ถาม-ตอบปัญหาธรรมะ

นี่โลก

๒๑ ต.ค. ๒๕๖๖

โลก

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ถาม–ตอบ ปัญหาธรรม วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๖

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ถาม : ข้อ ๒๙๗๕. เรื่อง “ไม่อยากอยู่เพราะลูก”

กราบนมัสการหลวงพ่อ ได้โปรดเมตตาบอกทางสว่างให้ลูกด้วย ลูกเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกสองคน ทั้งสองคนอยู่มหาวิทยาลัย เมื่อก่อนไม่ได้ฝืดเคือง แต่ปัจจุบันแม่คนเดียวทำงาน ลูกมีความไม่เข้าใจ แม่รับงานข้างนอกมาทำ เพราะอายุค่อนข้างมาก ไปสมัครงานที่ไหนไม่ได้ เจอกันทีไรลูกบอกว่า แม่ต้องไปหางานเพิ่ม ทำงานเพิ่มเพราะเงินไม่พอที่จะให้ลูกเรียน

ข้าพเจ้าได้แต่นิ่ง ไม่อยากโต้เถียงให้ลูกเป็นบาป แต่ในใจร้องไห้ บางทีลูกบอกว่า ทำไมแม่ไม่คิดทำอย่างอื่นหาเงินเพิ่มพูนขึ้นอีก ทุกวันนี้ก็หาแต่เฉพาะตัวเอง เพราะจุดหลักๆ เขามีเงินในส่วนเรียนของเขาต่างหาก ก็เลยกลายเป็นว่าแม่ไม่มีค่า ไม่มีประโยชน์ อยู่ไปก็ไม่ได้หาเงินมาเพิ่มให้ลูก

ลูกมีผู้อื่นที่รับผิดชอบภาระเรื่องค่าเล่าเรียน และลูกมีปมในใจบอกตลอดว่าแม่ไม่รัก เพราะแค่การไปรับกลับบ้านผิดเวลาหนเดียว ค่าใช้จ่ายตอนนี้หลักๆ ต้องเอาที่ลูก ตัวแม่เองแค่พอเลี้ยงตัวไปวันๆ

ข้าพเจ้ามีความคิดน้อยเนื้อต่ำใจตัวเอง คิดว่าตัวเองอยู่ไปก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร ถ้าได้เงินพิเศษเท่าไรก็ให้ลูกหมด ลูกเป็นเก็บ ลูกเป็นคนจัดการ

หลายครั้งที่ไม่อยากอยู่จะคิดสั้น เพราะคิดว่าเราไม่อยู่ ลูกคงไม่ลำบาก เพราะดูแล้วลูกไม่ต้องการเรา ลูกต้องการแต่เงิน แต่เราคิดว่า ยิ่งอนาคตถ้าเขาทำงานแล้วเขาจะต้องมาเสียเงินเพื่อเลี้ยงเราอีก ไม่อยากอยู่เป็นภาระให้ลูก แต่รู้ว่าการฆ่าตัวตายเป็นบาป ทำให้ไม่ทำ

ตอนนี้คิดแต่เพียงว่า พอลูกจบ ลูกมีงานและมีเงินที่เลี้ยงตัวเองได้ วันนั้นคงไม่เห็นหน้าข้าพเจ้าอีก ข้าพเจ้าคิดว่าจะไปให้ไกลๆ ไปหาที่สงบที่ไม่ต้องพบใคร อยู่ได้คนเดียว ตายคนเดียวแบบเงียบๆ

ตอนนี้คิดตลอดว่า อยากเห็นความสำเร็จของลูก ถ้าลูกพบความสำเร็จวันไหนคงไม่มีแม่ แม่ไม่อยากอยู่เป็นภาระและถ่วงความเจริญของลูก แต่ได้แต่ภาวนาให้ลูกพบความสำเร็จ

ข้าพเจ้าอยากศึกษาธรรมะ ต้องการทำใจให้สงบ เตรียมตัวไว้ในอนาคตในวันที่จะตัดได้ ขอเมตตาหลวงพ่อชี้แนวทางให้ลูกด้วย ลูกควรเริ่มอย่างไรดี หวังว่าสักวัน ลูกของลูกจะมีความเข้าใจในตัวแม่ หรืออาจไม่มีวันนั้น แต่ทุกสิ่งที่เขาทำ ข้าพเจ้าอโหสิกรรมให้เขา ไม่ต้องเป็นบาปเป็นกรรมต่อกัน ขอความเมตตาหลวงพ่อโปรดแนะด้วยค่ะ

ตอบ : นี่ชีวิตนะ ชีวิตครอบครัว ชีวิตครอบครัวคือชีวิตครอบครัว แต่ในสังคมโลกไง ในสังคมโลก สิ่งที่มีความสุข มีความเจริญ พ่อแม่ก็อยากให้ลูกเป็นฝั่งเป็นฝา เป็นฝั่งเป็นฝาแล้วลูกก็ต้องมีครอบครัว มีครอบครัวแล้วให้มีความมั่นคงของชีวิต พ่อแม่ก็คิดอย่างนั้นน่ะ มันเป็นประเพณีของขงจื๊อ ขงจื๊อครอบครัวใหญ่ เขาเคารพกตัญญูกตเวที ก็เป็นความเห็น ความเห็นของลัทธิความเชื่อในโลกนี้

แต่เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลาท่านสอนอนุปุพพิกถา ท่านก็สอนอย่างนี้แหละ สอนกตัญญูกตเวที พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก ให้ชีวิตนี้มา มันเป็นข้อเท็จจริงไง มันเป็นผลของกรรมไง ผลของวัฏฏะๆ มันเป็นข้อเท็จจริง

ใครจะปฏิเสธว่าโลกนี้ไม่มี ใครปฏิเสธว่าจักรวาลนี้ไม่มี เป็นไปไม่ได้ มันเป็นข้อเท็จจริงโดยธรรมชาติ

ผลของวัฏฏะ กามภพ รูปภพ มันเป็นข้อเท็จจริงในวัฏฏะนี้ ถ้าเป็นข้อเท็จจริงในวัฏฏะนี้ไง แต่เวลาคนที่มีอำนาจวาสนานะ เขาจะสร้างคุณงามความดีของเขา ถ้าสร้างคุณงามความดีของเขา เห็นไหม น้ำขึ้น น้ำลง

เวลาน้ำขึ้น น้ำขึ้นมันก็มีความสุขความสงบชุ่มชื่นไป น้ำลง น้ำแล้ง น้ำแล้งคือความทุกข์ความยากของมัน นี่ผลของวัฏฏะไง

แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฉลาด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสร้างสมบุญญาธิการมาเป็นพระโพธิสัตว์ เวลาเป็นพระโพธิสัตว์แล้วประพฤติปฏิบัติถึงที่สุดแห่งทุกข์ วิวัฏฏะ ออกจากวัฏฏะนี้ไป ออกจากวัฏฏะนี้ไปด้วยอะไร

นี่ไง ด้วยธรรมะที่โยมถามว่าจะตัดใจแล้วจะไปประพฤติปฏิบัติ จะไปเอาสัจจะเอาความจริงขึ้นมา

เอาสัจจะความจริงขึ้นมาเพราะอะไร

เพราะได้ประสบการณ์จริงไง ประสบการณ์ในชีวิตนี้ไง เวลามีลูก ลูกมันเหน็บมันแนม ลูกมันพูดกระทบกระเทียบ เจ็บช้ำน้ำใจทั้งนั้น แล้วเวลาเจ็บช้ำน้ำใจแล้ว แล้วก็อยากจะหนีไปไกลๆ เลย

แต่คนมันคิดไม่ได้ คนมันคิดไม่ได้หรอก เห็นไหม ปัจจุบันธรรมๆ ไง

เวลาที่ไหนมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ เวลามีความรักมีความผูกพัน นี่ไง ที่ไหนมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ นี่ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย การครองเรือนเป็นเรื่องแสนยาก การครองเรือนเป็นเรื่องแสนยาก เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเวลาจะชำระล้างกิเลสนะ

เวลากิเลสในหัวใจของตน แม้แต่หัวใจของเราคนเดียวเรายังครองได้ยาก แล้วการครองเรือนมีสามีภรรยา นี่ก็สองโลก สองหัวใจ ถ้ามีลูกขึ้นมาอีกสองคนก็เป็นสี่โลก โลกเดียวบริหารนี่ก็เกือบเป็นเกือบตาย โลกเดียวโลกของเรา เราก็เกือบเป็นเกือบตายอยู่แล้ว เรายังต้องไปทะนุถนอมอีกนะ ทะนุถนอม

แล้วเวลามันสวนกลับมาเจ็บช้ำน้ำใจ

การเจ็บช้ำน้ำใจมันเจ็บทั้งนั้นน่ะ แต่ละภพแต่ละชาติ เธอย้ำคิดย้ำทำจะเป็นจริตเป็นนิสัยของเธอ แต่ละภพแต่ละชาติได้กระทบกระเทือนกันอย่างไร ได้กระทำอย่างไร มันก็ฝังลงที่ใจนี้ ภพชาติต่อไปก็ไปเอาคืนกันไง ผลัดเปลี่ยนกันไปไง แล้วมันก็จะผูกพันกันไป กระทบกระเทียบกันไป ฝังไว้ในใจแต่ละภพแต่ละชาติไป นี่เป็นเวรเป็นกรรม เห็นไหม

กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา

เวลาผลของมัน เวลาผลของมันนี่โลก ผลของวัฏฏะ แล้วผลของวัฏฏะที่เจ็บช้ำน้ำใจอยู่นี่เพราะอะไร

ดูครอบครัวที่เขาสมบูรณ์แบบสิ ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ สามีภรรยามีความรับผิดชอบ มีการถนอมน้ำใจต่อกัน มีการดูแลรักษาต่อกัน มีลูกมีเต้าขึ้นมา เวลาเขาบอกเลยนะ โอ้โฮ! ลูกแก้วเลยแหละ ไม่มีใครมีลูกได้อย่างนี้อีก

ทำไมเขาสมบูรณ์แบบล่ะ

ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบนะ เขาก็สมบูรณ์แบบของเขาด้วยเวรด้วยกรรมของเขา เขาได้สร้างบุญสร้างกุศลของเขากันมา เขาสร้างคุณงามความดีกันมา เวลามาเกิดด้วยบุญด้วยกุศลนะ มีความเข้าอกเข้าใจต่อกัน มีการทะนุถนอมน้ำใจต่อกัน มีการสร้างคุณงามความดีต่อกัน เพราะอะไร

เขาถนอมน้ำใจต่อกัน เพราะเขามีการเกรงอกเกรงใจกันตลอดเวลา

เขาเกิดมาเพราะอะไรล่ะ

เพราะเขาสร้างบุญกุศลมาดีงาม

ไอ้ของเรา เรารักเขาเกือบตาย เราดูแลเขานะ มีเท่าไรให้หมดเนื้อหมดตัวเลย

มันบอกว่าพ่อแม่ไม่รัก

น้ำใจเราเป็นเรื่องของเรานะ แต่ความคิดของเขาเป็นเรื่องของเขา ถ้าเรื่องของเขามันกรรมของสัตว์

ทางจิตวิทยา สภาวะแวดล้อมที่ดีงาม ทุกอย่างเราสอนลูกเราให้เป็นคนดี เราก็ทำอย่างนั้นเหมือนกัน เราก็สร้างแต่สิ่งที่ดีงามไว้ในครอบครัวของเรา สภาวะแวดล้อมที่ดีงามในครอบครัวของเรา เราก็อยากให้ลูกให้หลานของเราเป็นคนดีทั้งนั้นน่ะ

เวลาเวรกรรมมันให้ผลนะ ทำดีนะ ปรารถนาดีนะ มันมองเป็นร้ายหมดน่ะ ทำดีนี่แหละ มันหาว่าไปจับผิดมันน่ะ

มันหลายๆ ครอบครัว จะบอกว่า เวลามันเป็นกรรมเก่านะ กรรมที่มันแฝงเร้นมามันแก้ไขได้อย่างไร

เวลาถ้ายกขึ้น ยกโมคคัลลานะ พระโมคคัลลานะเป็นพระอรหันต์แล้วนะ มีฤทธิ์ด้วย แต่กรรมเก่าๆ เคยทุบแม่จนตายก็เพราะเรื่องนี้แหละ เรื่องภรรยาของตนนั่นแหละ ทั้งยุทั้งแหย่ ทั้งเสี้ยม ทั้งเป่าหูไง

ทั้งๆ ที่แม่กับลูกรักกัน โอ้โฮ! รักกันสุดยอด เป็นคนที่ดีงามเลย

เป่าหูทุกวัน เป่าทุกวัน ไปเหมือนกัน

เอาแม่ไปอยู่กับญาติ คนละแคว้น นั่งเกวียนไป พอเกวียนไปกลางทางแล้วนะ พอถึงกลางทางบอก โจรมันมา โจรมา โจรปล้น โจรปล้น

ตัวเองก็วิ่งลงไป แล้วก็วิ่งเข้ามาทุบแม่ไง

เข้าใจว่าเขาจะไปอยู่สองคน จะมีความสุขกันไง ก็ทุบแม่

พอแม่บอกว่า ลูกให้หนีไปนะ โจรมันมาปล้น ลูกให้หนีไป

ไอ้ลูกมันทุบอยู่ เพราะแม่ตาบอด

เราทุบขนาดนี้แม่ยังรักเรา คนที่รักจริงๆ คือแม่เราต่างหาก ไม่ใช่ภรรยา

นึกได้นะ เอาแม่กลับบ้าน แต่แม่ก็โดนทุบบอบช้ำจนตาย

ตกนรกอเวจีนะ พ้นจากนรกอเวจีขึ้นมาแล้วมาสร้างบุญสร้างกุศล จนบารมี เห็นไหม พระอรหันต์ต้องแสนกัป คำว่า แสนกัป” เขาต้องนอกขอบเขตนี้ไป แล้วเขายังสร้างบารมีแสนกัป แล้วยังสร้างบารมีมาเป็นอัครสาวกเบื้องซ้ายเบื้องขวา มันมากกว่าแสนกัป แล้วถึงได้เกิดมาร่วมสมัยกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เวลาไปศึกษากับสัญชัย แล้วเวลามาฟังเทศน์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระอรหันต์ เป็นอัครสาวกเบื้องซ้าย มีฤทธิ์ เขาจะมาทุบนี่เหาะหนีเลย เหาะหนีเลย ๒ เที่ยว เที่ยวที่ ๓ มาพิจารณา อ๋อ! เศษกรรม นี่กรรมเก่า เศษกรรมนะ กำหนดให้เขาทุบ เพราะมันเป็นเวรเป็นกรรม

นี่พูดถึงกรรมเก่า แล้วเขาบอกว่า มันไม่มีหรอก กำๆ แบๆ อะไรกัน อู๋ย! วุ่นวาย ศาสนาพุทธนี่ เดี๋ยวกำ เดี๋ยวแบอยู่นี่

แต่ใจมันกำไว้ไม่รู้ แล้วแบไม่เป็น แบไม่ได้

นี่เราจะแบออก ถ้าเราจะแบออก เห็นไหม สิ่งนี้โยมเป็นชาวพุทธ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา แล้วถ้าเป็นลูกศิษย์ของครูบาอาจารย์องค์ใดก็แล้วแต่ แสดงว่าโยมก็มีหลักมีเกณฑ์เหมือนกัน

เพราะเวลาลูกมันดีดมันดิ้น มันทิ่มมันตำ เราตั้งสติไว้

เวลาลูกเราเล็กๆ ไร้เดียงสา มันพูดอะไรก็น่ารักน่าชังไง ตอนนี้มันเป็นวัยรุ่น อยู่ในมหาวิทยาลัย มันก็พูดทิ่มพูดตำ

พูดทิ่มพูดตำก็เรื่องของเขา เพราะอะไร เลือดเนื้อเชื้อไข นี่ลูกนะ ลูกแท้ๆ ลูกจริงๆ เลยล่ะ แต่หัวใจของเราล่ะ

พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก

มีหลายๆ ครอบครัวมาก ธรรมดานะ เรื่องเศรษฐกิจมันอาจจะขาดแคลนบ้าง ถ้าขาดแคลนบ้าง เด็กๆ มันรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไง มันเข้าใจผิดว่าแม่มีทรัพย์มีสินไง ไอ้พ่อแม่ก็ชักหน้าไม่ถึงหลังไง จะทำอะไรไม่ตามความพอใจ มันก็คับแค้นใจว่าพ่อแม่ไม่รักๆ มันหนีออกจากบ้าน มันลักทรัพย์ลักสินในบ้านไปขาย ร้อยแปดพันเก้า นี่กรรมของสัตว์ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม กรรมเวลามันให้ผลของมันไง

แต่เวลากรรมให้ผล เห็นไหม ไอ้ลูกที่ว่า พ่อแม่ขัดสน พ่อแม่ขาดตกบกพร่อง ลูกมันไปช่วยกัน มันออกไปหางานพิเศษ ทำอะไรเพื่อช่วยพ่อช่วยแม่ มันก็มี

วงจรชีวิต วิถีแห่งชีวิตของคน

ฉะนั้น วงจรชีวิตของโยมมันมาถึง เห็นไหม น้อยใจต่ำใจ เริ่มต้นตั้งแต่ครอบครัว ถ้าแยกจากกัน แยกจากกันโดยในปัจจุบันนี้ แยกจากกันโดยสติโดยปัญญานะ

ในสมัยโบราณ ถือไม้เท้ายอดทอง ตะบองยอดเพชร ต้องอดกลั้นฝืนทนเพื่อครอบครัวๆ ในปัจจุบันนี้เศรษฐกิจ ชายก็ทำงาน หญิงก็ทำงานไง ถ้าชายก็ทำงาน หญิงก็ทำงาน เวลาครอบครัวจะแยกกันเพื่อไม่ต้องกระทบกระทั่งมากเกินไป

เราก็เห็นด้วย แยกกันด้วยเหตุด้วยผล ไม่ใช่แยกกันด้วยการทำให้แตกร้าว ถ้าอยู่ด้วยกัน ถ้ามันมีแต่ความทุกข์ มันมีแต่ความชอกช้ำ เราแยกกันซะดีกว่า อย่าสร้างเวรสร้างกรรมให้มากไปกว่านี้เลย ถ้าแยกกันไปซะ ต่างคนต่างอยู่

ทีนี้เมื่อต่างคนต่างอยู่แล้ว มันก็หงอยเหงาเป็นเรื่องธรรมดา แต่อยู่ด้วยการกระทบกระทั่ง อยู่ด้วยการกดขี่ อยู่ด้วยการบอบช้ำ แล้วอยู่กันไปทำไม เราเห็นด้วย

เวลาเริ่มต้นจากว่าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แม่เลี้ยงเดี่ยว ครอบครัวต้องแยกจากกัน นี่ก็เป็นความทุกข์อันหนึ่งแล้ว แล้วลูกของเราเป็นขวัญเป็นกำลังใจ เป็นหัวใจเลย เลี้ยงให้มันดีงาม แล้วมันก็มาเหน็บมาแนม

เหน็บแนมก็เรื่องของเขา ถ้าเป็นภาษาคนที่เป็นสัมมาทิฏฐิ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก แล้วทำให้พระอรหันต์ของเราเจ็บช้ำน้ำใจเป็นบาปไหม

เวลาคำถามนี้บอกเลย มีอะไรเก็บไว้ในใจ เพราะไม่ต้องการให้ลูกเป็นบาปเป็นกรรม แล้วข้าพเจ้าอโหสิกรรมให้เขาทั้งสิ้น ไม่ถือโทษโกรธเคืองเขา ถ้าวันไหนเขามีหน้าที่การงานแล้ว จะไม่ได้เห็นหน้าเราเลย

นี่ตอนคิดตอนนี้นะ แล้วพอตอนลูกมันจบแล้ว ลูกมันมาประจบ เชื่อมันเลยล่ะ เออ! ให้อภัย อยู่ด้วยกันก็ได้ ไม่ไปแล้วล่ะ

ความรู้สึกนึกคิดของคนไง กรรมของสัตว์

เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร เราไม่จองเวรจองกรรมใครทั้งสิ้น ฉะนั้น สิ่งที่ไม่จองเวรจองกรรมใคร แต่มันมีเวรมีกรรมต่อกัน มันเหมือนกับการชดใช้

เวลามีเวรมีกรรมต่อกัน ในพระพุทธศาสนาสอนว่า ถ้ามันชดใช้เวรใช้กรรม เราก็บอกว่าเรามีทิฏฐิความคิดตอนนี้ เราไม่สนใจ เราไม่สนใจ แต่เวรกรรมเวลามันให้ผล มันให้ผลอย่างนี้แหละ ให้ผลเกิดมาแล้วเป็นสายเลือดสายโลหิต เป็นการมาล้างมาผลาญ เป็นการมาส่งมาเสริม แล้วแต่กรรมของสัตว์ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม แล้วเวลามันเสวยภพเสวยชาติแล้ว ไอ้ที่บอกว่าจะไม่ใช้

เออ! เดี๋ยวก็รู้เอง

อันนั้นเรื่องของเขา นี่เรื่องของเรา

ฉะนั้นบอกว่า สิ่งที่ได้ประสบมา ให้หลวงพ่อช่วยแนะนำด้วย

เรามีสติสัมปชัญญะอย่างนี้ แล้วทำของเรา

เวลาลูกของเรา เวลาคลอดมาใหม่ๆ มันทารกไง เด็กไร้เดียงสา มันน่ารักน่าชัง มันพูดอะไรอ้อแอ้ๆ มันน่ารักน่าชังไปหมดน่ะ แต่พอมีความรู้สึกนึกคิดขึ้นมา พอโตขึ้นมาเขามีความคิดของเขาเอง ถ้ามีความคิดของเขาเอง มันแสดงธาตุแท้แล้วล่ะ

แล้วธาตุแท้มันแสดงออกมาแล้ว ถ้าเป็นอภิชาตบุตร บุตรที่ดีกว่าพ่อกว่าแม่ บุตรที่จะมาส่งเสริมนะ เราก็สาธุ แล้วถ้าบุตรที่มาทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ เรารักษาใจของเราไว้ เพราะถ้าเขาทำคุณงามความดีของเขาก็เป็นคุณงามความดีของเขา ถ้าเขาทำบาปของเขาก็เป็นบาปเป็นกรรมของเขา

เราสร้างคุณงามความดีของเรา เป็นหน้าที่ของเรา เราเป็นแม่ แม่ เรามีบุตร เราก็ทำหน้าที่เลี้ยงดูส่งเสริม

เหมือนคติโบราณไง เรือจ้าง เอาลูกศิษย์ข้ามฝั่ง เป็นครูเป็นอาจารย์ของเขาก็สอนเขาให้มีความรู้ของเขา

นี่ก็เป็นพ่อเป็นแม่ของเขา เราก็ดูแลเขาให้ถึงตลอดรอดฝั่ง แล้วตลอดรอดฝั่ง เก็บไว้ในใจ แล้วถ้ามีความเจ็บช้ำน้ำใจอย่างนี้ ย้อนกลับมาได้เลยล่ะ ถึงธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

การครองเรือนนี้แสนยาก

แล้วการครองเรือนทุกข์ยากมาก แต่ถ้าไม่ครองเรือน อยู่คนเดียว เราก็ไม่กล้าอยู่คนเดียวไง

ทำไมจะอยู่คนเดียวไม่ได้ สมัยก่อนเรายังไม่ทันบวช เราก็โง่ๆ เซ่อๆ นะ พอบวชมาแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อน กูรู้อย่างนี้กูไปอยู่วัดดีกว่า วัดอย่างไรก็มีข้าวกินอยู่แล้ว

สมัยก่อนบวชเราก็เซ่อๆ ซ่าๆ ไม่รู้จักเหมือนกัน แต่พอมาบวชแล้ว ถ้าตอนนั้น ถ้ากูยังเซ่อๆ ซ่าๆ อยู่ กูไปอยู่วัดก็ได้ กูขยันหมั่นเพียรทำงานวัด กูต้องมีข้าวกินอยู่แล้ว

นี่เหมือนกัน ถ้าไม่ครองเรือนไง เราก็อยู่แบบพรหมจรรย์ไง ถ้าพรหมจรรย์ของเรา ถ้าเราทำคุณงามความดีได้

แล้วเวลาถ้าครองเรือน มันต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด แลกมาด้วยความกระเทือนใจทั้งนั้นน่ะ มันแลกมา สิทธิ เวลาอยู่คนเดียว สิทธิเสรีภาพของเรา เวลามีคู่ครอง ไปแล้ว ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้ว ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วมันเห็นหัวกันหรือไม่ล่ะ

ถ้ามันเห็นหัว มันก็ให้เกียรติไง ถ้ามันไม่เห็นหัวไง มันเหยียบย่ำมันจะเห็นหัวไหม มันไม่ให้เกียรติ มันเหยียบย่ำ มันประจาน มันทำลายต่อหน้าสังคมเลย อู๋ย! หน้าแตก

แต่ถ้ามันให้เกียรติมันก็ยังมีศักดิ์ศรี มีความเป็นมนุษย์ ถ้ามันไม่ให้เกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรี ไม่มีความเป็นมนุษย์เลย

นี่ก็เหมือนกัน เวลาลูกของเราไง ฉะนั้น เขาบอกว่า ถ้าถึงเวลาเคยคิดสั้นนะ คิดสั้นไม่อยากอยู่เลย แล้วก็เป็นชาวพุทธอีกน่ะ บอกว่าการฆ่าตัวตายเป็นบาปเป็นกรรม ก็เลยไม่ได้ทำ คิดปลงชีวิตของเราไง

ก็ดูแลเขา มันจะเก่งกล้าขนาดไหน เวลาเด็กๆ นี่นะ ทางธุรกิจ สินค้าที่ขายที่ดีที่สุดคือสินค้าขายให้เด็ก แล้วเด็กมันไม่ได้หาตังค์มาซื้อเองหรอก มันไปร้องไห้บีบคั้นพ่อแม่มันให้ซื้อให้

ให้มันไปมีครอบครัว แล้วให้มันไปมีลูกของมันบ้าง แล้วให้มันคิดอย่างไรให้มันรู้จักของมัน

นั่นน่ะกงกรรมกงเกวียน ถึงเวลากงกรรมกงเกวียนให้ผลมันแล้ว ไปนั่งตบมือดีใจอยู่คนเดียวเลยล่ะ

อันนี้พูดถึงถ้าเรามองโลกไง นี่โลก

แต่ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามันลึกลับซับซ้อนยิ่งกว่านั้น ถ้าลึกลับซับซ้อนยิ่งกว่านั้นนะ พอมันเป็นอย่างนั้นแล้วมันรักษาชีวิตนี้ได้ พรหมจรรย์ๆ แล้วศึกษาค้นคว้าแล้วฝึกหัดปฏิบัติของเรา เราฝึกหัดปฏิบัติของเรานะ

อย่างที่ว่า ถึงที่แล้วเราจะไปฝึกหัดปฏิบัติ

ถ้าฝึกหัดปฏิบัติแล้ว เราปฏิบัติของเราให้ได้ แล้วเอาตรงนี้เป็นคติ

การเกิดเป็นความทุกข์อย่างยิ่ง แล้วการมีคู่ครอง การมีบุตรยิ่งทุกข์มากขึ้นไปใหญ่

มันจะปฏิบัติบ้างไง มันจะเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนาบ้าง ไม่อย่างนั้นมันไม่เอานะ

พอคนเรานะ คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า ไอ้คนไปมีแล้วก็เบื่อ อยากจะทิ้ง ไอ้คนยังไม่มี อยากเข้าไป คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า

แต่ถ้าเรามีสัมมาสมาธิเท่าทันนะ จบหมดน่ะ สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี ถ้าจิตมันสงบแล้ว มีความสุขความสงบแล้ว ความสุขมันต้องไปหาที่ไหน ความสุขมันหาที่ใจของเรานี่ไง

แต่ใจนี้มันสำคัญที่กิเลสมันร้ายนัก กิเลสมันร้ายนัก กว่าจะมาสงบสุขได้ เราก็ต้องลงทุนลงแรงมากน้อยขนาดไหน แล้วสุดท้ายแล้ว เวลามันเสื่อมแล้วมันก็ไปหมดไง แล้วชีวิตนี้มันต้องสันตติ ต้องต่อเนื่องตลอดไปไง มันควบคุมตัวเองไม่ได้ไง มันก็ไหลไปตามเขา ถ้ามันไหลไปตามเขา มันไหลไปตามโลก

ถ้าเรามีสติสัมปชัญญะ เราไม่โง่อย่างนั้น ถ้ามันโง่อย่างนั้น หมาแทะกระดูก มันก็น้ำลายตัวเองทั้งนั้นน่ะ มันแทะกระดูกอยู่อย่างนั้นน่ะ มันจะได้อะไร

นี่ก็เหมือนกัน ทั้งชีวิต เห็นไหม การครองเรือนเหมือนวิดน้ำทะเลทั้งทะเลเลย เอาปลาตัวเดียว ความสุขแค่ปลาหนึ่งตัว ความทุกข์ทั้งทะเล สัตว์ทะเลมากมายมหาศาล ร้อยแปดพันเก้า แล้วมีความสมหวังไหม

แต่มันจนตรอกไง มนุษย์มันก็ได้แค่นั้นน่ะ สิ่งที่เป็นคุณงามความดี ความสำเร็จในชีวิต ก็ครอบครัวที่ดีงามไง ที่ดีงาม

ถ้ามันเป็นความจริงได้มันก็สาธุ แต่ถ้ามันเป็นความจริงไม่ได้ เราไปตรากตรำอย่างนั้น แล้วภาษาเรา เราคุมอะไรเราได้ เวลาเวรกรรมมันให้ ดูแลดีขนาดนี้ ลูกเต้าดูแลดีขนาดนี้ มันยังทิ่มยังตำ

เราเป็นสถานีรถเมล์ เวลาใครทุกข์ใครยากขึ้นมาเล่าให้ฟัง หลายๆ ครอบครัว เขาไปได้ยินลูกเขาสองคนพูดอย่างนี้ บอก เวลาพ่อแม่ เวลาคอยอบรมเขา บางคนมันทนไม่ไหว พี่มันก็สอนไง

กัดฟันทนเอาหน่อย เดี๋ยวเราเรียนจบแล้วเราก็เป็นนก เราก็บินจากไปแล้ว

แม่ได้ยินเข้า โอ้โฮ! ทุกข์เกือบตาย เสียใจ เสียใจว่าลูกมันคิดแบบนี้

ไอ้นี่มุมกลับไง ไอ้นี่แม่คิดแบบนี้ แม่คิดว่าถ้าลูกเรียนจบ ลูกมีงานทำแล้วนะ คงจะไม่เห็นหน้าเราแล้วแหละ เราก็จะไปหาที่สงบของเรา

เวลามันเจ็บปวดมันก็คิดแบบนี้ แต่ถ้าเรามีสติปัญญา เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ไม่ยอมจองเวรจองกรรมใครทั้งสิ้น เราจะทำคุณงามความดีของเรา จะทำคุณงามความดีของเรา แล้วถ้าคุณงามความดีแล้ว มันแก้ไขที่ใจของเรา

แต่ถ้าเขาระลึกได้ เขาคิดได้ของเขา เขาระลึกได้ เขาคิดได้ของเขานะ ถ้าเขากลับเนื้อกลับตัวของเขา มันก็เป็นคุณงามความดีของเขา ถ้าเป็นคุณงามความดีของเขา ชีวิตของเขา เขาก็จะดำเนินต่อไปด้วยความสุขความสงบของเขา แต่ถ้าเขาไม่มีความดีงามของเขา เขาก็คิดแต่ว่าเขาจะเอาแต่ได้ เอาแต่ได้

มันจะได้ได้อย่างไรล่ะ มันจะได้ตลอดไปมีที่ไหนล่ะ ธุรกิจเขามีการซื้อขาย มีการแลกเปลี่ยน กรรมดีกรรมชั่วมันก็เป็นของมันอยู่อย่างนั้นน่ะ แต่เราจะเอาแต่ได้ๆ ได้อยู่คนเดียว แล้วคนอื่นไม่ได้ แล้วมันจะได้ขึ้นมาได้อย่างไรล่ะ ได้มันก็ต้องล้างผลาญเขาไปหมดน่ะ ต้องล้างต้องผลาญทั้งนั้นน่ะว่าเป็นของเราๆ จะครองโลก มันเป็นไปได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้ แล้วมันไม่มีอยู่ด้วย แต่มันคิดได้นี่ของเราไง ถ้าพูดถึงคนคิดไม่ได้มันก็คิดแบบนี้

นี่พูดถึงว่าชีวิตครอบครัวนะ แล้วถ้ามันเป็นไปได้ ขอความเมตตาหลวงพ่อชี้แนะให้ลูกด้วย ลูกควรจะเริ่มต้นศึกษาธรรมะเพื่อสักวันหนึ่งจะได้ออกไปประพฤติปฏิบัติไง

ในปัจจุบันนี้โยมได้ปฏิบัติแล้ว โยมอยู่ต่อหน้าลูกสองคนนั่นล่ะ นั่นล่ะกระทบปัจจุบันทั้งนั้นเลย ตั้งสติให้ดี เพราะโยมตั้งสติดีงามแล้ว เราถึงไม่ไปทะเลาะกับลูกไง เราไม่ไปทะเลาะเบาะแว้งกับมัน เราเลี้ยงดูเขามา แล้วก็อบรมบ่มเพาะส่งเขาให้ขึ้นฝั่งไป มันเป็นหน้าที่ของเรา เราไม่ทิ้งภาระไว้ให้กับสังคม เราไม่ทิ้งภาระไว้ให้กับคนอื่นเขา นี่เป็นผลงานของเรา เป็นผลงานระหว่างเราครองเรือนของเรา เรามีบุตรสองคน

ถ้ามีบุตรสองคนแล้ว ถ้าเขาส่งเสียในการศึกษา เราก็ดูแลของเราไป ดูแลของเราไปจนเขาเติบโตขึ้นมา ถ้าเติบโตขึ้นมาแล้ว ถ้าเขามีหน้าที่การงานไปแล้ว เขาต้องเผชิญชีวิตตามความเป็นจริงของเขา ไม่มีใครเลี้ยงเขาได้ตลอดชีวิต

ชีวิตของเราก็เหมือนกัน เราก็เติบโตของเรามา ถ้าเราเติบโตของเรามา เราเติบโตมาแล้ว สิ่งที่เราได้มาแล้วมันไม่สมความปรารถนา เราก็อุเบกขา ให้มันเป็นไปตามข้อเท็จจริงนั้น แล้วเราก็รักษาชีวิตของเรา นี่ชีวิตของเรา เพราะมันจะไปเกิดอีก

ชาตินี้ก็เจ็บช้ำอย่างนี้ ชาติต่อไปก็จะไปเจ็บปวดเจ็บช้ำต่อไปเรื่อยๆ อย่างนี้อีกหรือ จะเอาอย่างนี้หรือ แล้วถ้าจะเอาอย่างนี้ ในปัจจุบันนี้เราคิดได้ไง เราก็เห็นของเราอยู่นี่ไง

ตั้งสติของเรา แล้วถ้าเรายับยั้งได้ เหมือนกับเขียนมาถามนี่ เวลาเขียนมาถามนี่ ทางจิตวิทยาเขาบอกได้ระบาย ได้เปิดออก นี่ได้ระบายให้คนอื่นฟังไง แต่ความจริง นี่เป็นธรรมของเราเลย เราโดนกระทบเอง เรามีสติปัญญาของเราเอง แล้วเราก็ฝึกหัดของเราเอง

แล้วถ้าเรามีสติปัญญาขึ้นมา เราเท่าทันของเราเอง เท่าทันของเราเอง เรายังยืนอยู่นี่ ยังเห็นหน้าลูกสองคน มันยังพูดกับเราอยู่ไง มันยังคอยถากคอยถางเราอยู่ไง แล้วเราก็มีสติปัญญาให้มันถากให้มันถางไง

แล้วถ้ามันระลึกได้ไง ถ้าคนคิดได้นะ มันจะคุกเข่าลง แล้วกราบแทบเท้าแม่ขอขมา แต่ถ้ามันยังคิดไม่ได้ มันก็เหยียบย่ำหยามเหยียดนั่นน่ะ หยามเหยียดเพราะอะไร

หยามเหยียดเพราะกิเลสมันยิ่งใหญ่ แม่ให้อะไรไม่ได้อย่างที่ต้องการเลย แม่ให้อะไรก็ไม่ได้ แม่ก็ไม่เคยช่วยเหลืออะไรเลย ต้องช่วยเหลือตัวเองทั้งหมด แม่ไม่ดี ไม่ดี ไม่ดีหมดเลย ถ้ามันคิดไม่ได้ ถ้ามันคิดได้มันจะคุกเข่าลง แล้วมันจะกราบแทบเท้าแม่มัน ว่าแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก แม่ให้ชีวิตนี้มา

นี้เราเป็นแม่ นี่ฝึกหัดไง

ถามหลวงพ่อ หลวงพ่อให้เริ่มต้นอย่างไร

ฝึกหัดอย่างนี้ ฝึกหัดเลย นี่เพราะอะไร เลือดเนื้อเชื้อไข มันก็เรื่องของเราไง นี่ในเรื่องแม่กับลูกนะ เวลาปฏิบัตินะ กิเลสกับเราไง กิเลสในใจของเราไง กิเลสในใจของคนร้ายกาจนัก ตอนนี้มันจนตรอกเพราะมันสามคนแม่ลูก แม่กับลูกสองคน มันวนอยู่ตรงนี้สามคนแม่ลูก เพราะอยู่ในบ้านเดียวกัน

แล้วเวลาเราปฏิบัติล่ะ กิเลสกับเรามันอยู่ในหัวใจเรา แล้วใจเราสงบไหม เราเห็นกิเลสเราไหม ถ้าเราเห็นกิเลสเรา นั่นล่ะฝึกหัดปฏิบัติ

แต่ตอนนี้เรายังไม่ถึงปฏิบัติให้เห็นกิเลสของเรา ตอนนี้มันแบบว่าทางอ้อม มันเป็นระหว่างแม่กับลูก เป็นบุคคล เป็นคน เป็นสายเลือด เป็นสิ่งที่กระทบหัวใจ เจ็บปวดที่สุด

คนทั้งโลกด่า คนทั้งโลกติเตียน ไม่เจ็บเหมือนลูกพูดคำเดียวนะ คนทั้งโลกถากถางก็ไม่เจ็บเหมือนลูกพูดคำเดียวแหละ เจ็บปวดนัก

ตั้งสติไว้ เลือดเนื้อเชื้อไขของเราเอง ไข่ของแม่ สเปิร์มของพ่อ ปฏิสนธิจิตเกิดเป็นเขา ครึ่งหนึ่งในตัวนั่นน่ะของเรา ครึ่งหนึ่งเป็นของพ่อเขา แต่จิตนั้นเป็นของเขา จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เวรกรรมของสัตว์ นี่พิจารณาของเรา

มันเป็นหน้าที่ ลูกที่ดีงามเราก็ดูแล ลูกที่จะพยายามเอาให้ได้ดั่งใจ นั่นก็กรรมของสัตว์ เพราะเราไม่มีให้ เราทำให้อย่างนั้นไม่ได้ เพราะของมันไม่มี

“แม่ไม่รักเรา แม่ไม่ให้นู่นไม่ให้นี่”

จะให้อะไรล่ะ ทำงาน ไปหางานจากนอกบ้านเพิ่มงานขึ้นมาก็เพื่อจะมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แล้วจะเอาอะไรไปให้เขาล่ะ ถ้าจะให้เขา ก็ไปคดไปโกง ไปจี้ไปปล้นคนอื่นมา เขาพอใจไหม แล้วถ้าไปคดไปโกง ไปจี้ไปปล้นมา เขาก็บอกแม่ไม่ดีอีกน่ะ แม่ไปทำผิดอีก

อ้าว! ถ้าแม่ไปทำผิด แล้วเอ็งมาบีบคั้นทำไม เอ็งมาบีบคั้นทำไม

เวลาความคิดไง ความคิดเวลามันจะเอานะ มันคิดของมันอย่างนั้นแหละ แต่ไม่เคยคิดจะให้คนอื่นบ้างเลย เห็นไหม คิด ได้กอดแม่หรือเปล่า ได้รักแม่จริงหรือเปล่า แม่เหนื่อยยากมาเพื่อเราอย่างไร

วันแม่ เห็นไหม ล้างเท้าแม่ วันแม่แห่งชาติ ล้างเท้าแม่ ล้างเท้านะ ให้มันคิดได้ เวลามันคิดของมันได้ น้ำตามันไหลพราก ถ้ามันคิดของมันไม่ได้ไง แล้วถ้าคิดได้หรือคิดไม่ได้ก็บุคคลคนเก่านั่นแหละ ก็ลูกเราคนนั้นแหละ แล้วก็หัวใจดวงนั้นแหละ ถ้ามันคิดได้ มันเปลี่ยนอีกคนหนึ่งเป็นอีกคนหนึ่งเลย ถ้ามันคิดไม่ได้นะ มันคิดในทางต่ำ มันยิ่งจะเลวร้ายไปกว่านั้น

เห็นโทษของกิเลสหรือยัง

กิเลสในใจคนร้ายกาจนัก แล้วธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้เท่านั้นที่ขัดเกลา แล้วการฝึกหัดปฏิบัตินี้เท่านั้น ด้วยสติ ด้วยสมาธิ ด้วยปัญญา ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก ใจดวงนั้นแก้ใจดวงนั้นเท่านั้น

คนอื่น ถามหลวงพ่อ หลวงพ่อก็เทศน์ทุกวันนี่ แต่เวลามันจะได้ผลนะ อยู่ที่สติโยมคิดได้ อยู่ที่ปัญญาของโยมฝึกหัด แล้วถ้ามันฝึกหัดขึ้นมา นี่แหละเราจะมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นแก้วสารพัดนึก เราจะมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นรัตนตรัย เป็นที่เคารพบูชา

แล้วเวลาประพฤติปฏิบัติไป หลวงตาพระมหาบัวท่านพูดไง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รวมเป็นหนึ่งในหัวใจของท่าน

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นรัตนตรัย เป็นแก้วสารพัดนึก เป็นรัตนตรัยที่เคารพบูชาของเรา แล้วเราฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานคือหัวใจของเรา แล้วฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ ถ้าได้ตามความเป็นจริง มีสติ มีสมาธิ มีปัญญาขึ้นมา นี่วิธีการดับทุกข์ด้วยมรรค ๘ สมบูรณ์แบบแล้วมรรคสามัคคี เป็นภาวนามยปัญญา จะเท่าทันกิเลส แล้วชำระล้างกิเลส แล้วฆ่ากิเลสตายไปจากหัวใจของชาวพุทธ เอวัง