เทศน์พระ

ซึ่งหน้า

๘ เม.ย. ๒๕๖๗

ซึ่งหน้า

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนโต

 

เทศน์พระ วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๗

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรม ธรรมะเป็นสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรามาบวชเป็นพระ เราจะประพฤติปฏิบัติให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ ถ้ามีอำนาจวาสนา ไม่มีอำนาจวาสนาเราก็พยายามปฏิบัติมาเพื่อเพิ่มอำนาจวาสนาบารมีของเรา

ถ้ามีอำนาจวาสนาบารมีนะ สิ่งที่มีความคิดความรู้สึกในหัวใจของตนมันจะเป็นทางธรรมมากกว่า แต่ถ้าไม่มีอำนาจวาสนา เวลามันคิดลบๆ ไง เวลาคิดลบมันให้ผล มันคายพิษนะ มันให้หัวใจเราเจ็บแสบปวดร้อน ไม่มีอำนาจวาสนานะ ท้อถอยเลยล่ะ ถ้ามีวาสนา จะหันหน้าสู้กับมัน

ถ้าหันหน้าสู้กับมัน แล้วสู้กับใคร

ก็เราบวชเป็นพระไง นักรบไง รบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในใจของตนไง

การรบชนะตนเองสำคัญที่สุด ถ้าเอาชนะตนเองได้ มันเป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก แล้วมันปลอดภัยไง เพราะมันไม่มีต่อหน้าและลับหลัง

ถ้ามันไม่มีธรรมในหัวใจของตน เห็นไหม สัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งๆ หน้า แต่กิเลสมันอยู่ลับหลัง แล้วลับหลัง มันไม่ใช่ลับหลังใคร มันลับหลังอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของเรานี่ไง มันครอบงำหัวใจของเรานี่ไง

มันครอบงำหัวใจของเรา มันมีต่อหน้าและมีลับหลังหรือไม่

ซึ่งๆ หน้า ซึ่งๆ หน้ามันยังปลิ้นมันยังปล้อน มันยังหลอกมันยังลวงเราขนาดนี้ไง ซึ่งๆ หน้า เพราะอะไร

อวิชชา ไม่รู้มันไง เพราะอวิชชาไม่รู้จัก แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเห็นแล้วสมเพชไง สิ่งที่เรานอนอยู่กับความเป็นพิษ เราคลุกเคล้าอยู่กับกิเลสตัณหาความทะยานอยาก แล้วเราจับต้องสิ่งใดไม่ได้ เราเห็นสิ่งใดไม่ได้ เราไม่รู้ว่าสิ่งใดมันเป็นคุณหรือเป็นโทษ

เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กรรมฐาน ๔๐ ห้อง มันเป็นเรื่องคุณ เป็นประโยชน์กับนักพรตผู้ที่ประพฤติปฏิบัติ แต่เวลาเราเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนามันทุกข์ยากขนาดไหน ถ้ามันทุกข์ยากขนาดไหน ด้วยอำนาจวาสนาบารมีของเราไง ถ้ามีสัมมาทิฏฐิ ความถูกต้องชอบธรรม ๗ วัน ๗ เดือน ๗ ปี

๗ วัน ๗ เดือน ๗ ปี นี่คือระยะเวลา เวลาก็คือเวลา อกาลิโก ไม่มีกาลไม่มีเวลา ผู้ใดปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมต่างหาก เวลาปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม มัชฌิมาปฏิปทา ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา

มันกลางตรงไหน

มันกลางตรงหัวใจเราไง

ซึ่งๆ หน้าก็ต้องรู้ต้องเห็น ซึ่งๆ หน้ามันเป็นพิษเป็นภัย เราเข้าไปเผชิญหน้ากับมัน ถ้าเข้าเผชิญหน้ากับมันนะ พญามาร มารทั้งนั้น

มารก็คือมารไง แล้วมารมันอยู่ที่ไหนล่ะ

มารมันอยู่ในหัวใจของเรา

ครอบครัวของมารนะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเยาะเย้ยมาร เยาะเย้ยมารไง มารเอย เธอเกิดจากดำริของเรา

เธอเกิด ถ้าไม่มีดำริ ถ้าไม่ดำริถึงมันจะเกิดไหม แล้วถ้ามันไม่เกิดแล้วมันอยู่ไหน เอามันตายหมด เอามันตายหมดด้วยอำนาจวาสนาบารมีของเราไง

บวชมาแล้วสมมุติสงฆ์ๆ เราบวชมาแล้วเป็นคณะสงฆ์ คณะสงฆ์ ถ้ามีครูบาอาจารย์ที่ดีงามไง ร่มโพธิ์ร่มไทร

เราเกิดมาใต้ร่มโพธิ์ร่มไทรของพระพุทธศาสนา เกิดในประเทศอันสมควร เมืองไทย เมืองไทยเป็นเมืองหลวงของพระพุทธศาสนา แล้วถ้าเมืองหลวงของพระพุทธศาสนา แล้วแก่นของมันอยู่ไหนล่ะ

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านบุกเบิกของท่านมา ท่านทำของท่านมา ความเชื่อก็เป็นความเชื่อ ความเชื่อก็มีทั่วๆ ไปไง แต่เวลาความจริงๆ ขึ้นมา เสียงระบือลือลั่น

หลวงตาพระมหาบัวท่านพูดเอง เวลาท่านได้ยินชื่อเสียงกิตติศัพท์กิตติคุณของหลวงปู่มั่นตั้งแต่ตอนท่านเป็นเด็กๆ ท่านเป็นเด็กๆ เด็กน้อยก็ได้ยินเสียงร่ำลือของหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ร่ำลือมาแล้ว เวลาเติบโตขึ้นมา มาบวชเป็นพระ บวชเป็นพระไปศึกษาก่อนจนจบมหา จบมหาแล้วจะประพฤติปฏิบัติขึ้นมา แล้วถ้ามันไม่มีล่ะ เคว้งเลย ถ้ามันไม่จริงล่ะ ทั้งๆ ที่ก็ศึกษาจนจบเป็นมหานะ แล้วถ้ามันไม่มีล่ะ แล้วถ้ามันไม่จริงล่ะ แล้วเอาใครยืนยันล่ะ

ตรงเข้าไปหาหลวงปู่มั่นเลย เวลาตรงเข้าไปหาหลวงปู่มั่น ให้หลวงปู่มั่นยืนยันไง

ยืนยันที่ไหน

เวลาท่านออกประพฤติปฏิบัติครั้งแรก ที่จักราชพรรษาแรก เวลาเป็นสมาธิแล้วมันเสื่อมหมดไง เวลามันเสื่อมหมด มันทุกข์มันยาก มันเร่าร้อนขนาดไหน เวลาไปหาหลวงปู่มั่นไง นี่ไง ไปหาครูบาอาจารย์ที่ดีงาม ท่านคุ้มครองดูแลไง

มหา จิตมันเสื่อมไปแล้วนะ มันเหมือนเด็กๆ ไง ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้มันต้องมีอาหารของมัน อาหาร ๔ ในวัฏฏะ กวฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร อาหาร ๔ นี่ไง สิ่งที่มีชีวิตมันต้องมีอาหารของมัน เราเกิดในวัฏฏะ เราเกิดในภพชาติใด จะกินอาหารอย่างไร อยู่อย่างไร ดำรงชีวิตอย่างไร

สัมมาสมาธิๆ มันมีสติมีปัญญาขึ้นมา มันถึงเป็นสมาธิของมันได้ แล้วเวลาสมาธิมันเสื่อมไปๆ เห็นไหม เด็กน้อย เด็กน้อยมันต้องการอาหารของมัน ถ้ามันต้องการอาหารของมัน เราไม่ต้องไปตามมัน

เวลาจิตมันเสื่อมแล้วก็วิ่งหาจิต วิ่งหาสมาธิ เตลิดเปิดเปิงไปเลย สมาธิอยู่ไหนๆ วิ่งหาสมาธิไง หาไม่เจอ ยิ่งหายิ่งทุกข์ ยิ่งหายิ่งตรากตรำ

นั่งลง หลวงปู่มั่นท่านบอกไว้ ไม่ต้องวิ่งไปหามัน เตรียมอาหารของมันไว้ พุทโธๆๆๆ นี่อาหารของมัน ถึงเวลาแล้วมันต้องย้อนกลับมา

สิ่งมีชีวิต จิตเวลามันเสื่อมไป มันเสื่อมเพราะอะไร เพราะซึ่งๆ หน้า สมาธิก็อยู่กับเรา แล้วหายสาบสูญหมดเลย แล้วเวลาเห็น เราก็เห็นสมาธิ เราก็รู้จักสมาธิ เราได้แต่เสวยไง นี่ไง สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มีไง แล้วเวลามันเสวยแล้วเวลามันคลายออก เวลามันเสื่อมไปแล้วไง ก็ซึ่งๆ หน้าอยู่นี่ไง

ซึ่งๆ หน้าตั้งแต่มันมา ซึ่งๆ หน้าที่มันดำรงอยู่ แล้วซึ่งๆ หน้าที่มันเสื่อมไป แล้วซึ่งๆ หน้า ทำอย่างไรต่อไปไง

หลวงปู่มั่นบอกว่า ไม่ต้องวิ่งไปหามัน วิ่งไปหามันส่งออกไง ยิ่งทุกข์ยิ่งร้อน ยิ่งเดือดยิ่งร้อน ยิ่งวิ่งตามมันไป ยิ่งเดือดยิ่งร้อนยิ่งแสวงหา ยิ่งเดือดยิ่งร้อนยิ่งพยายามไง นั่งลง เข้าทางจงกรม เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา

เวลาพุทโธๆ อกแทบแตก เพราะมันเตลิดเปิดเปิงไง เวลามันกลับมา เออ! มันก็กลับมาจริงๆ เวลากลับมาจริงๆ แล้ว มันฝังใจไง เวลาเสื่อม มันเสื่อมไปต่อหน้าต่อตา

เวลามันเจริญแล้วเสื่อมๆ ท่านพูดเอง ในพระไตรปิฎกก็มีไง เวลาพระที่ประพฤติปฏิบัติ เวลาจิตมันเจริญแล้วเสื่อมๆ สุดท้ายแล้ว ถ้าเสื่อมคราวนี้ต้องตาย ถือมีดโกนเลย เวลาเสื่อม เชือดคอเลย เวลาเชือดคอ สติสัมปชัญญะมันกลับมาหมดไง พิจารณาถึงโลหิต พิจารณาถึงบาดแผล เป็นพระอรหันต์ไปเลย นี่เจริญแล้วมันเสื่อมไง

นี่ก็เหมือนกัน ถ้ามันเสื่อม คราวนี้ต้องตาย คำว่า ต้องตาย” มันตั้งสติ เห็นไหม ซึ่งๆ หน้า ต่อหน้าต่อตา เอามันให้ได้

ต่อหน้าต่อตา บารมีอ่อน สติปัญญาอ่อนแอ ทำสิ่งใดแล้วเหลวไหล แล้วจะเอาความจริงมาจากไหนล่ะ

ถ้าความจริงของมัน สติ มหาสตินั่นน่ะ เวลามันสติปัญญานะ ผู้ที่ประพฤติปฏิบัตินะ บุคคลคู่ที่ ๑ คู่ที่ ๒ นะ เวลาคู่ที่ ๓ คู่ที่ ๔ มหาสติขึ้นมา แล้วคู่ที่ ๔ เป็นสติอัตโนมัติ เวลาสติอัตโนมัติ มันอัตโนมัติอย่างไร

สติคำเดียวนั่นแหละ

นี่ไง แล้วมันเป็นปัญญาล่ะ

ปัญญา มหาปัญญา แล้วปัญญาอัตโนมัติๆ

อย่างเรา เคลมเลยนะ อัตโนมัติ อัตโนมัติแบบว่าต่อหน้าต่อตาก็ไม่รู้ ไม่รู้อะไรเป็นอะไรไง เวลามันมานี่ส้มหล่นทั้งนั้นน่ะ มันฟลุคเอง เป็นไปเองโดยที่ไม่ชำนาญในวสี ไม่ชำนาญในการประพฤติปฏิบัติไง

ถ้ามันไม่ชำนาญในการประพฤติปฏิบัติ เราถอดแบบ ถอดออกมา แล้วมาพิจารณาของเรา แล้วเก็บประกอบด้วยความเพียรของเรา ถ้ามันเก็บประกอบด้วยความเพียรของเรา เราฝึกหัดปฏิบัติของเราขึ้นมาให้มันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา

มันเป็นนามธรรมๆ ทั้งนั้นน่ะ จิตนี้เป็นนามธรรม แล้วนามธรรม ก็คิดว่ามันเป็นนามธรรม ใครๆ ก็จะไม่เท่าทันเราไง เราจะพลิกแพลงอย่างไรก็ได้เป็นเรื่องของเราไง

ไร้สาระ

เวลาพระสารีบุตรเป็นพระอรหันต์ที่ถ้ำเขาคิชฌกูฏ เวลาหลานของพระสารีบุตรจะมาต่อว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะเอาตระกูลของพระสารีบุตรมาบวชเป็นพระอรหันต์หมดเลย จะมาต่อว่าๆ

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็รู้อยู่แล้ว เขาจะต่อว่าแต่เขาไม่กล้า ด้วยอำนาจวาสนาบารมีไง เขาก็ว่าไปหมด นู่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ดี

“ถ้าเธอไม่พอใจสิ่งต่างๆ เธอต้องไม่พอใจอารมณ์ของเธอด้วย เพราะอารมณ์ของเธอก็เป็นวัตถุอันหนึ่ง”

เป็นวัตถุอันหนึ่ง เห็นไหม สมาธิ เป็นวัตถุอันหนึ่งเพราะอะไร นี่ไง เพราะอะไร เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขันธ์ ๕ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ รูปเป็นอย่างไร สมบูรณ์แบบเป็นอารมณ์ เป็นอย่างไร

อารมณ์นี่คือรูป ธาตุรู้คือพุทธะ อารมณ์คือสิ่งที่ถูกรู้

แล้วถูกรู้ขึ้นมาก็เลยบอกว่า อ๋อ! นี่ไง จิต อารมณ์เป็นอย่างนี้ๆ

ไร้สาระ

สำหรับผู้ที่ภาวนาเป็นนะ ต่อหน้าต่อตารู้ เพราะเคยทำได้ ถอดได้ ถอดอารมณ์ความรู้สึก ถอดมรรค ๘ ถอดได้เลย ถอดออกมา ถ้ามันถอดของมันได้ นี่ไง อารมณ์ของเธอก็เป็นวัตถุอันหนึ่งนะ

ถ้าเธอไม่พอใจใดๆ เธอก็ต้องไม่พอใจอารมณ์ของเธอด้วย

นี่เธอไม่พอใจคนอื่นหมดเลย แต่อารมณ์ชอบ ความโกรธ ความเกลียด ชอบ ของฉันน่ะ ไม่มีใครรู้ได้ไง

ไม่รู้อย่างไร มันรู้ชัดเจน ชัดเจนแบบผู้รู้ ต่อหน้าต่อตาเขารู้ วิชชา วิชชากับอวิชชา อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํไง ปัจจยาการของอวิชชา ถ้ามันวิชชาล่ะ วิชชามันเท่าทัน มันหยุด มันพลิกมันแพลง มันสามารถถอดได้หมดเลย เวลาถอดได้ ถอดก็คือถอด แล้วกิเลสมันอยู่ไหนล่ะ ถอดแล้วกิเลสมันตายตรงไหนล่ะ กิเลสมันหลุดไปอย่างไรล่ะ นี่มันชัดมันเจนของมัน เห็นไหม

ผู้รู้กับผู้ไม่รู้มันแตกต่างกัน

ตอนนี้เรามีอวิชชาตัณหาความทะยานอยากสมบูรณ์แบบทั้งสิ้น เพราะเราเกิดเป็นมนุษย์ การเกิดเป็นการยืนยันว่าเราเกิดจากอวิชชา จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันมีอวิชชา มีความไม่รู้ เผลอเกิดๆๆ เกิดแล้ว เกิดมันรอเกิด เกิดตลอด แต่ที่มันเกิดแล้วตาย ตายเพราะมันหมดอายุขัย เวลามันตายมันก็ตายโดยธรรมชาติ ตายโดยข้อเท็จจริงนั่นแหละ แต่ไม่ได้เท่าทัน ไม่ได้ถอดจิต ไม่ได้พิจารณาสิ่งใดเลย มันจะไปรู้อย่างไร มันจะไปชำระอย่างไร

ถ้ามันรู้ มันถอด ถ้าพิจารณาไปแล้วนะ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส สักกายทิฏฐิ ทิฏฐิความเห็นผิดในกาย สีลัพพตปรามาส ไม่ลูบไม่คลำอีกแล้ว มันชัดมันเจนของมัน วิจิกิจฉาจะมาจากไหน อีก ๗ ชาติ มันรู้ได้อย่างไร

พระโสดาบันเกิดอีก ๗ ชาติ ในพระไตรปิฎกยืนยัน ครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติยืนยัน

ไอ้นี่ไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไรเลยไง ต่อหน้าไม่รู้อะไรเลย

ผู้รู้เขาเศร้า ผู้รู้ไง เขารู้เห็น

นี่ไง สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส เกิดอย่างมากอีก ๗ ชาติ นางวิสาขาเป็นพระโสดาบันแล้วตายไป อีก ๗ ชาติ

พระอานนท์เป็นพระโสดาบัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพาน พระโสดาบันนะ คร่ำครวญร้องไห้ อยากให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่เป็นขวัญหูขวัญตา อยู่เป็นขวัญใจของเราตลอดไป

อานนท์ เราบอกเธอแล้วไม่ใช่หรือ เราก็เอาเฉพาะของเราไปเท่านั้น ธรรมและวินัยที่เราตรัสไว้แล้วจะเป็นศาสดาของพวกเธอ อีก ๓ เดือนข้างหน้าเธอจะได้เป็นพระอรหันต์ อีก ๓ เดือนข้างหน้าเธอจะได้เป็นพระอรหันต์

นี่ผู้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน

พระโสดาบันแล้วประพฤติปฏิบัติต่อเนื่องไป จากอีก ๗ ชาติ สกิทาคามี อนาคามี ไม่เกิดบนพรหมอีกแล้ว ไม่เกิดตั้งแต่กามภพ ถ้าไปเกิด ไปเกิดในพรหมของพระอนาคามี แล้วไม่เวียนกลับมา สุดท้ายแล้วนะ ก็จะสำเร็จเป็นพระอรหันต์ไปในข้างหน้านู่น

แต่เวลาผู้ที่ประพฤติปฏิบัติ เขารู้เขาเห็นของเขา เขาแก้ไขของเขา เขาถอด ถอด ถอดออกมาหมดเลย

ถ้าเธอไม่พอใจสิ่งต่างๆ เธอต้องไม่พอใจอารมณ์ของเธอด้วย

อารมณ์ของเธอนั่นมันประกอบด้วยอวิชชา ประกอบไปด้วยกิเลสตัณหาความทะยานอยาก เวลาศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง เป็นที่อยู่ที่อาศัยไง เป็นที่อยู่ที่อาศัย เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรคุ้มครองหัวใจของตนไง ให้สร้างอำนาจวาสนาบารมีต่อเนื่องไป

ถ้าได้สร้างอำนาจวาสนาบารมีต่อเนื่องไป สร้างคุณงามความดีไป พระโพธิสัตว์ๆ ไง ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย แต่ถ้าจะประพฤติปฏิบัติขึ้นมา พระอรหันต์ แสนกัป สร้างคุณงามความดีมาแสนกัป จิตใจมันเข้มแข็ง นี่ไง มันมีสมถกรรมฐาน มีฐานที่ตั้งแห่งการงาน มันควรมีคุณค่าในการที่เราจะฝึกหัดปฏิบัติของเรา

ต่อหน้า ทำความสงบของใจเข้ามา แล้วถ้ามันรู้มันเห็นของมันไง สติปัฏฐาน ๔ ถ้ารู้ตามความเป็นจริงไง ถ้ามันเห็นกิเลสของมัน มันจะพิจารณาของมัน จะแยกแยะของมันไปไง เวลามันปล่อยวางๆ ชั่วคราวๆๆ ตทังคปหานไง เวลามันสมุจเฉท กิเลสขาด นิโรธดับหมด

ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ นี่ฝ่ายสมุทัย ฝ่ายกิเลส

ดับทุกข์ นิโรธ ด้วยมรรค ๘ ฝ่ายธรรม

กิเลสกับธรรม โลกกับธรรม

โลกคือเรื่องของโลกเราไง เห็นไหม เวลาประพฤติปฏิบัติ ทุกข์ควรกำหนด จะไปฆ่าทุกข์ จะไปทำลายทุกข์ ทุกข์เกือบตาย สิ่งที่ว่าจะทำลายทุกข์ นั่นเงาทั้งนั้นน่ะ เพราะมันไม่พอใจ มันบิดเบี้ยวไปแล้วมันถึงได้ทุกข์

แล้วทุกข์มันเกิดจากอะไร

ทุกข์มันเกิดจากสมุทัย เกิดจากกิเลส

แล้วกิเลสมันอยู่ที่ไหน

อยู่กับเรา ต่อหน้าต่อตา เกิดมาพร้อม อยู่ร่วมกัน แล้วจะตายกันตลอดไป แล้วก็หมุนไปอย่างนี้ หมุนไปอยู่อย่างนี้ตลอดเวลา แล้วเมื่อไหร่จะจบสิ้นไง

มีอำนาจวาสนาได้เกิดเป็นมนุษย์ เห็นภัยในวัฏสงสาร มีสิทธิเสรีภาพ มันเป็นสิทธิ์ของมนุษย์เลยล่ะ เสียสละจากฆราวาสมาบวชเป็นพระ บวชเป็นพระอยู่ในร่มโพธิ์ร่มไทรของศากยบุตรพุทธชิโนรส บุตรขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ธรรมและวินัยเป็นศาสดา

บิณฑบาตเลี้ยงชีพ ได้จากอำนาจวาสนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีอยู่มีกิน มีการประพฤติปฏิบัติขึ้นมา ด้วยบุญกุศล ด้วยอยู่ร่มโพธิ์ร่มไทรของพระพุทธศาสนา แล้วเวลาจะมาประพฤติปฏิบัติเอาตามความเป็นจริงของเรา ปฏิบัติให้มันเกิดขึ้นมาจากหัวใจของตน

ต่อหน้าไม่รู้อะไรเลย ต่อหน้าต่อตา กิเลสมันบิดมันพลิ้วอยู่นี่ แล้วก็โง่ๆ เซ่อๆ ให้มันเขก ให้มันโขก ให้มันสับ มันสับอยู่อย่างนี้ สับยำอยู่ต่อหน้าต่อตา ยังลอยหน้าลอยตานะ

เศร้า

ถ้ามันเป็นจริงๆ มันปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก มันกังวาน สะเทือนโลกธาตุ หัวใจนี้สั่นไหวหมดเลย มันกระเทือนหมดเลย เวลามันละแต่ละครั้ง โลกธาตุนี้ไหว โลกธาตุนี้สั่นคลอน

ผู้ปฏิบัติจริงนะ ถ้ามันเป็นจริงๆ

ถ้ามันไม่จริง ต่อหน้าก็ไม่รู้ นอนอยู่กับมันก็ไม่รู้ กอดมันไว้ก็ไม่รู้ มันขี่คอ มันเหยียบย่ำทำลายก็ไม่รู้ ยังลอยหน้าลอยตานะ บรรลุธรรม ธรรมมันมีอยู่โดยดั้งเดิม ธรรมะเป็นธรรมชาติ

ธรรมชาติสิทธิของใครล่ะ กิเลสก็เป็นธรรมชาติ เวียนว่ายตายเกิดมันก็เป็นธรรมชาติ เป็นธรรมชาติของโลกเขาไง

แต่ธรรมเหนือโลก

สติธรรม ยับยั้งอารมณ์ความรู้สึกของตนให้ได้ ทำความสงบของใจเข้ามา จิตมันสงบระงับเข้ามา มันเห็นตัวตนของตน

ธรรมโอสถไง เจ็บไข้ได้ป่วยมันต้องมียารักษาไง แล้วยารักษาจะหาที่ไหน ศึกษามานั่นฉลากยาทั้งนั้นน่ะ ตำรายา ตำรายาชี้เข้ามาที่ใจ แล้วจะไปแสวงหาสติทั่วโลก ๓ โลกธาตุไม่มี สติมันอยู่ที่ใจ แต่เราพลั้งเผลอ เราปล่อยปละละเลย เราไม่ได้ฟื้นฟูมันขึ้นมา

ถ้ามันฟื้นฟูขึ้นมา มันก็ฟื้นฟูขึ้นมาจากใจของเรานี่แหละ ถ้ามันฟื้นฟูขึ้นมาจากใจของเรา มันอยู่กับเรา อยู่ที่การฝึกหัด อยู่ที่การประพฤติปฏิบัติ

พระอรหันต์ไง สติวินัยๆ สติวินัยคือมันรอบคอบ มันไม่มีเจตนาทำความชั่วใดๆ ทั้งสิ้น พระอรหันต์น่ะ แต่พระอรหันต์ยังล้ม พระอรหันต์ยังป่วยนะ

พระพุทธเจ้าไง หมอชีวกโกมารภัจจ์เป็นหมอประจำพระองค์ไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เจ็บป่วยนะ หมอชีวกเป็นผู้รักษาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ เวลามันล้มลุกคลุกคลาน นี่เพราะมันเป็นเรื่องผลของวัฏฏะไง

สร้างอำนาจวาสนาบารมีมามากน้อยขนาดไหน เจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา คนที่เจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาเพราะอะไร เพราะเขาเคยทำ เคยสร้างกันมาอย่างนั้น คนที่ไม่เคยมีโรคไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วยเลย เวลาเขาตั้งแต่เกิดจนตาย ตายไปด้วยนอนหลับไปเลย นั่นเขาก็สร้างของเขามา เอตทัคคะ ๘๐ องค์ไง นี่เวลามันเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมาไง

นี่ก็เหมือนกัน สิ่งที่สติมันเกิดมาจากไหน สมาธิมันเกิดจากไหน

สิ่งที่เป็นทฤษฎีเป็นภาคปริยัติ ธรรมและวินัยเป็นศาสดาของเรา ไม่เคยลบหลู่ ไม่เคยตีตนไปก่อนไข้ แล้วไม่เคยตีตนว่าเสมอนะ ไม่มี ใครยกตัวเองเสมอพระพุทธเจ้านั่นเลวทราม เป็นไปไม่ได้

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด ในบรรดาสัตว์สองเท้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด สาวกสาวกะ ผู้ได้ยินได้ฟังแล้วลงใจ น้อมใจลงเชื่อ นั่นน่ะวาสนา

ฟังแล้วไม่เชื่อ ฟังแล้วคัดค้าน ฟังแล้วว่าฉันยิ่งใหญ่

ต่อหน้า ต่อหน้านะ กิเลสมันสับหัวแล้วแหละ กิเลสมันย่ำยีแล้วล่ะ ยังไม่รู้ตัวนะ ยังลอยหน้าลอยตานะ ผู้รู้เขาเห็นแล้วเขาเศร้า

ผู้รู้ นายพราน นายพรานที่เขาเคยล่าสัตว์อยู่ในป่าในเขา เขารู้ไง เขารู้ถึงพิษภัยของมันไง เพราะเขาคลุกคลีอยู่กับมัน

ไอ้เราไม่เคย เข้าป่าไปแล้ว โอ้โฮ! มันเป็นทัศนียภาพ มันเป็นธรรมชาติ มันเป็นที่รื่นเริง

มันจะตาย มันยังไม่รู้ตัวว่ามันจะตาย

ซึ่งๆ หน้า ต่อหน้าต่อตา ถ้ามันอวิชชาพญามาร

ฝึกหัด

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ปราบปรามมาหมดแล้ว เวลาเจ้าวัฏจักร “เจ้าชายสิทธัตถะจะพ้นมือเราไปๆ”

นางตัณหา นางอรดี พญามารคือพ่อ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ลูกสาวของมัน ๓ คน แล้วมันยังมีลูกมีหลานอีกมากมายมหาศาล แล้วเราประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เราไม่รู้ไม่เห็นอะไรมันเลยหรือ เราทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลยใช่ไหม แล้วถ้าไม่เป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมา มันจะปฏิบัติเป็นบุคคล ๔ คู่ได้อย่างไร

บุคคล ๔ คู่ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส คู่ที่ ๑

กามราคะ ปฏิฆะอ่อนลง คู่ที่ ๒

กามราคะ ปฏิฆะขาดไป คู่ที่ ๓

รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัทจะ อวิชชา มันขาดไป สังโยชน์ ๑๐ ขาดจากหัวใจนั้นไป ตายหมด กิเลสตายหมดเลย

ไม่มีเลยหรือ แล้วถ้ามี มีเป็นอย่างไร

ถ้ามันไม่มี กิเลสมันก็ไม่สะทกสะท้านเลยไง กิเลสมันก็ไม่มีสิ่งใดยุบยอบไปจากใจของเราเลยไง เวลาประพฤติปฏิบัติขึ้นมา อะไรเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมาไง

ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านปฏิบัติมาสมบูรณ์แบบแล้ว นี่สิ่งที่สมบูรณ์แบบในยุคขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กึ่งพุทธกาล หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านปฏิบัติของท่านขึ้นมา มันเป็นกึ่งพุทธกาล ศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่งไง เจริญอีกหนหนึ่ง มีผู้ที่ปฏิบัติจริง เห็นจริง รู้จริง แล้วความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำไง ความจริงอยู่ที่ไหนก็คือความจริงไง

ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย ไอ้คนที่พูดความจริงตายเกลี้ยงเลย

ความจริงเป็นสิ่งไม่ตายนะ คนพูดความจริงตายหมด

แต่ความจริงมันอยู่กับความจริงอยู่อย่างนั้นน่ะ ถ้ามันเป็นจริงขึ้นมาไง

กึ่งพุทธกาลศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่ง มันก็เจริญขึ้นมาจากผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตามความเป็นจริง หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านทำของท่านมาแล้ว แล้วเวลาท่านทำขึ้นมา ธรรมทายาทๆ ไง ศาสนทายาท

หลวงตาพระมหาบัวท่านบอกว่า หลวงปู่มั่นเป็นโรงงานผลิตพระอรหันต์

ท่านมีอำนาจวาสนาบารมี เห็นไหม คนเป็นครู ถ้าครูที่ดีงาม ลูกศิษย์ลูกหาออกมาจะเป็นลูกศิษย์ที่ดีงาม มีทางวิชาการ มีมารยาท มีคุณงามความดี ถ้าครูที่เป็นครูโดยแท้จริง

ครูที่เป็นครูโดยจิตวิญญาณ ครูเขาไปเยี่ยมเยียนถึงบ้าน ไปดูไปแลลูกศิษย์ลูกหา มาโรงเรียนมีข้าวกลางวันกินหรือไม่มีข้าวกลางวันกิน โอ้! มันเป็นทุกข์เป็นร้อนไปกับลูกศิษย์ลูกหาไง

สิ่งที่มีครูบาอาจารย์ที่ดีงาม หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านทำเป็นแบบอย่าง ท่านเสียสละมาก เพราะอะไร เพราะว่าถ้าเป็นพระอรหันต์แล้วมันจบไง มันจบเพราะมันไม่มีกิเลส ไม่มีอาบัติ ไม่มีใดๆ ทั้งสิ้น แต่ท่านก็ยังทำตัวเป็นแบบอย่างเพื่อเป็นที่ทัศนา เป็นที่ดีงามให้สาวกสาวกะ ให้ลูกศิษย์ลูกหาได้เห็นไงว่ามันเป็นอย่างไรๆ

ได้รู้ได้เห็น แล้วได้ฝึกหัด ได้พยายามขวนขวายของเรา ให้จิตใจเราพัฒนาขึ้นมา ให้มันเป็นความจริงขึ้นมา แล้วเป็นความจริงแล้ว ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก

สมาธิ สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี แล้วเวลาสมถกรรมฐานยกขึ้นสู่วิปัสสนา เวลามันเห็นกิเลสมันชัดเจนไง มันเห็นกิเลส เหมือนเจ้าหน้าที่เลย จับผู้ร้าย รู้อยู่ว่าคนคนนี้เป็นคนทำผิด แต่ยังไม่ได้ตัวมันมา ถ้าวันไหนได้ตัวมันมา จับมาสอบสวน สอบสวนคือขึ้นศาล

ถ้าไม่ได้ตัวมันมา ตัดสินลับหลังนะ ตัดสินลับหลังผู้ทำความผิด ก็เชิญเลย มันก็สะดวกสบายของมันไง นี่ถ้าไม่เห็นกิเลสมันเป็นอย่างนั้น

ถ้ามันเห็นกิเลส สอบสวนคือวิปัสสนา เวลาเป็นจริงๆ เป็นจริงเป็นจังขึ้นมา สมถกรรมฐาน ฐานที่ตั้งแห่งการงาน จิตสงบแล้ว จิตเห็นอาการของจิต จิตเห็นจิตเป็นมรรค

สิ่งที่เรายังไม่รู้ไม่เห็น เพราะจิตเราสงบไม่ได้ไง จิตสงบไม่ได้ เวลาสงบเข้ามามันแบบว่าซึ่งๆ หน้า กิเลสซึ่งๆ หน้า มันก็บอกว่า รู้เท่าๆ

รู้เท่ามันเป็นปัญญาอบรมสมาธิ มันรู้เท่าอารมณ์ อารมณ์ความรู้สึกนี้ อารมณ์ที่มันเคยเป็น สันดานหยาบนี่ แล้วสติปัญญามันเท่า นี่สติปัญญามันยังมีความรู้สึกได้ขนาดนี้ว่าหลงว่าบรรลุธรรมไง

แต่ถ้าเป็นความจริง เรามีความจริง ถ้าปัญญาอบรมสมาธิเป็นอย่างนี้ เป็นอย่างนี้เพราะอะไร เป็นอย่างนี้เพราะมันไม่มีเหตุมีผล เป็นอย่างนี้มันยังไม่เป็นบุคคล ๔ คู่ มันยังไม่เป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา

ถ้ามันเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา แล้วให้ใครมายืนยัน

ยืนยันด้วยสันทิฏฐิโกไง

ยืนยันไง หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สองพันห้าร้อยปี องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะมายืนยันกับหลวงปู่มั่นได้อย่างไร หลวงปู่มั่นกึ่งกลางพระพุทธศาสนา สองพันกว่าปี มันยืนยันตรงไหน

แต่เวลาหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นเป็นจริงขึ้นมา หลวงปู่มั่นบอกว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาอนุโมทนาเลย

อนุโมทนาทำไม

อนุโมทนาเพราะว่ามันเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรไง มันจะเป็นให้ศาสนาสืบต่อไปไง แล้วศาสนาที่มันจะแวววาว มันแวววาวที่หลักเกณฑ์นี่ไง หลักเกณฑ์ หลักใจของหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นที่ท่านทำความเป็นจริง มันจะโดนกระแสสังคมพัดกระหน่ำขนาดไหน ไร้สาระ มันอยู่ข้างนอกนู่นเน่ะ ติฉินนินทามันอยู่ข้างนอกนู่น ใจฉันมันอยู่นี่ วิหารธรรม วิหารธรรมมันอยู่นี่ ไอ้กระแสรุนแรงที่มันโหมกระหน่ำมันอยู่นู่น ท่านไม่สนเลย ไม่อยู่ในสายตา

แต่เพื่อประโยชน์กับศาสนา เพื่อยืนยันการประพฤติปฏิบัติสำหรับผู้ที่มีอำนาจวาสนา ผู้ที่มีอำนาจวาสนา เราจะประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เราอยากมีครูบาอาจารย์เป็นแบบอย่าง เราอยากมีครูบาอาจารย์เป็นผู้ที่ยืนยัน ยืนยันถึงความจริงอันนี้ ความจริงที่เป็นจริงอยู่แล้วนี่

ถ้าความจริงที่เป็นจริงอยู่แล้ว ไม่มีครูบาอาจารย์ มันก็ยืนยันในหัวใจของเรา เพราะมันเป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก แต่เพื่อประโยชน์กับสังคม เพื่อประโยชน์กับโลก โลกจะได้ว่าสิ่งนั้นเป็นจริง สิ่งนั้นเป็นที่เคารพบูชา

อกาลิโก ผู้ใดปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม อกาลิโก ไม่ว่างเว้น ไม่มีช่องว่าง ไม่มีสิ่งที่ว่าจะขาดแคลน เป็นไปไม่ได้

แต่โลกเป็นอย่างไรล่ะ โลกมันสับปลับ โลกมันพลิกแพลง แล้วเวลาพลิกแพลงขึ้นมานะ ในการประชาสัมพันธ์เขาพลิกแพลงได้ โอ้โฮ! มหัศจรรย์ แล้วเชื่อได้หนเดียว เพราะต่อหน้า พอมาทบทวนเข้า อ้าว! อีกแล้ว อีกแล้ว

แต่ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมานะ ตรวจสอบขนาดไหน สิ่งที่กิเลสมันตายคือมันไม่มี มันก็คือไม่มี กิเลสไม่ได้โดนแตะต้อง กิเลสไม่โดนแตะต้อง ซึ่งๆ หน้า ต่อหน้า ไม่รู้ไม่เห็น แล้วนอนอยู่ด้วยกัน กินอยู่ด้วยกัน ขับถ่ายอยู่ด้วยกัน

อวิชชา จิตเดิมแท้นี้ผ่องใส จิตเดิมแท้หมองไปด้วยอุปกิเลส จิตเดิมแท้ผ่องใส จิตเดิมแท้เป็นผู้ข้ามพ้นกิเลส

อวิชชา จิตเดิมแท้ ปฏิสนธิจิต วิญญาณปฏิสนธิไม่ใช่วิญญาณในขันธ์

วิญญาณในขันธ์คืออารมณ์ นี่ไง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ วิญญาณในขันธ์ ๕ วิญญาณในขันธ์รับรู้อารมณ์ สื่อสารด้วยภาษาสมมุติ โดยสัญชาตญาณของมนุษย์

ปฏิสนธิวิญญาณ จิตเดิมแท้นี้ผ่องใส จิตเดิมแท้นี้เป็นผู้ข้ามพ้นกิเลส นั่นเวลาจิตมันสงบแล้วมันจะเข้าไปสู่จิตของตน จิตตภาวนา ภาวนามยปัญญามันเกิดที่นั่น ไม่ใช่เกิดจากอารมณ์ อารมณ์ที่มันทุกข์มันยาก

คนเราเกิดมาโดย กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา โดยอำนาจวาสนาของตน บางคนเกิดมาตรากตรำ มีแต่ความทุกข์ความยากมาตลอดเวลา เวลามีความสุขความพอใจเล็กน้อย บรรลุธรรม

ธรรมอะไรของมึงวะ ซึ่งๆ หน้าไม่รู้อะไรเลย ซึ่งๆ หน้า ต่อหน้า ต่อหน้าตัวเอง ต่อหน้าต่อตา

เวลาหลับตาลืมตาไง ต้องลืมตามันถึงจะรู้จริง เป็นจริง หลับตามันจะไม่เห็นนะ

ไม่ใช่ ไม่มี

ความจริงคือจักขุญาณ จักขุญาณ จิตที่ลืมตา จักขุญาณ แต่เราไม่มีไง เรามีขันธ์ ๕ วิญญาณในขันธ์ ๕ ผ่านจากตา หู จมูก ลิ้น กาย ลิ้นได้สัมผัสรส กายสัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็ง ความสัมผัสๆ ไง โดยอายตนะกระทบไง นี่ไง อายตนะนิพพาน

อายตนะมันเป็นนิพพานได้ด้วยหรือ อายตนะนิพพาน ตา หู จมูก ลิ้น กายมันเป็นนิพพานได้ เฮอะ!

แต่มีผู้ที่ในพระไตรปิฎกไปถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า นิพพานมันคืออะไร

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์ นี่ไง ธรรมธาตุ พ้นจากทุกข์ ท่านบอกว่ามันก็มีอายตนะที่กระทบ มันเท่าทันแล้วมันก็ไม่เข้าไปถึงจิต

อายตนะ ไอ้นี่ก็เลยอายตนะนิพพาน โอ๋ย! ถ้าอายตนะนิพพาน เราก็ตัดหู ตัดตานี่เนาะ ศัลยกรรมมันได้หมดเลย จะเอาตาสวยๆ อายตนะนิพพานไง

เวลามันไม่มีครูมีอาจารย์เป็นอย่างนั้นน่ะ

ถ้ามันมีครูมีอาจารย์ เห็นไหม ที่เราหาร่มโพธิ์ร่มไทร ที่หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านคอยคุ้มครองดูแลอยู่นี่ ถ้ามันเห็นผิดรู้ผิดไง

นี่ไง ปัญญาอบรมสมาธิไง พอเท่าทันอารมณ์ โอ๋ย! บรรลุธรรม

เหมือนกัน เหมือนกับอายตนะนิพพาน นิพพานหลับตาลืมตา

คนตาบอด คนตาดี คนตาใส คนตาเอียง สายตาสั้น สายตายาว มันไปหาจักษุแพทย์ นั่นจักษุแพทย์เขาแก้ได้ พระยังทำไม่ได้เลย

แต่อัญญาโกญฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรม จักขุญาณเกิดขึ้น สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่มีอะไร ต้องดับไปเป็นธรรมดา ไม่มีสิ่งใดคงที่อยู่กับโลกนี้ โลกนี้ไม่มีสิ่งใดยั่งยืน โลกนี้แปรสภาพตลอด แต่เราไม่รู้ไม่เห็น เรารู้ทางวิชาการ เรารู้โดยการศึกษา แต่เราไม่รู้เห็นเกิดดับในใจขณะนั้น เกิดดับในขณะที่เป็นอริยทรัพย์ เป็นสัจจะเป็นความจริง

ซึ่งๆ หน้า ต่อหน้าต่อตา กิเลสตายซึ่งๆ หน้า เห็นชัดๆ ยถาภูตัง รู้ว่ากิเลสตาย แล้วยังพิสูจน์ตรวจสอบ กิเลสตายอย่างไร ตายจากหัวใจไปขนาดไหน มันชัดเจนขนาดนั้น มันถึงเป็นพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ไง รัตนตรัยไง

อยู่ที่มีอำนาจวาสนาของคนมากน้อยขนาดไหน ถ้าอำนาจวาสนาของคนมีอำนาจวาสนาปฏิบัติไป ผู้ใดปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมเป็นสัจจะเป็นความจริงกับหัวใจดวงนั้น เอวัง