่อหน่ายขันธ์ เบื่อหน่ายใจ มโนวิญฺญาเณปิ นิพฺพินฺทติไง
นี่ไง ท่านถึงบอกว่า มันอยู่ที่คนจดจารึก เข้าถึงหรือเข้าไม่ถึง ละเอียดลึกซึ้งพอหรือไม่พอ สิ่งที่รู้ได้หรือรู้ไม่ได้
ท่านถึงได้พูดประจำ ไม่รู้พูดไม่ได้ ไม่รู้ถามไม่ได้
ไอ้ที่พูดๆ อยู่นั้นน่ะ ขยะหรือเป็นธรรมะวะ เอ็งพูดมามันขยะหรือเปล่า มันเป็นขยะหรือมันเป็นธรรมะ
ธมฺมสากจฺฉา เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ ถ้ามันเป็นธรรมๆ ไง
ถ้ากินปู มันก็กินขยะไง
กินธรรม กินธรรมและวินัย เห็นไหม สงบระงับ มักน้อยสันโดษ สิ่งนี้ไม่ควร ลิ้นได้ลิ้มรส ได้ตกถึงกระเพาะอาหาร มันก็แค่ธาตุขันธ์ แต่ความถูกต้องชอบธรรมมีหรือไม่ สิ่งที่ธรรมเป็นๆ ศีล สมาธิ ปัญญา ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริง นั่นน่ะสติธรรม สมาธิธรรม ปัญญาธรรม
ไอ้กินปู ไอ้เนื้อปู ชาวประมงเขาหาทุกวัน เต็มลำเรืออยู่ด้วย มันก็เป็นระบบเศรษฐกิจไง มันเป็นปัจจัยเครื่องอาศัย มันเป็นปัจจัย ๔ ไง มันเป็นอาหาร อาหารเพื่อกระเพาะ เพื่อสสาร เพื่อร่างกาย แล้วหัวใจให้มันบีบจนแบนแต๊ดแต๋ อยากได้ลิ้มรส หัวใจแหลกละเอียดไม่สนใจ
แล้วใจที่เป็นนามธรรมมันแหลกละเอียดอย่างไรล่ะ
คุณงามความดีกว่าจะสร้างขึ้นมา กว่าที่เกิดมาเป็นมนุษย์ กว่าจะละการเป็นฆราวาสมาบวชเป็นพระ กูเป็นมนุษย์ กูก็มีอาหาร ๔ กูก็มีวันละ ๓ มื้อ ๔ มื้อ ไม่มีที่ไหนขึ้นมา หยิบยืมใครก็ได้
ละมัน มาบวชเป็นพระฉันมื้อเดียว กว่าที่จะคิด กว่าที่จะมีสติปัญญา ละความเป็นฆราวาสมาบวชเป็นพระ เราก็มีสติ เราก็มีปัญญา เราก็ใช้สติปัญญามาใคร่ครวญพอแล้วว่าชีวิตจะทุกข์ๆ ยากๆ อยู่อย่างนี้หรือ
ฆราวาสธรรมๆ ธรรมของฆราวาสเป็นทางคับแคบ อยากจะประพฤติปฏิบัติขึ้นมาก็ต้องมีเวลาทำวัตรสวดมนต์ถึงได้ปฏิบัติ หน้าที่การงานที่จะต้องหาปัจจัยเครื่องดำรงชีวิต มันก็แย่งชิงเวลาไปทั้งหมด ถ้าเรามีศรัทธาความเชื่อพระพุทธศาสนา เราวาง เราละสิ่งนั้น เรามาบวชเป็นพระ บวชเป็นพระ เรามีปัจจัย ๔ เราเลี้ยงชีพด้วยปลีแข้ง
ถ้าในเมืองชาวพุทธ ในเมืองในพระพุทธศาสนาบริษัท ๔ เขามีใจเป็นธรรมๆ มันจะอดอยากยากแค้นไปที่ไหน เขาหวังเชิดชูบูชา หวังเคารพสมณะที่เป็นสมณะที่แท้จริง รอสมณะที่แท้จริงที่จรรโลงศาสนาอีกมากมายมหาศาล มีไหนมีพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทำคุณงามความดีเขาระลึกถึงแล้วเขาอยากจะเข้าพบ การเห็นสมณะให้เป็นทัศนศึกษาของเขา เขาเห็นด้วยตาของเขา เป็นบุญเป็นกุศลของเขา เขาแสวงหาของเขาอยู่แล้ว มันไม่ต้องไปกังวลสิ่งใดๆ ทั้งสิ้นเลย เห็นไหม
นี่ไง กินปู กินแล้วมันร่างกายอ้วนๆ กินแล้วก็นั่งหลับ นั่งสัปหงกโงกง่วงไง
กินธรรม มีศีล มีสมาธิ มีปัญญา มีกาลเทศะ มีสิ่งควรและไม่ควร ควรและไม่ควรมันเป็นนามธรรมทั้งนั้น แต่มันเกิดขึ้นมาให้จิตใจเข้มแข็งไง จิตใจที่มีรั้วรอบขอบชิดน่ะ เขามีศีล มีข้อวัตรปฏิบัติ มีกาลเทศะ ควรไม่ควร ใช่ไม่ใช่ เขามีของเขา นั่นน่ะจิตใจที่เขาเจริญขึ้นมาไง
ไม่ใช่พาลชน ย่ำยีเขาไปทั่ว กาลเทศะไม่มี เหนือใต้ไม่รู้จัก เป็นคนหลงทิศ เข้าป่าไปออกไม่ได้หรอกอย่างนี้ หลงป่า เข้าป่าก็ตายในป่าทั้งนั้นน่ะ
เข้าป่านะ เขายังมีช่องทางนะ ทิศเหนือ ทิศใต้ ที่ไหนควรไป ที่ไหนไม่ควรไป ไปนี่มีอาหาร ไม่มีอาหาร แหล่งน้ำมีไหม นี่คนเข้าป่าเขายังรู้ของเขา
เขาไม่ใช่คนหลงทิศ ถ้ากูพอใจน่ะใช่ ถ้าของคนอื่นกูไม่รับรู้ ถ้าของกูนี่ถูกอยู่คนเดียว
มันมีของมึงของกูด้วยหรือวะ มันมีแต่ธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วเราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต แต่มึงเห็นแต่เลือดสดๆ กระสือกินเลือด กิเลสกินโอกาสของมนุษย์ ทำลายทั้งสิ้น มึงไม่เห็นธรรมและวินัยเลย
หลวงตาบอกเลย “เหยียบหัวพระพุทธเจ้าแล้วแสดงธรรม”
เหยียบหัวพระพุทธเจ้านะ เหยียบศาสดา เหยียบข้อวัตรปฏิบัตินั้น ย่ำยีเต็มเท้า ขยี้ๆ เลย กูจะบรรลุธรรมแล้ว ปัญญากูกำลังคมกล้า ด้วยการขยำขยี้ทำลายนี่แหละมันจะชำระกิเลส เป็นอย่างนั้นหรือวะ
เวลากิเลสมันกินไง มันกินและมันทำลาย มันทำลายโอกาสของเราทั้งสิ้น ไม่รู้จักกิเลส น่าเศร้า นี่แหละคือการปฏิบัติบูชากิเลส ไม่ใช่ปฏิบัติธรรม ปฏิบัติธรรมๆ มันต้องรู้เท่ากิเลส แล้วปฏิบัติธรรมๆ ปฏิบัติธรรมมันจะลงธรรมวินัยเลย เห็นไหม
นี่ไง ถ้าทำสมาธิก็ไม่เป็น ทำห่าอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้นน่ะ ปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา ปฏิบัติธรรมในแนวทางสติปัฏฐาน ๔ มันวิปัสสนึกทั้งนั้นน่ะ
แล้วถ้ากูทำรอบหนึ่งแล้วกูบรรลุธรรมแล้ว กูทำได้เลย ถูกต้องชอบธรรมในพระไตรปิฎก ถ้าไม่เชื่อ หลวงพ่อต้องปฏิเสธพระไตรปิฎกด้วย
เพราะอะไร
เพราะกาละและเทศะไง ทำสมาธิไม่เป็นมันก็เป็นไปอีกระดับหนึ่ง ทำสมาธิไม่ได้ ทำความสงบของใจไม่เป็น มันก็ปุถุชนคนหนานี่ไง สติปัญญาทั้งหมดก็วิปัสสนึกทั้งนั้นน่ะ
การทำสมาธิเป็น ทำความสงบได้ พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต เห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริงเพราะมีสัมมาสมาธิเป็นพื้นฐาน ยกขึ้นสู่วิปัสสนาได้ นี่ไง ปฏิบัติธรรมในแนวทางสติปัฏฐาน ๔ กิเลส มันสะเทือนใจทั้งนั้นน่ะ กิเลสมันจะต้องยุบยอบออกไปจากใจไง
ชำระล้างกิเลส เวลามันขาดเป็นชั้นเป็นตอนขึ้นไป มันเป็นสัจจะเป็นความจริงในแนวทางสติปัฏฐาน ๔ ในแนวทางของหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ในแนวทางของพระกรรมฐาน
ไม่ใช่พวกกระสือ ไอ้พวกเปรต ไอ้พวกยักษ์ ไอ้พวกมาร มันกินหมดนะ กินเลือดกินเนื้อ
ถ้าเป็นนักการเมืองกินหิน กินทราย กินอิฐ กินปูน เฮ้ย! มันกินได้หรือวะ เฮ้ย! คนกินปูนนี้มันเป็นของมหัศจรรย์นะมึง ไอ้เหี้ยเหล็กมันเคี้ยวได้เลยหรือวะ แต่ถ้ามันทอนเป็นเงินนี่มันได้หมดเลย มันได้ทั้งนั้น
แล้วกิเลสมันทอนวันเวลาของเรา มันทำลายชีวิตของเรา มันกินทั้งหมดเลย พญามารมันกลืนกินชีวิตของนักบวชนักพรต กลืนชีวิตของพระกรรมฐาน แล้วมีสิ่งใดเป็นความจริงขึ้นมาบ้าง กินหอย กินปลา มันยังเป็นกินเพื่อรสเพื่อชาติ เพื่อลิ้มรส ลงไปในกระเพาะอาหารมันยังเป็นประโยชน์กับร่างกายนี้บ้าง กิเลสมันกลืนกิน มันกลืนกินทั้งสิ้น
สิ่งที่เป็นนามธรรมๆ สิ่งที่พญามารมันครอบงำภวาสวะ ครอบงำภพ จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ ฐีติจิต มันกลืนกินทั้งหมด มันควบคุมได้ทั้งสิ้น นักปฏิบัติไม่มีพื้นฐาน ไม่มีสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอัน มันเป็นเรื่องไร้สาระ เพราะมันไร้สาระนี่ไง เราถึงมาบวชเป็นพระ แล้วพยายามฝึกหัดตนอยู่นี่ไง
การฝึกหัดตนก็ฝึกหัดตนให้มีสาระ ยอมรับความจริง ยอมรับข้อเท็จ ยอมรับกติกา ยอมรับความผิด ความถูก ความชอบ ความธรรม
แล้วถ้ามันเป็นจริงขึ้นมา จิตมันจะสงบตัวลง สงบตัวลงโดยข้อเท็จจริง ปัญญาอบรมสมาธิ ใครจะมีสติปัญญามากน้อยขนาดไหนนั้นเป็นปัญญาของโลก พร้อมกับกิเลสที่มันอนุสัยจรมา เข้ามากับความรู้สึกนึกนั้น
“มารเอย เธอเกิดจากความดำริของเรา” ชัดๆ สัมมาสมาธิ จิตเป็นเอกเทศ จิตเป็นอิสรภาพ ถ้ามันฝึกหัดยกขึ้นสู่วิปัสสนาได้ตามแนวทางของหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ตามแนวทางข้อเท็จจริง มันต้องเป็นข้อเท็จจริง เป็นความจริง รู้จริงเห็นจริง มันถึงเป็นความจริง
ไม่ใช่วิปัสสนานึก ไม่ใช่ความคาดความหมาย คาดหมายบ้าบอคอแตก กินปู กินหอย กินปลาเพื่อร่างกาย กิเลสกินหัวใจของเราโดยไม่รู้สึกตัว มันเศร้า แล้วจำนนกับมันนะ แล้วมันพลิกกลับมาเป็นความอหังการ เหยียบย่ำผู้เฒ่าผู้แก่ พระโบราณ พระรุ่นเก่า กูนี่พระรุ่นใหม่ เท่าทันโลก จะบริหารจัดการ แต่เป็นการบูชากิเลสโดยความเศร้าใจ เอวัง