เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๑ ก.พ. ๒๕๖๓

เทศน์เช้า วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

วันนี้วันพระ ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะเท่านั้นที่จะเป็นธรรมโอสถ ชโลมหัวใจของเรา ให้ผ่านวิกฤตของโลก ผ่านวิกฤตของชีวิต ไปแต่ละขั้นแต่ละตอน แต่ละขั้นแต่ละตอนนะ 

เพราะชีวิตของเราเกิดมา ทั้งชีวิตมันมีลุ่มๆ ดอนๆ ทั้งนั้นน่ะ คนที่เกิดมาในชีวิตราบรื่นไปทั้งชีวิตมันหาได้ยาก มันจะมีวิกฤติเข้ามาในชีวิตของตน ถ้ามีวิกฤติเข้ามาในชีวิตของตน ถ้าเรามีธรรมโอสถ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรม แสดงธรรม ธรรมและวินัยเป็นศาสดาของเรา ถ้าธรรมและวินัยเป็นศาสดาของเรา สัจธรรมอันนั้นมันเป็นสัจธรรม 

เวลาหลวงตาท่านพูดไง เวลาเราไม่ต้องการการแก่ การชราภาพ การต้องพลัดพรากจากไป มันเป็นไปไม่ได้ มันเป็นสัจจะเป็นความจริง ถ้ามันเป็นสัจจะเป็นความจริง เราต่างหาก เราต่างหาก เราต่างหากเราต้องมีที่พึ่งที่อาศัยของเรา ถ้าเรามีที่พึ่งที่อาศัยของเรา เวลาหลวงตาท่านสอน ถ้าพระเราไม่ทรงธรรม ทรงวินัย ใครจะทรง การทรงธรรม ทรงวินัย หัวใจมันมีคุณธรรมในหัวใจนั้น ถ้ามีคุณธรรมในหัวใจนั้นนะ เห็นแล้วมันสังเวชไง มันเป็นแบบที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนเราจริงๆ สอนเราจริงๆ สอนเราจริงๆ 

เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนเราจริงๆ สัจธรรมมันเป็นความจริงอยู่แล้ว ถ้าเป็นความจริงอยู่แล้ว ชีวิตเราก็เป็นความจริงอันหนึ่ง แต่จริงตามสมมุติ จริงตามสมมุติ จริงตามสมมุติเวลาเรามาเกิดไง เพราะมีอำนาจวาสนาถึงได้มาเกิดเป็นคน ถ้าเกิดเป็นคนแล้ว เกิดในประเทศอันสมควร ประเทศเราไม่เคยมีภัยพิบัติ ไม่มีสิ่งใดที่กระทบรุนแรงในประเทศไทย 

ในประเทศไทยทั่วโลกเขาอิจฉาตาร้อน เขาอิจฉามาก ภูมิอากาศก็ดี อาหารก็ดี ผู้ปกครองก็ดี ดีทุกอย่างเลย มันดีทุกอย่าง แต่แต่มันถึงคราว เห็นไหม ฤดูกาล ฤดูกาลมันยังเปลี่ยนแปลงของมันใช่ไหม ถ้าฤดูกาลมันเปลี่ยนแปลงของมัน เวลาเศรษฐกิจโลกมันตกต่ำ มันสะเทือนไปทั่วโลกไง 

มันจะดีขนาดไหนมันก็ต้องอาศัยโลกเขาอยู่ใช่ไหม ถ้ามันก็มีผลกระทบข้างเคียงอยู่แล้ว มีผลกระทบอยู่แล้ว ผลกระทบอยู่แล้ว เวลามีผลกระทบอยู่แล้ว เราก็มีสติปัญญาของเรา เราก็รู้จักประหยัดมัธยัสถ์ รู้จักเก็บออม รู้จักอดทน รู้จักขันติธรรมไง 

ถึงเวลามันเจริญรุ่งเรือง เห็นไหม เวลาอุดมสมบูรณ์ขึ้นมาเราก็พอใจ เราก็มีความสุขของเรา ดูชาวนาสิ เวลาชาวนา เห็นไหม เวลาเก็บเกี่ยวของเขา เขามีความสุข ทำนาเสร็จแล้วเขามีทำขวัญข้าว เขามีความสุขของเขานะ เวลาเขาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์แล้วมันมีความสุข ความสุขไง 

นี่ก็เหมือนกัน เวลาเศรษฐกิจมันดี เวลาโลกมันเจริญ เราก็เคยพบมา เวลาเงินทองมันคล่องมือเราก็เคยเห็น เวลามันอัตคัดขาดแคลน เราก็ต้องรู้จักประหยัดมัธยัสถ์ รู้จักการรักษาของเรา สิ่งนั้นมันเป็นผลของวัฏฏะ เป็นผลของวัฏฏะ เป็นผลของวัฏฏะนะ 

ระบบเศรษฐกิจ เห็นไหม ในวงโคจรของมัน มันจะมีสูงมีต่ำอยู่อย่างนี้ มีสูงมีต่ำอยู่อย่างนี้ ถ้ามีสูงมีต่ำอย่างนี้ เห็นไหม แต่แต่ถ้าคนไม่มีธรรมะในหัวใจ ไม่มีสัจธรรมเป็นที่พึ่งอาศัยนะ มันทุกข์มันยากไปทั้งนั้นน่ะ มันทุกข์มันยากสิ มันไม่มีจะกินน่ะ 

ถ้าไม่มีจะกินนะ เราช่วยเหลือเจือจานกัน มีคนเห็นคนทุกข์คนยากนะ เขามาบอกบุญกัน มีแต่คนช่วยเหลือ มีแต่คนช่วยเหลือไง คนก็อยากจะช่วยเหลือ ถ้าเราบอกเราอัตคัตขาดแคลน เราขาดแคลนสิ่งใด เราเอ่ยปากกัน เราช่วยเหลือกัน เราเจือจานกัน 

นี่ไง อเสวนา จ พาลานํ ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา เราจะไม่คบคนพาล คบคนชั่ว คบคนเห็นแก่ตัว คบคนเบียดเบียนคนอื่น เราจะคบบัณฑิต บัณฑิตเป็นผู้ที่มีสติ มีปัญญา 

คนที่มีสติปัญญา เห็นไหม ชีวิตเรากับชีวิตเขาก็เหมือนกัน เราก็เคยตกทุกข์ได้ยากมาก่อน มีคนมากมายมหาศาลเลยที่เคยตกทุกข์ได้ยากมา เวลาเขาเจริญ เขามีเงิน มีทองของเขา เขาพยายามตั้งมูลนิธิของเขา เขาจะช่วยเหลือคนอื่นของเขา

เราเคยทุกข์เคยจนมา เคยทุกข์จนมาแล้ว มันทุกข์จนเข็ญใจอย่างไร เราจะช่วยเหลือเจือจานกัน” 

เขามีบารมี ถ้าอย่างนี้เขามีบารมีเพราะอะไร เพราะเขามีคุณธรรมในหัวใจ เขามีคุณธรรมในหัวใจนะ หัวใจมันปิดทองหลังพระ มีเศรษฐีมากมายที่เขาปิดทองหลังพระ เขาทำคุณงามความดีโดยไม่ให้ใครรู้ เขาทำความดีของเขา ความดีอย่างนี้ยิ่งใหญ่ 

ความดีของโลก เห็นไหม มีแต่หลอกลวงกัน หลอกลวงกันจนคนไม่กล้าช่วยเหลือเจือจานกันไง พอมารู้ทีหลังแล้วมันเสียใจ รู้ทีหลังแล้วมันเสียใจ เห็นคนประสบอุบัติเหตุบางคนไม่กล้าลงไปนะ พอลงไปแล้วจะหาว่าเราเป็นคนทำ นี่ไงเวลามันเพ่งโทษ มันจับผิดกันน่ะ แล้วมันทำให้คนอื่นมันหวาดระแวงไปหมด มันทำสิ่งใดไม่ได้เลย 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้มีศีล ๕ อย่าโกหก อย่ามดเท็จ อย่าปลิ้นปล้อน อย่ากะล่อน ถ้าอย่างนั้นแล้ว เวลามันเป็นความจริงนะ ตกทุกข์ได้ยากไปบอกใคร ใครก็ไม่เชื่อ เพราะเขาเคยทำอย่างนั้น แต่ถ้าคนจริง คนจริง เวลาตกทุกข์ได้ยาก มันตกทุกข์ได้ยาก โลกมีแต่ความทุกข์ความยาก ความทุกข์ความยาก เห็นไหม

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอน ชาติปิ ทุกฺขา การเกิดเป็นทุกข์อย่างยิ่ง เป็นทุกข์อย่างยิ่ง เวลาเกิดมาแล้ว เห็นไหม หนึ่ง ต้องหายใจ คนหายใจนะ คนเป็นหวัด คนแก่ คนชราภาพหายใจไม่ได้ ต้องใช้ออกซิเจนช่วย แค่หายใจมันก็เรื่องยิ่งใหญ่แล้ว เด็กเกิดมาไม่ร้อง เขาตีก้นเลยให้ร้องก่อน ต้องหายใจด้วยตนเอง ต้องหายใจได้ เวลาหายใจได้ เวลาชราภาพขึ้นมานะ หายใจติดขัดไปหมด นี่ไงชาติปิ ทุกฺขา การเกิดเป็นทุกข์อย่างยิ่ง

แต่แต่เวลาธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ ได้เกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ ได้เกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ เพราะเกิดเป็นมนุษย์นะ มนุษย์มี ๒ มือ มี ๒ เท้า มี ๑ ศีรษะ มีสมอง มีความคิด ความคิดที่ยิ่งใหญ่ไง 

เอกบุรุษผู้ที่ทำหัวใจตนเองยิ่งใหญ่ได้ ถ้าหัวใจของตนยิ่งใหญ่ได้ ความยิ่งใหญ่อันนั้น เวลาหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น เวลาแสดงธรรมที่ไหน เทวดา อินทร์ พรหมมาฟังเทศน์ ฟังเทศน์ 

เวลาคนที่จิตใจมันต่ำทราม มันไม่เชื่อมันบอก มันเป็นไปได้อย่างไร มันเป็นไปได้อย่างไร ผีในโลกมีหรือเปล่า กลัวผี กลัวผี ไปเที่ยวใป่าช้า คนจิตใจมันต่ำต้อยมันไม่รู้สิ่งใดหรอก 

จิตใจคนที่ยิ่งใหญ่นะ เวลาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นรก สวรรค์จะมีหรือไม่มี ต้องถามว่า มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือไม่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบุพเพนิวาสานุสติญาณ ย้อนอดีตชาติไป จุตูปปาตญาณ จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ ในอนาคตที่มันไม่สิ้นกิเลสไป มันต้องเกิดอย่างนี้ ชาติปิ ทุกฺขา ต้องเกิด ต้องเกิด ต้องเกิดตลอดไป

เวลาเกิดตลอดไป เกิดเป็นอะไรก็ไม่รู้ แต่เกิดไป เกิดเป็นอะไรก็ไม่รู้ แต่เวรกรรมพาเกิดไง กรรมดี กรรมชั่วพาเกิด กรรมดี กรรมชั่วพาเกิด แล้วเกิดเป็นมนุษย์เหมือนกัน เกิดในครอบครัวเดียวกันนี่ พ่อแม่คนเดียวกันนี่ โอกาสไม่เหมือนกัน

นี่ไงมันไม่เหมือนกันหรอก มันอยู่ที่เวรที่กรรม เรามีสายบุญสายกรรม เราเลยมาเกิดเป็นชาติเป็นตระกูลเดียวกัน นี่ไงบุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ อาสวักขยญาณ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าชำระล้าง อวิชชาคือความไม่รู้ไง ไม่รู้ก็เกิด แต่ชำระความไม่รู้ ไม่เกิด ไม่เกิดแล้ว ไม่ไปไหนทั้งสิ้น ไม่ไปไหนทั้งสิ้นนี่ไง นี่ไงสัจธรรม สัจธรรมที่ยิ่งใหญ่ไง

มัชฌิมาปฏิปทา มัชฌิมาปฏิปทา ทางสายกลาง ทางสายกลาง ความทุกข์ความยากอยู่ตรงกลาง บาปบุญอยู่ตรงกลาง ตรงกลางที่เป็นวิมุตติ ตรงกลางที่ไม่ใช่บุญและไม่ใช่บาป ไม่ใช่สุขและไม่ใช่ทุกข์ แต่เป็นวิมุตติสุข สุขเหนือสุข สุขอย่างไร สุขเพราะมันเท่าทันตัวมันเองไง 

ดูสิ เห็นไหม เวลาคนที่ผิดพลาด คนที่มีความทุกข์ความร้อนมีใครไปปลอบใจ พอระลึกได้ เอ้อ! หายทุกข์ หายทุกข์ไง นี่ไงสิ่งที่จะปลอบใจเข้าใจ เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถึงได้ทำความผิดพลาดนั้นไป ความผิดพลาดไปยังหลงใหลไปกับอารมณ์ของตน เวลามีคนมาชี้แจงเหตุผลให้ฟัง เออ! ใช่ นี่ไงสุขและทุกข์ แล้ววิมุตติมันรู้แจ้ง รู้แจ้งจบแล้วมันจะมีอะไร 

แต่แต่เวลาหลวงตาท่านสอน เห็นไหม เวลาพระก็มีพ่อมีแม่ พระภิกษุก็มาจากคนนี่แหละ มาจากโลกไง แต่เวลาโลกเขาทุกข์เขายากไง หลวงตาท่านถึงมากู้ชาติ มาช่วยสังคมไง 

เวลาสังคมนะ แต่ถ้าจะทำอย่างนั้น อย่างเราไม่มีสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอันเลย เราไปช่วยใคร ใครจะเชื่อ แล้วเวลาโมฆบุรุษตายเพราะลาภ เวลาจะไปช่วยเหลือใคร สิ่งที่ทรัพย์สมบัติมันเกิดมานะ เดี๋ยวตาลุกตาพอง พอตาลุกตาพอง มันฆ่า ฆ่าที่ว่าฆ่าคุณงามความดีไง ตั้งใจทำดี ทำดี ทำดี แต่พอไปเจอโลกธรรม ๘ ขึ้นมามันทำดีไปไม่รอดไง 

แต่เวลาหลวงตา หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นน่ะท่านจบ ถังขยะ เห็นไหม คำว่า ถังขยะ” เป็นของประจำโลก เวลาจิตใจที่เป็นธรรมแล้วจะมาช่วยโลก มันเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่หัวใจที่เรายังมีกิเลสตัณหาความทะยานอยากอยู่ อันนั้นมันก็เป็นเชื้อโรคอันหนึ่ง เวลาทรัพย์สินเงินทอง อสรพิษๆ อสรพิษมันกัดกินหัวใจ อสรพิษ แต่ถ้าคนเป็นธรรมแล้ว มันเข้าไม่ถึงหรอก อสรพิษ เห็นไหม สภากาชาดเขาเอางูเห่าไปทำเซรุ่ม พิษก็เป็นประโยชน์ได้ พิษก็แก้ไขโรคได้ 

นี่ไงเวลาคนที่เป็นธรรม เป็นธรรมแล้วนะ สิ่งที่เป็นอสรพิษกัดกินหัวใจของปุถุชน กัดกินหัวใจของคนมีกิเลส แต่มันกัดกินหัวใจของครูบาอาจารย์เราไม่ได้ นั่นน่ะท่านถึงออกมาช่วยโลก การที่ช่วยโลก ช่วยโลก ถ้ามันเป็นสัจจะเป็นความจริงนะ มันเป็นความจริง 

แต่เราช่วยตัวของเราให้ได้ก่อน อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เวลามีความสุข ความสุข เราก็เป็นสุขของเรา เวลาความทุกข์ก็ความทุกข์ของเรา เวลาความสุข ความทุกข์ เห็นไหม มันเป็นอนิจจัง มันเกิดดับ เกิดดับอย่างนั้น 

แต่ถ้าเป็นสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศีล สมาธิ ปัญญา ศีล สมาธิ ปัญญา ศีลคือความปกติของใจ ถ้าใจมันปกติระงับ เวลามันสุข มันทุกข์ มันก็พยายามใช้สติปัญญาของมัน วางไว้ ระงับไว้ วางไว้ก่อน แล้วพยายามค้นคว้าหาสัจจะความจริงในใจของตน ถ้าค้นคว้าหาสัจจะความจริงในใจของตนมันก็อ้อ! มันเป็นอย่างนี้ 

ถ้ามันเป็นอย่างนี้ปั๊บ คนที่เขารู้ถึงภัยพิบัติ เขาพยายามหลีกเลี่ยง พยายามจะบรรเทาทุกข์ของตน มันทำของมันได้ เวลามันทำของมันได้ สิ่งที่ทำได้ ทำได้ เพราะมีสติมีปัญญา ถ้ามีสติปัญญาขึ้นมาของเรา เราทำคุณงามความดีของเรา เราทำคุณงามความดีของเรา 

โลกเขาอัตคัตขาดแคลนเกิดภัยแล้ง เรายังขวนขวายมาทำบุญอีกหรือ ทำบุญ ทำบุญไง ไอ้สิ่งที่อัตคัตขาดแคลน เพราะอะไร แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง มีทองสลึงหนึ่งนะ มีทองเท่าหนวดกุ้ง นอนสะดุ้งจนเรือนไหว เวลาเกิดภัยพิบัติขึ้นมา มีทองอยู่หนวดกุ้ง แล้วแย่งชิงกันอยู่อย่างนั้นน่ะ แต่ถ้าเป็นธรรม เป็นธรรม เห็นไหม สิ่งที่เป็นธรรม เป็นธรรม เราเจือจานกัน 

นี่ก็เหมือนกัน ที่เราจะแสวงหา เราก็แสวงหาความเป็นบุญกุศลของเราในหัวใจ ถ้าความเป็นบุญกุศลในหัวใจ มันทุกข์มันร้อนขึ้นมาขนาดไหน สิ่งที่เป็นวัตถุทานก็เจือจานกันด้วยความเป็นอยู่ของปัจจัย ๔ 

แต่ถ้าใจเป็นธรรม ใจเป็นธรรม เห็นไหม ดูสิเขาชื่นชมนะ ดูญี่ปุ่นนะ เกิดแผ่นดินไหว อัตคัตขาดแคลนขนาดไหนนะ เขายังเรียงคิว ไม่มีแซงคิว จะมีอะไร จะฟ้าถล่ม จะดินทลายนะ เขามีวินัยของเขา วินัยความช่วยเหลือเจือจานกันด้วยความไม่ตื่นโลก ไม่ใช่ตื่นเต้นตื่นตูมจนทำอะไรกันไม่ได้ มีสิ่งใดมีทองเท่าหนวดกุ้ง มันแย่งชิงกันอยู่อย่างนั้นน่ะ

หนวดกุ้งนะ เราเปลี่ยนเป็นทรัพยากรต่างๆ แล้วเรามาช่วยเหลือ เรามาเจือจานกัน เรามีวินัย เราไม่มือใครยาวสาวได้สาวเอา เวลาคน เห็นไหม เรือจะล่ม เขามีกติกาของเขานะ หนึ่ง คนที่จะลงเรือเล็กๆ ก่อนคือเด็ก สอง ผู้หญิง ผู้ชายทีหลัง คนแก่ คนเฒ่าขึ้นก่อน มันเป็นประเพณีของชาวเรือ ชาวเรือเขายังมีระเบียบของเขาเลย 

แล้วของเรา เราจะเจอสิ่งใดขึ้นมา เราก็ควรจะมีสติปัญญาของเรา ถ้ามีสติปัญญาฟังธรรม ฟังธรรม เห็นไหม เราฟังธรรมเพื่อหัวใจดวงนี้ จะเกิดภัยพิบัติ จะเกิดโรคระบาด ถ้าเรามีสติปัญญาแล้วเราป้องกัน มันเป็นคราว ถึงคราวถึงเวลาของมัน ถ้าถึงคราวถึงเวลาของมัน มันก็จะเป็นของมันอยู่อย่างนั้น 

แต่เราก็อาศัยโลกนี้อยู่ โลกจะเจริญขนาดไหน คนมีสติปัญญาเขาก็ได้ผลประโยชน์ของเขา โลกจะตกต่ำ จะมีภัยพิบัติขนาดไหน ไอ้คนที่มีสินค้าที่เขาต้องการน่ะมันรวย มันใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น ถ้ามีสติปัญญาเราแก้ไขของเรา แก้ไขของเรา เราแก้ของเราไม่ให้ตื่นตูมไปกับเขา แล้วเหตุการณ์นั้นมันจะผ่านไป พอมันผ่านไปแล้ว เห็นไหม เราก็จะมีสติมีปัญญารักษาหัวใจ แล้วมันผ่านนะ 

นี่ไงผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้ที่มีรัตตัญญู มีชีวิตยืนยาว ได้เห็นมาแล้วหลายรอบ ได้เห็นมาแล้วหลายๆครั้ง ถ้ามันจะเกิดอีกครั้งหนึ่งก็ต้องเกิดในชีวิตของเรา เห็นไหม ถ้ามันจะวงรอบของมัน ในชีวิตของเรามันเกิดไม่ทัน มันจะเป็นรอบหลังต่อไป มันก็เป็นอย่างนั้น เขากำหนดแผ่นดินไหว เขากำหนดไว้เลยนะ อีก ๑๐๐ ปีจะไหวซ้ำ แต่แผ่นดินไหวของมัน เขาก็มีวงรอบของเขา เขาก็มีการป้องกันของเขา เขามีการกระทำของเขา 

นี่ไงธรรมโอสถ ธรรมโอสถ ถ้ามันมีสัจธรรมในหัวใจ ใช่! เวลามันขาดแคลน มันไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนปกติหรอก แต่มันไม่อุดมสมบูรณ์ปกติ แต่จิตใจของเราก็ไม่เสียหายไป สูญเสียสิ่งใดไปทั้งสิ้น แต่ไม่เสียกำลังใจ ไม่เสียหัวใจของเรา แล้วถ้าใจเป็นธรรมนะ ใจเป็นธรรม ใจเป็นธรรม มันจะเห็นประสบการณ์ต่างๆ มันจะเกิดความสังเวช ธรรมสังเวช ธรรมสังเวช มันไม่ใช่ว่าไปเศร้าสร้อยเสียใจจนเหยียบย่ำหัวใจของตนไง แต่มันก็รู้ไง มันก็สังเวชไง เห็นทุกข์ เห็นคนอื่นทุกข์มันก็สังเวช เห็นคนอื่นสุขนะ ก็สาธุ! เขาจะมีความสุขของเขา ความพอใจของเขา แล้วเราล่ะ

ถ้าหัวใจเรารักษา เราดูแลของเรานะ เรารักษา เราดูแลหัวใจของเรา สิ่งใดเกิดขึ้น สิ่งใดเกิดขึ้น หายใจเข้านึกพุท หายใจออกโธ ตั้งสติไว้ ตั้งสติไว้นะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือชีวิตของเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสิ่งมีชีวิตนี้ ผู้นำที่ดีเขาก็มีสติปัญญาของเขา สิ่งมีชีวิตที่มีค่า 

เวลาเกิดรบทัพจับศึก เขาจะป้องกันไว้เลย ผู้นำอย่างกับไข่ในหินเลย รักษาไว้ เพราะ เพราะเขาเป็นผู้นำ เพราะผู้นำมันจะทำให้สังคมนั้น การกระทำนั้นได้ชัยชนะ การกระทำนั้นให้เป็นประโยชน์ ถ้าการกระทำให้เป็นประโยชน์ เห็นไหม แล้วในการศึกสงคราม เขามีการสื่อสาร มีการข่าว มีแนวที่ ๕ มีราชการลับ มีต่างๆ ร้อยแปด เล่ห์กลของโลก ไอ้นั่นมันเล่ห์กลของโลก ถ้าเห็นประสบการณ์อย่างนั้น การกระทำอย่างนั้น นี่เป็นเรื่องของโลกไง 

ถ้าเรื่องหัวใจของเราล่ะ ไอ้ราชการลับ ไอ้พวกสืบราชการลับ ไอ้กิเลสนั่นน่ะ ไอ้จิตใต้สำนึกนั่นน่ะ มันคอยกวน คอยกวนในใจนั่นน่ะ นี่ไงมันจะเสียหายมาจากภายใน ถ้าภายในไม่มั่นคง ไม่เสียหาย ภายในไม่สามัคคีกัน ไม่รักกัน เห็นไหม มันจะเกิดความเสียหาย ถ้าความเสียหายขึ้นมา ถ้าจิตใจมันมั่นคงขึ้นมา มันก็มั่นคงขึ้นมา แล้วค้นสิว่าไอ้แนวที่ ๕ ไอ้สืบราชการลับมันอยู่ที่ไหนในใจของเรา พอเจอแล้วจับมัน ทำลายมัน เราจะสามัคคีอยู่ในศีล ในธรรม ในสมาธิ ในปัญญา ในหัวใจของเราไง 

สิ่งที่เป็นไปมันก็เป็นไป แล้วเรามีสติปัญญา แล้วพยายามแก้ไขของเรานะ เพื่อประโยชน์กับชีวิตนี้ แล้วเห็นแล้วเป็นประสบการณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นมนุษย์ทำทั้งสิ้น มนุษย์เรานี่ทำทั้งสิ้น สิ่งที่มนุษย์เรา เห็นไหม ถ้ามีสุขภาพดี สุขภาพใจที่ดีกายที่ดี เราดำรงชีวิตของเราให้เป็นปกตินะ สิ่งที่เกิดขึ้นมา มันก็จะไม่เกิดขึ้นมา แต่มันเกิดขึ้นมา เห็นไหม คนเรานานาจิตตัง จะให้คิดเหมือนกันเป็นไปไม่ได้ วาสนาเหมือนกันไม่มี 

แต่ถ้ามันเป็นไปได้นะ เราก็เพิ่มพูนของเรา เพิ่มพูนของเรา เห็นไหม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงสอน เวลาของเรานะให้มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง เป็นแก้วสารพัดนึก เวลาแก้วสารพัดนึกเกิดภัยเกิดสิ่งต่างๆ มาเราก็อยู่กับหัวใจของเรา หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ อยู่กับพุทธะ อยู่กับความรู้สึกอันนี้ แล้วความรู้สึกอันนี้มันเป็นใจของเราจริงๆ 

แต่แต่เราไม่เข้าใจ ของเราจริงๆ นะ ให้ไส้ศึกไอ้พวกนั้นมันหลอกลวง พระพุทธเจ้าก็อยู่ที่อินเดีย เวลาพระพุทธรูปก็เป็นตัวแทนพระพุทธเจ้า แล้วพุทธะในใจของเราไม่เห็นหรือ ผู้รู้นี่ไม่รู้จักมันหรือ ถ้ามันรู้จักแล้วนะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากราบธรรม กราบธรรม เราก็จะหาคุณธรรมในหัวใจของเรา ถ้าใจเป็นคุณธรรมแล้วนะ เราก็อยู่กับโลก มันจะเกิดสิ่งใดขึ้นมา เราจะแก้ไขของมัน เราจะประคองของเราไป แล้วถ้ามีใครตื่นตกใจต่างๆ  เราปลอบได้เราก็ปลอบ เราทำได้เราก็ทำ เพื่อสังคมของมนุษย์ไง

อำนาจวาสนาเกิดจากตรงนี้ เกิดจากจิตใจที่เป็นธรรม จิตใจที่เผื่อแผ่ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับคนที่ทุกข์ที่ยากที่จนเข็ญใจ เราช่วยใครได้เราก็ช่วย ช่วย เห็นไหม ให้ธรรมเป็นทาน ให้ธรรมเป็นทาน ให้ธรรมเป็นทานก็ให้สติปัญญานี่ไง ให้มีวินัย ให้อย่าเบียดเสียด อย่ายัดเยียดกัน อย่าทำลายกัน เพื่อประโยชน์กับสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย เอวัง