เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๒o มิ.ย. ๒๕๖๙

เทศน์เช้า วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๙

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะเป็นสัจธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าค้นคว้ามาในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธัมมจักฯ พระอัญญาโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรม ดวงตาเห็นธรรมในหัวใจของพระอัญญาโกณฑัญญะ

สิ่งที่เป็นสัจธรรมๆ มันเกิดอยู่ที่หัวใจ ไม่ใช่เกิดอยู่ที่หัวสมอง เกิดที่เราแสวงหากันอยู่นี้ เราแสวงหากันอยู่นี้เป็นเรื่องโลกๆ คำว่า โลกๆ” พิธีกรรม พิธีกรรมจากโลกๆ จะเข้าไปหาสัจจะ หาความจริงในหัวใจของตน

ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ ท่านถึงสอนให้ทำความสงบของใจเข้ามาก่อน

ทำความสงบของใจเข้ามาก่อนคือความสงบจากโลก ที่มันทุกข์มันยากกันอยู่นี่ก็เพราะเรื่องโลกไง โลกนี้เป็นสมมุติบัญญัติๆ ที่มันเป็นสมมุติบัญญัติ เห็นไหม สมบัติผลัดกันชม การแสวงหาด้วยบุญและบาป เราทำบุญทำกุศล บุญและบาปๆ แต่เราฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมามันเป็นเรื่องของธรรม

ธรรมเหนือโลกๆ ธรรมเหนือโลกเพราะถ้ามันเข้าสู่สัจจะความจริงไง สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี คือจิตมันเป็นสัมมาสมาธิ เป็นสัมมาทิฏฐิถูกต้องชอบธรรม เป็นสัมมาสมาธินั่นเป็นธรรม

แต่เป็นธรรมๆ โลกกับธรรม โลกกับธรรม แต่ธรรมอันนี้มันต้องพยายามฝึกหัดฝึกฝนขึ้นมา เห็นไหม ยกขึ้นสู่วิปัสสนา เป็นธรรมๆ แล้ว มันจะเป็นธรรมขึ้นมาในหัวใจของตนต่อเมื่อหัวใจเราเป็นธรรม

แต่หัวใจเป็นโลกๆ ตีโพยตีพาย ตีอกชกตัว ไม่มีความเป็นธรรม ไม่มีความเป็นธรรม

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

ตนจะให้ตนได้รับความเป็นธรรมจากวิปัสสนา รู้แจ้งแทงตลอดในหัวใจของตน ถ้ารู้แจ้งแทงตลอดในหัวใจของตน เห็นไหม อัญญาโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรมๆ ถ้าเรามีดวงตาเห็นธรรม เห็นไหม

พระพุทธศาสนาไม่ใช่ว่างเปล่า พระพุทธศาสนารอคนจริง รอผู้ที่ซื่อสัตย์สุจริตกับศีล สมาธิ แล้วฝึกหัดใช้ปัญญา ฝึกหัดใช้ปัญญาขึ้นมาในหัวใจของตนไง

ฟังธรรมๆ เพื่อหัวใจดวงนี้ไง

หัวใจดวงนี้มันตีอกชกตัว แล้วพยายามจะหาความสุขๆ ความสุขในโลกเขาเรียกสุขเจือด้วยอามิส มันเป็นอามิสสินจ้าง ดูสิ เวลารับจ้างได้รางวัล สิ้นเดือน อามิสสินจ้าง ไอ้นี่ก็อยู่ที่อารมณ์ความพอใจของตนไง อยากได้ไอ้นู่น อยากได้ไอ้นี่ อยากได้อะไร ถ้าได้แล้วก็มีความสุข

เดี๋ยวมันก็อยากอีก แล้วอยากเพิ่มมากขึ้น แล้วยังต้องแสวงหามาปรนเปรอมัน แล้วทุกข์เจียนตาย

ครูบาอาจารย์ของเรา เวลาทำความปกติสุขของใจเข้ามา ถ้าใจสงบสุขแล้ว มันสงบที่หัวใจ

สิ่งที่เป็นเรื่องโลกๆ เราต้องอยู่กับโลกเขา ครูบาอาจารย์ท่านไม่ประมาทโลก เพราะโลกเป็นแดนเกิด ผลการเกิดในวัฏฏะไง เกิดในโลก เกิดบนสวรรค์ เกิดบนพรหม เกิดนรกอเวจี มันเป็นสนามที่การเกิด เพราะมันมีบุญและบาป

เกิดเป็นคนเหมือนกัน ทุกข์ยากแตกต่างกัน คนที่เป็นธรรมๆ นะ เขาจะมั่งมีศรีสุขขนาดไหนนะ เขาประหยัดมัธยัสถ์ของเขา

เราเห็นผู้ที่มีฐานะทางสังคมนะ ถือกระเป๋าผ้าอย่างนี้ เขาใช้ชีวิตปกติธรรมดา ชื่นชมเขา ไอ้เราวิ่งเต้นกันนะ จะเอาแบรนด์เนมนะ วิ่งเกือบตาย ได้มาแล้ววางไว้ เผลอ เขาหยิบไปเลยนะน่ะ

มันเป็นความปกติสุขไง เขามีบุญไง เขามีบุญ เขาไม่ต้องการ ไม่ขาดแคลนในหัวใจ ไอ้เราขาดความมั่นใจ ต้องมีเฟอร์นิเจอร์เยอะๆ ไปไหนต้องมีคนคุ้มกันนะ

แต่ถ้าหัวใจเป็นธรรมนะ ไปที่ไหนนะ มีบารมี คนคนนี้เป็นคนดี ไปที่ไหนเขาก็เปิดทางให้ ถ้าใจมันเป็นธรรม

เราแสวงหาความเป็นธรรมๆ มีสติมีปัญญาเข้ามา อย่าตีอกชกตัว อย่าน้อยเนื้อต่ำใจ

การเกิดเป็นมนุษย์นี้เป็นอริยทรัพย์ เพราะมนุษย์มีสิทธิเสรีภาพ ทำดีก็ได้ ทำชั่วก็ได้ ทำทานก็ได้ คดโกงก็ได้ ทำได้ทั้งนั้นมนุษย์น่ะ แต่เราคัดเลือกเอาไง นี่สิทธิเสรีภาพ

มีอำนาจวาสนานะ ไปวัดไปวาไปทำบุญกุศล เสียสละเพื่อหัวใจดวงนี้ไง มันอึดมันอัด มันขัดมันข้อง มันว้ามันเหว่ มันทุกข์มันยากไปหมดน่ะ

ทาน ทานเพื่อให้หัวใจมีสติมีปัญญาขึ้นมา ความที่เสียสละสิ่งที่เป็นวัตถุทาน เราสละเพราะอะไร เพราะเรามีเนื้อนาบุญของโลก มีครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรม สิ่งนี้เราเสียสละขึ้นมาเพื่อบุญกุศลในหัวใจดวงนี้ ถ้าหัวใจดวงนี้มันเป็นสาธารณะ มันเริ่มฟังเหตุฟังผลไง

ถ้ามันฟังเหตุฟังผล สิ่งที่เราคิดถูกหรือผิด สิ่งที่ทำ ถ้ามีอำนาจวาสนานะ มันไม่คุ้นเคยไง ถ้าเราคิดนี่เราถูกหมดเลย ตีอกชกตัว แล้วจะไปทำร้ายคนอื่น

ตีอกชกตัวก็มัดมันไว้สิ ตีอกชกตัวเพราะอะไร ความคิดเป็นนามธรรม ความคิดเป็นอารมณ์ความรู้สึก มันเกิดดับๆ แล้วมันเกิดดับๆ เราเลือกไม่ได้ใช่ไหม คิดดีไม่ได้ใช่ไหม ได้แต่ความคิดชั่วๆ อย่างนี้หรือ เวลาคิดคุณงามความดีคิดแป๊บเดียว

ไม่ได้ มันเสียเปรียบ

พระโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์สละชีวิตนะ เราดูในพระไตรปิฎก มีพระโพธิสัตว์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสวยชาติเป็นกระต่าย เห็นนายพรานหลงป่ามาเขาจะอดตาย เขาจุดสุมไฟไว้เพื่อความอบอุ่น ท่านกระโดดเสียสละชีวิตเพื่อให้นายพรานเขาดำรงชีวิตต่อไป

นี่กระต่ายนะ โดดเข้ากองไฟ อยู่หรือตายล่ะ ไม่ต้องไปยิงนะ

เราล่าสัตว์ต้องไปยิงสัตว์ใช่ไหม พระโพธิสัตว์ๆ ท่านเกิดชาติหนึ่งเป็นกวาง เป็นหัวหน้ากวาง หัวหน้าฝูง นายพรานเขาจะล่อ เขาจะยิงนะ บอกพรรคพวกให้เอ็งหนีไปทางนี้นะ เราจะเข้าเผชิญ เราจะไปล่อให้พรานมันมายิงพระโพธิสัตว์ ท่านจะวิ่งไปอีกทางหนึ่ง

นี่เสวยภพชาติ เห็นไหม มีความคิดดีๆ มีแต่ความเสียสละ เวลาเป็นกระต่ายก็สละชีวิตเพื่อให้เนื้อนี้เป็นอาหารของนายพราน เพื่อสละชีวิตไง

นี่ผู้ที่เสียสละๆ พระโพธิสัตว์ๆ เสียสละจนจิตใจมันเป็นเรื่องปกติไง ชาติสุดท้ายพระเวสสันดร เสียสละจนเขาไล่หนีเลย แล้วเขาก็ไปเชิญพระเวสสันดรกลับ ดูประเพณีของชาวพุทธสิ แห่พระเวสๆ เอาพระเวสกลับเข้าวัง นั้นเป็นชาติเป็นพระโพธิสัตว์

แต่เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ พระโพธิสัตว์ เกิดวันเพ็ญเดือน ๖ เวลาฝึกหัดปฏิบัติ ๖ ปีไง เวลาตรัสรู้ธรรม จากพระโพธิสัตว์เป็นพระพุทธเจ้า เวลาถึงที่สุดนะ เวลาปลงอายุสังขาร เวลากำหนดวันตาย ก็วิสาขบูชาเหมือนกัน นี่คือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

แล้วเรามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งๆ เป็นนามธรรมทั้งนั้นน่ะ พอเป็นนามธรรม เรานั่งกันอยู่นี่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ไม่เหมือนกัน

ของเราพระพุทธ พระพุทธของเรา โอ้โฮ! มหัศจรรย์ ไอ้นั่นบอกพระพุทธเจ้าเอาไว้กราบ เอาไว้ไหว้ พระพุทธเจ้าเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา เห็นไหม จิตใจคนไม่เหมือนกัน

หลวงปู่มั่น หลวงตาพระมหาบัว เวลากราบพระพุทธเจ้า ตอนหลวงตาพระมหาบัวท่านยังมีชีวิตอยู่ ตอนที่ร่างกายยังแข็งแรงนะ เวลากราบพระ ทุกคนจะชมมากเลยว่า ทำไมหลวงตาพระมหาบัวกราบพระสวยงามมาก

ท่านบอกว่า ไอ้พวกนั้นมันกราบไม่ถึงพระไง มันเป็นพิธีกรรม ไปถึงก็พับๆๆ ๓ ทีจบ เวลากราบ ๑ ๒ ๓

ท่านพูดบ่อยมากนะ ไอ้สอนลูกว่า ๑ ๒ ๓ ท่านรำคาญมากเลย ท่านบอกว่ามันก็กราบตัวเลขไง ให้มันกราบพระพุทธเจ้า กราบพระธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระโพธิสัตว์ ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย สร้างสมบุญญาธิการ สร้างบารมีมา แล้วท่านรื้อค้นขุดค้นขึ้นมาเป็นสัจธรรมในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แสดงธัมมจักฯๆ พระอัญญาโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรม

นี่ไง กราบพระธรรมอันนั้น กราบพระธรรมคือพระธรรมสัจจะความจริง ไม่ใช่พระชงกาแฟ พระไถนา พระทำข้อวัตร ไอ้นั่นพระทำ ทำข้อวัตร

แต่กราบพระธรรม พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระสงฆ์ก็กราบพระสงฆ์ก็ตั้งแต่พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ กราบพระอริยสงฆ์ แล้วใครรู้ว่าใครเป็นอริยสงฆ์หรือเป็นสมมุติสงฆ์

บวชมานี่เป็นสมมุติทั้งนั้นน่ะ สมมุติสงฆ์ สมมุติเอา นี่ไง เวลาทางโลกเขาสมมุติบัญญัติใช่ไหม บวชมาเป็นพระโดยสมมุติ เราก็รู้ว่าเราสมมุติ สมมุติเพราะอะไร เพราะกูทุกข์อยู่นี่ไง

ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ทำความสงบของใจเข้ามา เป็นปุถุชน กัลยาณชน เวลายกขึ้นสู่วิปัสสนา เป็นบุคคลคู่ที่ ๑ คู่ที่ ๒ คู่ที่ ๓ คู่ที่ ๔ มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ นั่นน่ะพระสงฆ์ พระสงฆ์ที่แท้จริงเป็นพระสงฆ์อย่างนั้น

แต่พระสงฆ์ก็เกิดมาจากสมมุติสงฆ์ สมมุติสงฆ์บวชมาไง เอหิภิกขุ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบวชให้ มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา บวชแล้วเป็นศากยบุตร จะเป็นนักรบ จะรบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากของตน เป็นผู้นำ หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นเป็นผู้นำที่ดีงาม ผู้นำที่ว่าชีวิตเป็นแบบอย่างไง

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เคยนอนธรรมดาเลย นอนสีหไสยาสน์ นั่นน่ะเป็นพุทธวิสัย มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์เดียวเท่านั้น นอกนั้นเรานอนแผ่หลาเลย

ถ้ามีสติมีปัญญาขึ้นมา นอนเพื่อตื่น ตื่นขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่การงาน ตื่นขึ้นมาเพื่อฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ ฝึกหัดปฏิบัติ คนเรามันไม่นอนมันก็จะตาย มันต้องมีหลับนอนพักผ่อน

นี่เหมือนกัน วิปัสสนาๆ มันจะเป็นจะตายแล้วนะ ไม่เข้าสมาธิมันก็จะตาย ทำงานจนตายไง ตายไปพร้อมกับกิเลสไง

แต่ถ้าฉลาด ทำงานของเรา เหนื่อยล้าแล้วก็พัก พุทโธๆๆ ให้จิตมันสงบระงับเข้ามา พอสงบระงับเข้ามามันได้พักได้ผ่อน มันมีกำลัง พอปล่อย พับ! มันพุ่งเข้าสู่กิเลสเลยล่ะ ถ้าคนภาวนาเป็น โอ้โฮ! ถ้าปฏิบัติเป็นนะ มันมหัศจรรย์

มหัศจรรย์ตรงไหน

มหัศจรรย์นะ ทำสมาธิเจริญแล้วเสื่อม ถ้าชำนาญในวสี ชำนาญในการดูแลขึ้นมาจะทำให้จิตสงบระงับได้ ถ้ายกขึ้นสู่วิปัสสนาไม่เป็น แค่นั้นน่ะ แล้วมันก็ติด ติดว่านี่คือนิพพาน นิพพานเพราะอะไร เพราะมันว่าง มันสงบสุข ติดแค่นั้นน่ะ นั่นฤๅษีชีไพร

ถ้ามีอำนาจวาสนายกขึ้นสู่วิปัสสนา ถ้ายกขึ้นสู่วิปัสสนามันจะเห็นสติปัฏฐาน ๔ เห็นกาย เห็นเวทนา เห็นจิต เห็นธรรม แล้วเห็นนี่มันเห็นกิเลสด้วย มันรู้เลย แล้วเวลาเห็นกิเลส ถ้ามันพิจารณาได้ มันมีอำนาจวาสนาได้ ปล่อยวางๆ นั่นน่ะๆ ชั่วคราวๆ ถ้าวันไหนมันสมุจเฉทปหาน ขณะนิโรธดับทุกข์ นั่นแหละมันจะมีดวงตาเห็นธรรม

แล้วดวงตาเห็นธรรม แล้วเวลาที่จะดวงตาเห็นธรรม เวลาฝึกหัดปฏิบัติในแนวทางสติปัฏฐาน ๔ พิจารณากายไป เวลาสมาธิมันเสื่อม ปัญญามันเป็นสัญญา มันถูลู่ถูกัง ถ้าปฏิบัติที่มันรู้จริง มันถึงเห็นว่าเจริญแล้วเสื่อมเป็นอย่างไร

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านทะนุถนอม ท่านทะนุถนอมเพราะอะไร เพราะเดี๋ยวมันเสื่อมหมด เวลามันเสื่อมแล้วก็ตีอกชกตัว

ชาวพุทธเคารพครูบาอาจารย์ของเรา ไอ้เราทำไมไม่เคารพ

ก็เอ็งยังเคารพตัวเองไม่ได้ เอ็งยังไม่ซื่อสัตย์กับตัวเอง เอ็งยังไม่มีสัจจะในหัวใจของตน

ถ้ามีสัจจะในหัวใจของตนน่ะ เวลาเจริญ อู้ฮู! มีความสุข ไม่ยุ่งกับใครเลยนะ อยู่โคนไม้นี่ยอดเยี่ยม เวลามันเสื่อม วิ่งเข้าบ้านเลยนะ วิ่งเข้าไปหาเขาเลย เพราะมันว้าเหว่ มันไม่มีที่พึ่ง มันวิ่งไปหาเขาเลย

แต่ถ้ามันสงบสุขนะ มันหลีกเร้น เข้าไปที่สัปปายะ ที่โคนไม้ เรือนว่าง ที่อยู่ของตน เพราะมันสงบสุข มันเป็นความจริง แต่มันเสื่อม เสื่อมเพราะอะไร

กุปปธรรม อกุปปธรรมไง

กุปปธรรมก็โลกๆ นี่ไง วิทยาศาสตร์ไง คิดได้เดี๋ยวก็ลืม คิดได้เดี๋ยวก็ดี ดีตอนคิดได้ เดี๋ยวก็คิดไม่ได้

แต่ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริง เวลามันนิโรธ มันไม่ใช่คิด นั่นแหละพระธรรม

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อัญญาโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรมๆ เขาบอกมีดวงตานะ ต้องลืมตานะ ต้องมีสายตายอดเยี่ยม ใส่แว่นขยาย ๕๐๐ ชั้น ไร้สาระ นี่สมมุติทั้งนั้นน่ะ เพราะอะไร เพราะกล้องที่เขาถ่ายดวงดาวมันไปนอกโลกนู่นน่ะ มันไปถึงดาวอังคารนู่นน่ะ

เวลามีดวงตาเห็นธรรมนะ จักขุญาณ ญาณของจิต จิตสงบแล้วยกขึ้นสู่วิปัสสนา มีดวงตาเห็นธรรมไง ดวงตาคือจักขุญาณ

แล้วมันสร้างอย่างไรล่ะ มันทำอย่างไรล่ะ

เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็ร้าย ไม่รู้หรอก

แต่ถ้ามันรู้โดยความเป็นจริงๆ มันเกิดขึ้นสัจจะความจริงในหัวใจของต นั่นน่ะจะเป็นอริยสงฆ์ สงฆ์ที่เกิดจริงเป็นอกุปปธรรม ไม่เสื่อมสภาพ

เวลามันเจริญแล้วเสื่อมๆ เหมือนทำงานน่ะ เราทำงานยังไม่เสร็จ เดี๋ยวต้องฝากคนนู้น ฝากคนนี้ช่วยกันดูแล เดี๋ยวเราดูแลเอง มันเป็นเรื่องสมมุติบัญญัติ เรื่องโลก ไหว้วานกันได้

แต่ถ้ามันเป็นทางประพฤติปฏิบัติของเรา อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนเท่านั้น หัวใจดวงนั้นเท่านั้นที่ฝึกหัดปฏิบัติไง

ที่เราไปวัดไปวากัน เราทำบุญกุศลก็เพื่อมีกำลังขึ้นมา มีสติมีปัญญาขึ้นมาไง แล้วมันยกขึ้นสู่วิปัสสนาได้ เวลามันปล่อยมันวาง เผลอไง เผลอ เข้าใจว่าใช่

มันไม่มีขณะ มันไม่มีสังโยชน์ขาด

สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส

สักกายทิฏฐิคือความเห็นผิดในกาย ความเห็นผิดในตัวตนของตน วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสมันเต็มไปหมดน่ะ

พิจารณากายๆ กายเป็นกาย จิตเป็นจิต ทุกข์เป็นทุกข์ มันแยกออกจากกัน นิโรธขณะดับทุกข์หมดเลย มันวิจิกิจฉาไหม มันจะสีลัพพตปรามาสไหม

ไม่ เพราะอะไร เพราะสักกายทิฏฐิ มันตัดทิฏฐิในใจของตัว มันตัดกิเลสในใจของตัว สังโยชน์ ๓ ไง นี่เวลาเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา เห็นไหม

มันฝึกหัดขึ้นมาจากใคร

ฝึกหัดขึ้นมาจากสมมุติสงฆ์ จากคนที่เกิดมาเป็นมนุษย์ เป็นคนนี่แหละ เดี๋ยวตายหมด พอตายแล้วทรัพย์สินล่ะ ความดีความชอบล่ะ บุญและบาปเท่านั้นที่ติดหัวใจไป เพราะใจเป็นคนทำคุณงามความดีหรือทำชั่ว ทำชั่วมันก็ไปกับใจดวงนั้นน่ะ ไม่ต้องมีใครมาเป็นพยาน ไม่ต้องมีใครมาตัดสิน มันเป็นไปธรรมชาติ

แล้วเวลาพิจารณาไป เวลามันขาด อะไรมันขาดวะ อะไรเป็นข้อเท็จจริง

ถ้าข้อเท็จจริง ฝึกฝนขึ้นมา ถ้าฝึกฝนขึ้นมา จากสมมุติสงฆ์จะเป็นอริยสงฆ์ แล้วจะเป็นพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยของชาวพุทธ ฉะนั้น รัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ในหัวใจของคนมันถึงแตกต่างกันไปไง

เวลาหลวงตาพระมหาบัวท่านสิ้นกิเลส พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์รวมเป็นหนึ่งในหัวใจของท่าน กราบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบแล้วกราบเล่าๆ พระพุทธเจ้ารู้ได้อย่างไรๆ

ทั้งๆ ที่เรารู้แล้วนะน่ะ หลวงตารู้แล้วนะน่ะ ข้อเท็จจริงมันเป็นจริงในหัวใจของท่านแล้วน่ะ

“พระพุทธเจ้ารู้ได้อย่างไร”

เพราะคนคนเดียวขนาดทำเสร็จแล้ว ทำจบแล้ว บุคคล ๔ คู่ มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ ความเป็นหนึ่งอันนั้น ความสิ้นกิเลสอันนั้น มันยัง โอ้โฮ! พระพุทธเจ้ารู้ได้อย่างไร แต่ท่านก็รู้ รู้เพราะอะไร

เพราะท่านเป็นอริยสงฆ์ ท่านเป็นครูบาอาจารย์ที่ดีงาม ใช้ชีวิตเป็นแบบอย่าง ทำให้สังคมรู้สังคมเห็นไง

ไอ้เจริญแล้วเสื่อมๆ เวลามันดีนะ โอ้โฮ! มันวางตัวดีเชียว เวลามันเสื่อมนะ มันยิ่งกว่ามหาโจรน่ะ เพราะมันลวงโลก มันไม่เป็นความจริงไง

เราไม่เอาอย่างนั้น เรามีสติมีปัญญา เราศึกษาค้นคว้า ฟังธรรมๆ ฟังธรรมเพื่อหัวใจดวงนี้ ใครจะดี ใครจะชั่วมันเรื่องของเขา เราพยายามสร้างสมบุญญาธิการ เราพยายามทำคุณงามความดีของเราเพื่อหัวใจของตน เอวัง