เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๒ พ.ย. ๒๕๖๘

เทศน์เช้า วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๘

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรมะ หัวใจดวงนี้ไง ให้หัวใจดวงนี้มันเข้มแข็งขึ้นมา ถ้าเข้มแข็งขึ้นมา มันเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ ได้ทั้งสิ้น แต่ถ้าจิตใจมันอ่อนแอนะ ตัวเราเองเราก็ทรงตัวเราเองไว้ไม่ได้ แล้วเจอสิ่งใดขึ้นมากระทบกระเทือนแล้วมันทุกข์มันยากไปทั้งนั้นน่ะ ทั้งๆ ที่เกิดมาชราคร่ำคร่า ทุกข์เป็นอริยสัจ ทุกข์เป็นความจริง เราบริหารจัดการให้มันอยู่ในอำนาจของเราไง

เพราะสมัยพุทธกาล เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเจอพระนะ

“เธอทนได้อยู่ไหม เธอพอทนได้อยู่หรือเปล่า”

เพราะทุกข์เป็นอริยสัจ ทุกข์เป็นความจริง แต่เราบริหารจัดการมันแล้ว ให้มันปล่อยวาง ให้มันเป็นสัจจะเป็นความจริงของเขา ให้ชีวิตเราเป็นอิสระขึ้นมาให้ได้ไง

ฝนตก แดดออก น้ำมาปลากินมด น้ำลดมดกินปลา

เวลาฝนตก เวลาน้ำใหม่มา ปลามันได้อาหารมาเต็มที่ของมัน เวลาน้ำลดๆ ปลาตายหมดน่ะ ปลาอยู่ไม่ได้ มดไปกินปลา สัตว์มันเป็นไปตามธรรมชาติของมันไง ธรรมชาติของมัน มันก็ดิ้นรนเพื่อดำรงชีวิตของเขา เวลาขาดอาหารก็มีแต่ความทุกข์ความยากทั้งนั้น แย่งชิงๆ เรื่องอาหาร ความเป็นอยู่ทั้งสิ้น

มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐไง

เวลาเกิด เกิดพายุ เกิดต่างๆ เขาอพยพน่ะ เขาอพยพหลบหนีมันก่อน เพราะเดี๋ยวนี้มันพยากรณ์ได้ล่วงหน้า แต่สุดท้ายแล้วมันก็ยังทำให้เสียทรัพย์สินต่างๆ ร้อยแปดพันเก้า นั่นน่ะเวลาเราเผชิญกับฤดูกาลเท่านั้นนะ

เราเกิดเป็นคนๆ ไง แต่ละยุค แต่ละวัย แต่ละรุ่น พ่อแม่ดูแลลูกมาให้เข้มแข็งขึ้นมา ให้ฉลาดขึ้นมา แต่ละยุค ลูกก็ต่อไป มีครอบครัวต่อไป นี่ชาติตระกูล

ในทางโลกๆ ระบบเศรษฐกิจนะ เขาว่าสามชั่วคนที่จะรักษาธุรกิจอันนั้นไว้ได้ ขนาดสามชั่วคนนะ แต่ของเราๆ ชีวิตของเรา จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะแต่ละภพแต่ละชาติ เราเกิดมาอย่างไร ฟังธรรมๆ ฟังธรรมเพื่อหัวใจดวงนี้ไง

ถ้าหัวใจดวงนี้ สิ่งใดในชีวิตของเราปล่อยวางไว้ ปล่อยวางไว้ตามความเป็นจริงไง

พระพุทธศาสนาเรียบง่าย แต่ของที่เรียบง่ายนี้ยิ่งใหญ่นัก

กระบี่อยู่ที่ใจ กว่าที่จะกระบี่อยู่ที่ใจ เขาฝึกมาทั้งชีวิต ถ้ามันเรียบง่ายๆ อารมณ์ถ้ามันกระทบ มันรุนแรงขึ้นมา ของเล็กของน้อยขึ้นมาทำให้เราหงุดหงิด แล้วสะสมจนเป็นจริตเป็นนิสัย แล้วก็แก้ไม่ได้

ไปวัดไปวาทำบุญทำกุศล ทำบุญกุศลสละความตระหนี่ถี่เหนียว นั่นน่ะ จะแก้ตรงนั้นน่ะ

ไอ้ตระหนี่ ไอ้อารมณ์ความรู้สึกที่ว่าเล็กน้อยๆ ที่มันสร้างเป็นปม เป็นประเด็นขึ้นมา มันเกิดจากสิ่งที่แทบจะไม่มีอะไรเลยนะ แต่มันย้ำคิดย้ำทำ ย้ำคิดย้ำทำจนเป็นจริตเป็นนิสัย ย้ำคิดย้ำทำ ใครติฉินนินทาขึ้นมา เจ็บแค้นอยู่อย่างนั้นน่ะ

แต่โดยทางโลก ทางวิทยาศาสตร์เขาต้องมีความชัดเจนของเขา

นี่ก็เหมือนกัน เวลาที่มันจะเกิดความรู้สึกนึกคิดขึ้นมา มันเกิดมาจากอะไร

มันเกิดมาจาก

๑. จริตนิสัยของเรา

๒. สภาคกรรมๆ เราเกิดมาแล้วเราอยู่ในสังคมแบบนั้น

ถ้าสังคมที่ดีงาม เกิดมาด้วยบุญด้วยกุศลนะ มีแต่คนอุ้มชู โอ้โฮ! มีแต่ความสุขมากเลย เกิดมามีแต่คนคอยยุ คอยแหย่ คอยทำลาย มีแต่ความทุกข์ความยากทั้งนั้นน่ะ นี่สภาคกรรม เราเลือกเกิดไง

นี่ไง การเกิดในประเทศอันสมควร ในมงคล ๓๘ ประการ ในที่เทวดาถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เกิดในประเทศอันสมควร เกิดในที่ดีงาม แล้วเวลาเกิด เวลาเกิดจากพ่อจากแม่ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก พ่อแม่เป็นมิจฉาทิฏฐิพาลูกออกนอกลู่นอกทางไปเลย พ่อแม่ที่ดีงามฟูมฟักของเราไว้นะ อะไรก็ได้เพื่อลูกเพื่อหลานของตน

เกิดในประเทศอันสมควรไง เกิดในที่ดีที่งามไง แล้วถ้ามีอำนาจวาสนาไง จะมาฝึกหัด เห็นไหม เรียบง่าย

เวลาเรียบง่าย ทำความสงบเกือบตาย แค่ทำความสงบให้มันถูกต้องชอบธรรมเท่านั้นน่ะ สัมมาสมาธิ

สิ่งที่ทำๆ ขึ้นมา มันมิจฉาทั้งนั้นน่ะ มันเป็นอารมณ์ความรู้สึกของตน ของเล็กน้อยๆ ทำไม่ได้ ทำไม่เป็น แล้วเริ่มต้นทำไม่ได้ขึ้นมา ทำไม่เป็นขึ้นมา มันเหมือนกับวัตถุธาตุ แร่หายาก ตอนนี้หากันมากเลย แร่หายาก เป็นอาวุธได้เลยนะ แค่เก็บไว้ไม่ให้ใคร เขาก็จะมาแย่งชิงแล้ว แร่หายาก

ใจที่หาไม่เป็น ใจที่หาไม่ได้ ถ้าแร่สิ่งใดมันเป็นก้อนๆๆ เลย มันเป็นสายแร่เลย แต่แร่หายากมันกระจายไปทั่ว กว่าจะเอาขึ้นมา กว่าจะมาสังเคราะห์ให้มันเป็นของบริสุทธิ์ที่มีคุณค่า

นี่มันกระจายไปทั่ว แต่ถ้าเป็นสายแร่เงินแร่ทอง โอ้โฮ! มันเป็นสายแร่เลย หาเอา

จิตใจของคนเป็นนามธรรมๆ ที่จะให้มันถูกต้องชอบธรรมไง

พระพุทธศาสนาสอนให้เรียบง่าย เรียบง่าย แต่ความเรียบง่ายนั้นกว่าจะได้มา ดูสิ ข้อวัตรปฏิบัติขึ้นมา เวลาผู้ที่ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา เวลามันฟุ้งมันซ่านขึ้นมา เวลากิเลสมันยิ่งใหญ่ กิเลสมันกำแหง เราจะต้องเข้มแข็งกับมันไง

หนึ่งไม่มีสอง หนึ่งอย่างเดียว ไม่เอา ไม่ได้ ไม่เป็น สู้กับมันนะ สู้จนเราชนะไง

ถ้าเราชนะ เห็นไหม เวลาหลวงตาพระมหาบัวเวลาท่านพูดไง เวลาธรรมะอยู่ฟากตายๆ เวลาจะเป็นจะตายขึ้นมา เราไม่อ่อนแอ เราเข้มแข็งของเรานะ เวลามันจะตาย มันไม่ตาย แต่กิเลสมันตาย เวลากิเลสมันตาย กิเลสมันตายนะ พอกันที ภพชาตินี้ไม่ไปอีกแล้ว จบแล้ว กว่าจะจบได้

แต่ถ้าเป็นข้อเท็จจริง สิ่งที่ว่าความเรียบง่าย เรียบง่ายเกิดมาจากที่เราศึกษาค้นคว้ามาด้วยความเป็นข้อเท็จจริงในหัวใจของตน

เวลามันก่อตัวขึ้นมาแต่เล็กแต่น้อย เวลามันทิ่มมันตำ มันยุมันแหย่ เล็กๆ น้อยๆ นี่แหละแต่มันสะสมไปแล้วนะ ถ้าเราควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เดี๋ยวมันเป็นพายุรุนแรงในใจของตนเลย อารมณ์ชั่ววูบๆ ทั้งชีวิตสูญสิ้นไปเลยนะ อารมณ์ชั่ววูบ ตัดทอนชีวิตของตน ทำลายชีวิตคนอื่น ทำลายเขาไปทั้งนั้นน่ะ อารมณ์ชั่ววูบ เวลาที่มันรุนแรงขึ้นมา

แต่ถ้าเราฝึกหัดของเราไว้ เราทำของเราไว้ นี่ฝึกหัดๆ ฝึกหัดมันมีเจริญแล้วเสื่อม เดี๋ยวดี เดี๋ยวชั่ว เดี๋ยวร้าย เดี๋ยวมันมีของมันไปตลอดเวลา แต่ถ้ามันถึงที่สุดแห่งทุกข์ เวลามันทำให้มันขณะนิโรธดับ ดับเป็นชั้นเป็นตอนขึ้นไป บุคคล ๔ คู่

คู่ที่ ๑ ขอให้มันได้เถอะ พาดกระแส พาดกระแสแล้วนะ อย่างน้อยถึงที่สุดแห่งทุกข์แน่นอน จะภพใดชาติใดก็แล้วแต่

แต่ในสมัยปัจจุบัน พระอานนท์จบ ครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติ ให้จบในภพในชาตินี้เลย ถ้าจบในชาตินี้ มันสมบูรณ์แบบในพระพุทธศาสนาไง เพชรน้ำหนึ่งๆ

เวลาเพชรน้ำหนึ่ง จากสายแร่อยู่ในดิน อยู่ในโคลนในตมไม่มีค่าอะไรเลย ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ ขุดคุ้ยขึ้นมาจนกว่ามันจะเป็นจริงขึ้นมา เวลาเป็นเพชรน้ำหนึ่งแล้วมันแวววาวในพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนามีเหตุมีผล มีมรรคมีผลไง มีข้อเท็จจริงไง ในพระพุทธศาสนา

ในพระพุทธศาสนา ธรรมและวินัยเป็นศาสดา เป็นธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มันเป็นทฤษฎี เป็นสัจจะเป็นความจริงในพระพุทธศาสนา ๕,๐๐๐ ปี ถ้าเราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ถ้ามันไม่ได้จริงขึ้นมาในหัวใจของตน ไม่มีเพชรน้ำหนึ่งขึ้นมาประดับพระพุทธศาสนาเลย มันก็เหลวไหล มันก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

เวลาเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมา ยืนยัน ถ้ายืนยันแล้ว มันยืนยันในใจหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติของท่านมา แล้วยืนยันในหัวใจของผู้ที่ปฏิบัติ มันเป็นจริง มันเป็นจริงๆ มันมีเหตุมีผลตามข้อเท็จจริง

สัมมาสมาธิก็สัมมาสมาธิ สัมมาสมาธิ เวลามันเป็นสมาธิแล้วมันเสื่อม เวลาสมาธิมันฟุ้งมันซ่าน เวลาจิตมันเสื่อม โอ้โฮ! มันทุกข์มากกว่าเริ่มฝึกหัดใหม่นะ แล้วถ้ามันเสื่อมแล้วมันเข็ด เวลามันเข็ดขึ้นมาแล้วเขาแสวงหา

ครูบาอาจารย์ที่ดีงามถึงต้องมีกติกา มีข้อวัตรปฏิบัติ เพราะไม่ให้กระทบกระทั่งกัน เวลากระทบกระทั่งกันหรือถ้ามันเหยียบมันย่ำกัน มันเสื่อมหมด แล้วมันเสื่อมแล้วมันทุกข์น่ะ

เวลาฝึกหัดปฏิบัติไม่ได้ก็ไม่รู้ว่าอะไรมีหรือไม่มี เวลามีแล้วมันหลุดไม้หลุดมือไปก็เสียใจ แล้วถ้าเป็นจริงขึ้นมา เครื่องอยู่ของใจ

ถ้ามันเหลวไหล มันทำสิ่งใดไม่ได้ ก็ข้อวัตรปฏิบัตินั่นน่ะเป็นเครื่องอยู่ จะทุกข์จะยากก็อยู่แค่นี้ อยู่อย่างนี้ เวลามีสติสัมปชัญญะกลับมาได้ มีคำบริกรรมขึ้นมาจนมันเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมาได้ มันจะกลับมาสงบสุขเหมือนเดิม

แล้วสงบสุขเหมือนเดิมแล้วมันไม่เหมือนเก่าแล้วนี่แหละ ไม่เหมือนเก่าเพราะอะไร เพราะมันได้ครั้งแรกมันฝังใจ ได้อย่างนี้มันก็ให้มันมีกำลังของมัน ให้มันทำงานของมันได้ ถ้าทำงานของมันได้นะ ถ้ามันเริ่มเห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง มันจะฝึกหัดใช้ปัญญาของตน ธรรมเกิดแล้ว เกิดจากหัวใจดวงนั้นไง

คนเรา ถ้าเราจับต้องสิ่งใดไม่ได้ ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน มันก็ไม่มีอะไรเป็นสมบัติของตน เวลาเป็นสมบัติของตน ทำความสงบของใจได้ เวลามันเสื่อม มันหลุดไม้หลุดมือไปก็เสียดาย เวลาเราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้มันขึ้นมา

ธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ

คำบริกรรม อานาปานสติ ปัญญาอบรมสมาธิ ถ้ามันมีเหตุ เราจะไม่อีลุ่ยฉุยแฉกเรื่องอะไรทั้งสิ้น มันเป็นงานประจำโลก แต่งานของเราๆ งานค้นคว้าหาหัวใจ หาแร่หายาก หาพุทธะ หาผู้รู้ หาผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา มันฟื้นฟูกลับมา

ฟื้นฟูกลับมา เราก็รู้ได้ทันทีแล้ว อ๋อ! มันเสื่อมเพราะเหตุนี้ มันเข้าไม่ได้เพราะเหตุนี้ แล้วเราทำอย่างไรให้มันธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ แล้วเราทำเหตุให้มันสมบูรณ์ขึ้นมา ผลมันก็ตามมา แล้วสมาธิมันจะเสื่อมไปไหนล่ะ เสื่อมก็ให้มันเสื่อมไป สมาธิมันเสื่อมไป มันไม่เกี่ยวกับมึง กูมีข้อวัตรปฏิบัติ กูมีคำบริกรรมของกู กูทำของกูอย่างนี้ ทำที่เหตุ

เหตุมันสมบูรณ์ มันจะไปไหน มันเป็นข้อเท็จจริงของมันอยู่แล้ว แล้วถ้ายกขึ้นสู่วิปัสสนาได้ ถ้าเรามีภาวนามยปัญญา เราชัดเลย อ๋อ! ภาวนามยปัญญา ปัญญาเกิดจากการภาวนา

ศึกษามา ๙ ประโยคนะ จำธรรมะพระพุทธเจ้าได้หมดเลย ต่อยอดจากนั้นไปมันก็เป็นสัญญา แต่ถ้าเราเกิดจากเรา เราเกิดจากเรา พอเกิดจากเราเพราะอะไร เราเป็นโรคอะไร เราชอบอะไร เราทุกข์อะไร ปัญญามันจะเกิดลบล้างสิ่งนั้น มันเกิดเฉพาะ มันเกิดปัจจุบัน เกิดที่เราทุกข์เรายาก เกิดที่เราสงสัย เกิดที่มันทิ่มตำหัวใจ เกิดขึ้นจากศรที่มันปักหัวใจ แล้วเราถอนศรลูกนั้นน่ะ แล้วศรใคร ศรที่ไหน เวลามันเป็น โอ้โฮ! มันมหัศจรรย์น่ะ อ๋อ! ภาวนามยปัญญาเป็นอย่างนี้

ปัญญา ๓ ในพระพุทธศาสนา สุตมยปัญญาคือการศึกษาเล่าเรียน ก็ลอกการบ้านไง ลอกมาทั้งนั้นน่ะ ทั้งๆ ที่ฝึกขึ้นมานะ ทั้งๆ ที่ศึกษาขึ้นมาจริงๆ แต่มันลอกมา ลอกมาจาก เห็นไหม เอ็งเรียนวิชาอะไรล่ะ ตำรามันมีอยู่แล้ว ลอกมาให้เป็นความคิดของตน แล้วต่อยอดได้หรือเปล่า แล้วมันเจริญได้หรือไม่ สุตมยปัญญา

จินตมยปัญญา ไอน์สไตน์ไง จินตนาการสำคัญกว่าความคิด เพราะอะไร เพราะเขามีความคิดแล้ว เขามีปัญญาแล้ว มีปัญญาแล้วอยู่ในกรอบของมัน จินตนาการสำคัญกว่าความคิดของไอน์สไตน์

แล้วถ้าจิตมันสงบแล้วมันจินตนาการล่ะ เราก็จินตนาการไม่มีเหตุไม่มีผล ควบคุมอะไรไม่ได้

เวลามันเกิดภาวนามยปัญญา โอ้! เพชรน้ำหนึ่งมันต้องรู้จักสิ มันต้องรู้จัก มันต้องมีเหตุมีผลของมัน มันเป็นสมบัติของตน มันเป็นปัจจัตตัง สันทิฏฐิโกไง มันขึ้นมาจากใจดวงนั้นไง มันถึงเป็นเพชรน้ำหนึ่งไง แล้วเพชรน้ำหนึ่งแก้จิต ทำไมจะแก้ไม่ได้

หลวงปู่มั่น “จิตเป็นอย่างไรๆ แก้จิตแก้ยากนะ ผู้เฒ่าจะแก้ว่ะ”

แล้วมันไม่มีคนแก้ เพราะคนแก้มันไม่เป็น คนแก้มันมืดบอด มันจะไปแก้เขาได้อย่างไร คนแก้มันไม่รู้จักจิตของตัวเอง สมาธิมันก็ไม่รู้จัก ปัญญามันก็ไม่รู้จัก ไอ้สัญญานั่นน่ะ ไอ้ความจำได้หมายรู้ ไอ้คาดคะเนน่ะ สันนิษฐาน สันนิษฐานเอา เดา

สันนิษฐานคือเดา คือมันไม่รู้ มันไม่เห็น มันไม่เป็น สันนิษฐานทั้งนั้น แล้วสันนิษฐานจากข้อมูลเดิม ข้อมูลที่ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาไง เราปากเปียกปากแฉะไง นี่คือโลกียปัญญา ปัญญาทางโลก แล้วโลกยกย่องสรรเสริญ เพราะโลกเจริญได้ เจริญได้จากปัญญา สติปัญญาเท่านั้นทำให้โลกเจริญ

เราเป็นชาวพุทธๆ เราก็ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั่นล่ะโลกียปัญญา ปัญญาทางโลก ปัญญาจากศึกษาค้นคว้าธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เวลาวิปัสสนาๆ ปัญญาเกิดจากจิต ปัญญาของคนคนนั้น ปัญญาถอนพิษไข้ ถอนกิเลส

ว่ากิเลสมันเป็นนามธรรมๆ มึงไม่เห็นกิเลส มึงไม่รู้จักกิเลส มึงฆ่ากิเลสได้อย่างไร

เวลาถ้ามันฆ่ากิเลส เวลาต่อสู้กับกิเลส มันฉลาดกว่า มันแกล้งตาย สลบ อู้ฮู! ตทังคปหาน

เวลาเข้าไปเผชิญหน้ากับมัน เอ็งยังไม่รู้จัก เวลากิเลสมันแกล้งตายนะ เวลากิเลสมันแกล้งตายนะ ก็คิดว่าชนะ กิเลสมันดับไปแล้ว เหมือนทำสมาธิเลย เวลาสมาธิมันเสื่อม

นี่ไง เวลากิเลสมันแกล้งตาย ก็นึกว่ามันตายแล้ว สักพักมันพลิกกลับมานะ เอาไม่อยู่แล้ว พอเอาไม่อยู่ขึ้นมา แก้ไขอย่างไร

เวลามันเสื่อม เหมือนกัน ก็เริ่มตั้งต้นใหม่ เริ่มฝึกหัดปฏิบัติใหม่

ธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ เหตุครั้งที่แล้วเราประมาทเลินเล่อ เราไม่รอบคอบ หรือเราไม่มีอำนาจวาสนา

ส่วนใหญ่แล้วไม่มีอำนาจวาสนา อำนาจวาสนาตัวเองไม่ถึง ไม่สามารถทำถึงหรือไม่มีขณะไง

ขณะ ขณะคือนิโรธ ขณะ ขณะคือดับทุกข์ เวลามันดับ มันนิโรธของมัน โอ้โฮ! เวลาครูบาอาจารย์ท่านพูดนะ โลกธาตุนี้ไหวหมด แล้วขณะใหญ่ ขณะเล็กก็แตกต่างกัน ขณะใหญ่นี่ โอ้โฮ! โลกนี้ยุบไปทั้งหมดเลย ขณะเล็กๆ ผิวเผิน ขณะใครขณะมัน นี่วาสนา

นี่ไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า “เราวาสนาน้อย อายุ ๘๐ ปี ๔ อสงไขย”

พระศรีอริยเมตไตรย ๑๖ อสงไขย อายุ ๘๐,๐๐๐ ปี อยู่ที่การกระทำทั้งนั้น อยู่ที่วาสนาของคน ทำมาหรือไม่ทำมา ทำมามีวาสนามากน้อยขนาดไหน มันจะมีสัจจะความจริงในใจดวงนั้น มันไม่ปลิ้นปล้อน ไม่กะล่อน ไม่หลอกตัวเอง เพราะอะไร

เฮ้ย! เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะนะ เกิดเป็นมนุษย์นะ เกิดมาพบพระพุทธศาสนานะ แล้วฝึกหัดปฏิบัติแล้ว ทำไมมาเชื่อของที่ไม่มีเหตุมีผลได้อย่างไร เราทุ่มทั้งชีวิตนะ

หลวงตาท่านพูดไง เวลาธรรมะอยู่ฟากตายๆ ทุ่มกันทั้งชีวิต ตายเป็นตาย สุดท้ายกิเลสมันตาย หลวงตายังอยู่ สุดท้ายถ้ามีวาสนา

ถ้าเราไม่มีวาสนานะ สุดท้ายเราตาย ตายจากความเพียร ตายจากสติปัญญา ตายจากความรอบคอบ พลั้งเผลอ เผอเรอ ไม่มีวาสนา ปล่อยปละละเลย

นี่ไง กิเลสมันแกล้งตายไง เวลามันตีกลับมาไง จบ “ไม่ต้องมีขณะก็ได้” จบครับ ภาวนาไม่เป็น

ฝึกหัดอยู่ ฝึกหัดจนเจียนตาย แล้วขยะแขยง กลัว ไม่กล้า ทำไม่ได้อีก มันก็ลูบๆ คลำๆ อยู่อย่างนั้นน่ะ นั้นเวลาคนที่ประพฤติปฏิบัติที่ไม่ได้ผล

เวลาคนปฏิบัติได้ผลนะ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ ขณะนิโรธ ของใครของมันพูดมา หลักฐานเอามายืนยันว่าทรัพย์สมบัติของใคร ทำที่ไหน ทำอย่างใด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโคนต้นโพธิ์ นี่ไง หลวงปู่ขาว หนองอ้อ

เวลาที่ทำ ทำที่ไหน เมื่อไหร่ เป็นอย่างใด พูดมา ถ้ามันมีนิโรธดับทุกข์ตามความเป็นจริง เอวัง