เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๘ พ.ย. ๒๕๖๘

เทศน์เช้า วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๘

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะเป็นสัจธรรมนะ เราว่าคนเราเกิดมามีกายกับใจๆ เวลามันทุกข์มันยาก มันทุกข์ที่หัวใจทั้งนั้นน่ะ หัวใจนี้แบกรับภาระไว้มากมายมหาศาล ร่างกายนี้เพียงแต่กินอยู่หลับนอนเพื่อให้หัวใจอยู่ในร่างกายนี้ เวลาใจออกจากร่าง ออกจากร่างไปนี่ตาย

เวลาคนตาย ร้องห่มร้องไห้ อู้ฮู! พิไรรำพันกันนะ เวลาเกิดนี่ดีอกดีใจมาก แต่เป็นเรื่องธรรมดา คนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตาย มันต้องมีฝั่งตรงข้าม ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย

ถ้าไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม ครูบาอาจารย์ของเราฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาถึงที่สุดแห่งทุกข์ กิเลสตายหมดเลย เหลือแต่วิหารธรรมล้วนๆ นี่พระพุทธศาสนา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

พระสงฆ์ๆ อริยสงฆ์ ไอ้พวกเรานี่ไอ้สงฆ์สมมุติ สงฆ์สมมุติก็บวชตามธรรมตามวินัย ตามกฎกติกา นี่เป็นสมมุติทั้งนั้นน่ะ บวชมาแล้วเป็นพระๆ เป็นพระให้ฝึกหัดปฏิบัติ

วัด วัดเป็นโรงงานกำจัดขยะ รีไซเคิลขยะให้กลับมาใช้ได้

นี่ไง บวชมา เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา ทำลายล้างขยะในใจ

ไอ้ขยะๆ น่ะ ขยะนั่นน่ะ เห็นแต่ขยะลอยอยู่บนผิวน้ำ ไม่เห็นน้ำ

นี่ไง จอกแหนๆ แหวกจอกแหน แหวกจอกแหนเห็นอะไร

เห็นน้ำ น้ำคือน้ำใจ น้ำใจที่ดีงาม

แหวกขยะๆ แหวกจอกแหน

ไปวัดไปวาไปทำบุญทำกุศล สิ่งที่แสวงหามา วัตถุเป็นไทยทาน สิ่งที่ไทยทานด้วยน้ำพักน้ำแรง ด้วยความสุจริต ด้วยความเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาสอนให้หัดทำทาน คือหัดเสียสละสิ่งที่เราหามา แล้วสิ่งที่มันเหลือใช้ หรือสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับเรา ทรัพย์สินเขาไว้ทำประโยชน์ ทรัพย์สินน่ะ แต่เวลาเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา บุญและบาป ทรัพย์สินพึ่งพามันไม่ได้หรอก

ทรัพย์สินน่ะ เราไม่พลัดพรากจากเขา เขาก็พลัดพรากจากเรา สิ่งนี้ต้องพลัดพรากกันอยู่แล้ว พลัดพรากไปแล้ว ถ้าทรัพย์สินๆ ถ้าเราติด มาเกิดเป็นตุ๊กแก เป็นจิ้งจก สิ่งเฝ้าทรัพย์สินต่างหาก

ทรัพย์สินมันควรเป็นประโยชน์กับหัวใจดวงนั้น แต่คนที่ไม่มีอำนาจวาสนานะ ทรัพย์สินเป็นโทษ เป็นความทุกข์ เป็นความแบกหามภาระ มันเป็นบาป

เป็นบุญน่ะ ทรัพย์สินเราใช้จ่ายใช้สอยนะ

มีคนมาหาเยอะมากนะ จะมาโอนที่ให้ อะไรให้

เราบอกว่า สภากาชาด

มีคนมาเสนอเลย ทรัพย์สินของเขา เขาอยากให้เป็นบุญเป็นกุศลของเขา เขามาขอให้เรารับ

สภากาชาด

ใครมาถวายรถนะ รถตู้

บอกว่า โรงพยาบาลเขาต้องการใช้ พระเรามีเท้า เดินที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็น

มีคนมาให้เยอะแยะ แล้วคนมาให้เขาบอกเลยนะ เขาไม่อยากให้ที่อื่น วัดที่อื่นไม่เหมือนวัดหลวงพ่อ ถ้าวัดหลวงพ่อ ให้

ที่ของเขามันอยู่หน้าวัด แล้วเขาจะเอามาให้เรา เราไม่เอา

เขาบอกว่า ถ้าวัดนั้นเหมือนหลวงพ่อนะ หนูให้ไปแล้ว หนูอยากให้มากเลย แต่วัดนั้นไม่ให้

เขามาปรึกษา มาปรับทุกข์ทั้งนั้นน่ะ

นี่ไง ทรัพย์สิน มีไว้ทำไม มีไว้แบกหาม มีไว้ทุกข์ๆ ยากๆ

แต่ถ้าทรัพย์สินๆ เราทำเพื่อหัวใจดวงนี้ คนที่มีอำนาจวาสนานะ เราดูแลคุ้มครองเด็กน้อยผู้ที่ขาดแคลน ถ้าเราทำได้ ถ้าเราไม่มั่นใจ เรายังทำไม่ได้ อย่าเพิ่งทำ เพราะอะไร เพราะเสียใจภายหลังไม่ดีเลย

เห็นเขามาอย่างนั้นแล้ว เห็นไหม ที่ไหนมีศรัทธา ที่นั่นมีเหยื่อ ที่ไหนมีเหยื่อ ที่นั่นมีนักล่า ไอ้พวกนักล่าเป็นอาชีพเลย

แต่ของเรามันไม่ใช่ เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เรามีอำนาจวาสนานะ วัดวาอาราม สิ่งที่เป็นที่ดีงาม เขาเอาไว้ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ เป็นโรงงานกำจัดขยะกิเลสตัณหาความทะยานอยาก ไม่ใช่โรงงานที่สะสมเป็นสารพิษให้คนรอบข้าง โรงงานไปตั้งที่ไหน ถ้ามันเป็นพิษนะ ชาวบ้าน โอ๋ย! เดือดร้อนไปหมดเลย

วัดที่เห็นแต่ผลประโยชน์ ชาวบ้านเขาก็เดือดร้อนกันไปหมดน่ะ เห็นแล้วมันบาดหูบาดตาไง แต่วัดที่เขาไม่เอา เขาก็เกลียดนะ ไม่ร่วมมือกับเขาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ไง

ไม่ต้องการ ถ้าไม่ต้องการ มันอยู่ที่อำนาจวาสนาไง

เวลาครูบาอาจารย์เราไง หลวงตาพระมหาบัวไง เขาหามาได้ห้าได้สิบ เขาจะทำบุญกุศลสิ่งที่ดีที่สุดของเขา ไอ้โรงงานกำจัดขยะอยู่ตึกอยู่ร้าน ถึงเวลาไปบิณฑบาตกับกระต๊อบห้องหอ

ท่านพูดถึงนะ พูดถึงน้ำใจของคน พูดถึงคนทุกข์คนจน เขามีน้ำใจ เขายิ่งใหญ่นัก คนที่เขามั่งมีศรีสุข เขาไม่สนใจเราเลย เราไม่มีประโยชน์กับใครทั้งสิ้น มันจะเป็นประโยชน์ในทรัพย์สินไง จะเป็นประโยชน์กับใครไง แต่ถ้าเป็นบุญเป็นบาปของเรา มันเกิดที่เรา

นิวรณธรรม ๕ กางกั้นกิเลส สงสัย ง่วงเหงาหาวนอน ไอ้วิตกกังวล เห็นไหม กิเลส ทำความสงบไม่ได้หรอก นิวรณธรรมกางกั้นสมาธิ ถ้ากางกั้นสมาธิ ทำความสงบของใจเข้ามา ทำความสงบของใจไม่เป็น

พอทำความสงบของใจไม่เป็นก็ ศาสนาเป็นลูกตุ้มสังคม ศาสนาเป็นที่เอาเปรียบสังคม ศาสนาไม่ช่วยเจือจานใครเลย เพราะศาสนาเห็นแก่ได้

แต่ถ้าเขาทำความสงบของใจเขาเป็น ทำความสงบของใจ อ๋อ! วัดที่เป็นโรงงานกำจัดขยะ คือกำจัดขยะในหัวใจของเขา ถ้าขยะในหัวใจของเขา จอกแหนๆ ถ้าเขาแหวกออก จอกแหนมันทำจนการคมนาคมใช้ไม่ได้ น้ำท่วมขึ้นมาเดือดร้อนกันไปหมด ถ้ากำจัดมันซะ มันก็เห็นน้ำ มันก็เป็นที่พึ่งที่อาศัย

ถ้าเราฝึกหัด เราปฏิบัติของเรา ถ้าจิตใจมันชื่นบานไง ถ้ามันชื่นบาน มันเป็นความสงบสุขเข้ามาไง ความสงบสุข เห็นไหม

พูดถึงว่า ลัทธิศาสนาใดก็สอนสมาธิทั้งนั้นน่ะ ไอ้พวกฤๅษีชีไพรเขาก็ปฏิบัติมาทั้งนั้นน่ะ แต่มันไม่มีมรรคไม่มีผลไง

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเวลาตรัสรู้ธรรมไง ด้วยปัญญา ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งปัญญา ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งปัญญา แต่ปัญญาต้องฉลาดทั้งทางโลกและทางธรรม

ทางโลกคือเราเอาตัวรอดให้ได้ อย่าไปแบกรับภาระ อย่าไปสะสม อย่าไปเอาสิ่งนั้นมาเป็นสมบัติของเรา ชื่อเสียงกิตติศัพท์กิตติคุณ หมูเด้งน่ะ เวลามันดัง ดังทั่วโลกเลย มันเป็นหมูเด้งนะ ไร้สาระมาก ไอ้กระแสสังคม ไอ้สิ่งที่เราไปติดมันน่ะ มันเป็นเรื่องไร้สาระ

ความเป็นสาระคือสติของเรา

วิถีชีวิตของฆราวาส เขาต้องทำมาหากินเพื่อชีวิตของเขา

วิถีของพระ เอ็งบวชมาทำไม เอ็งบวช บวชมาทำไม เอ็งเป็นพระไง เป็นพระแล้ว แหม! อยากจะไปช่วยสังคม อยากไปช่วยโลก ไปแบกรับภาระ เวลาเอ็งอยู่โลก เอ็งช่วยเขาหรือเปล่า ไม่ได้บวช พ่อแม่ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น พอบวชเป็นพระขึ้นมานี่ อู้ฮู! แหม! จะแสวงหา

ทำตัวให้ดี ให้เห็นแล้วมันชื่นตาชื่นใจ

ถ้าเห็นแล้วมันชื่นตาชื่นใจ แล้วจิตมันสงบขึ้นมานะ เวลาโยมทุกข์ยาก เวลาไปโรงพยาบาลไม่มีหมอนะ เราเดือดร้อนมาก

ไปวัดไปวา ใครจะแก้จิต ถ้าแก้จิตไม่ได้ ใครจะแก้

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านฝึกหัดปฏิบัติของท่าน “มา ผู้เฒ่าจะแก้ว่ะ ผู้เฒ่าจะแก้ว่ะ”

เอ็งภาวนาเป็นไหม เอ็งภาวนาเป็นกันหรือเปล่า เอ็งทำความสงบของใจได้ไหม เอ็งแหวกจอกแหนให้เห็นน้ำของเอ็งก่อนสิ น้ำคือน้ำใจของตน น้ำคือสติปัญญา ความชุ่มชื่นในใจนั้น ถ้าความชุ่มชื่นในใจนั้น ที่ไหนมีน้ำ ที่นั่นมีชีวิต ที่ไหนใครหาความสงบระงับของใจได้ ใจดวงนั้นมันจะฝึกหัดใช้ปัญญาขึ้นมาได้

แต่ที่เราจะช่วยสังคม เราจะแบกรับภาระ

เท่ากัน โยมก็เป็นแบบนั้นน่ะ พระก็เป็นแบบนั้นน่ะ มันเป็นเรื่องโลกียะ เป็นเรื่องโลก เป็นเรื่องสมมุติบัญญติ เป็นเรื่องธรรมชาติที่มันเป็นไปโดยสัจจะ โดยความเป็นจริง ด้วยเวรด้วยกรรมของสัตว์

แต่ถ้าผู้มีบุญกุศลนะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเวลาออกบวช นางพิมพานอนอยู่นั่น กับสามเณรราหุล ทิ้งไว้นี่ ต้องทิ้งที่นี่ไว้ก่อน ออกไปฝึกหัดค้นคว้าอยู่ ๖ ปี ไม่รู้ไม่เห็นสิ่งใด เวลาเสร็จแล้ว โอ้! กิเลสมันไม่ได้อยู่ที่ร่างกายนี้แล้วล่ะ เราทรมานมัน เราพยายามจะหาสัจธรรมไม่เคยเจอสักที กลับมาฉันอาหารของนางสุชาดา

เวลาคืนนี้นั่งสมาธิแล้ว คืนนี้ปฏิบัติแล้ว ถ้าไม่บรรลุธรรม ให้มันตายไปเลย

ปฐมยาม มัชฌิมยาม ปัจฉิมยาม อาสวักขยญาณทำลายอวิชชา เห็นไหม ทำลายอวิชชา ทำลายพญามาร โรงงานกำจัดกิเลสไง อยู่โคนต้นโพธิ์นั้น หัวใจนั้นทำให้มันสะอาดบริสุทธิ์ขึ้นมาด้วยมรรค ๘

สัมมาสมาธิ สัมมาสมาธิเป็นหนึ่งในมรรค ๘ มันเป็นหนทาง มันเป็นพื้นฐาน เป็นพื้นฐานให้จิตดวงนี้ไง

คนเกิดมามีกายกับใจๆ แล้วหัวใจมึงอยู่ไหนล่ะ

สัมมาสมาธิคือตัวตน นั่นคือตัวจิต สัมมาสมาธินั่นน่ะ ขณะที่มันสงบระงับเข้ามา มันจะมหัศจรรย์ขนาดนั้น

แล้วมึงมีปัญญาหรือเปล่า มึงได้ใช้ปัญญาหรือยัง

ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งปัญญา ปัญญามันจะเกิดตรงนั้น ถ้าตรงนั้นทำได้จริง พระพุทธศาสนาจะเกิดที่นั่น

ที่นั่นคือที่ไหน

ที่นั่นคือที่จิต ที่นั่นคือจิตวิญญาณที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ จิตดวงใดมีอำนาจวาสนาทำความสงบเข้าถึงใจนั้น ยกขึ้นสู่วิปัสสนาคือใช้ภาวนามยปัญญา ปัญญาที่แท้จริงไง

สมมุติสงฆ์ๆ ไง สมมุติทั้งนั้นน่ะ อารมณ์ความรู้สึก อารมณ์ที่มันเกิดขึ้น อ้างธรรมะทั้งนั้นน่ะ แล้วมันเป็นจริงขึ้นมาไหมล่ะ เพราะมันโดนมารมันหลอกไง มารมันปลิ้นมันปล้อนไง ไหนว่ามึงจะชำระล้างกิเลส มึงจะกำจัดมารไง ทำไมไปซุกอยู่ใต้เท้ามารล่ะ

ถ้ามีความเป็นจริงขึ้นมานะ ภาวนามยปัญญา ปัญญามหัศจรรย์ไง

เวลาครูบาอาจารย์ที่ท่านฝึกหัดปฏิบัติของท่าน ท่านถึงต้องการที่ความสงบสงัดไง

วัดเป็นที่ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ เป็นสัปปายะ เราไปวัดแล้วเราต้องเคารพสถานที่นั้น เราอย่าไปทำให้มันกระทบกระเทือนใครไง เวลาเสียงมันกระทบกระเทือน ทุกอย่างมันกระทบกระเทือนกันไปหมดน่ะ

ถ้ากระทบกระเทือน กระทบกระเทือนอะไร

กระทบกระเทือนหัวใจไง

แต่เราต้องการความปกติสุขของร่างกายไง โอ้โฮ! ต้องมีความมหัศจรรย์ มหัศจรรย์พันลึก มหัศจรรย์ เห็นแล้วอึ้งเลย

มันต้องพังพินาศไปเป็นธรรมดา ไม่มีอะไรคงที่หรอก แต่หัวใจของคนสิ มันไม่เคยพังพินาศ จิตไม่เคยตาย จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะทุกข์ยากขนาดไหน แบกหามกันไป ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป แล้วก็เกิดซ้ำซ้อนอยู่อย่างนั้นน่ะ

แต่พอมันทำความสงบของใจได้ ทำความสงบของใจได้นี้ก็เป็นความมหัศจรรย์ พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เพิ่งตื่นจากกิเลสไง เพิ่งตื่นจากความหลับใหลไง แล้วถ้าจะฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา มันจะเกิดภาวนามยปัญญาตามข้อเท็จจริง

ใจดวงใดไม่มีมรรค ใจดวงนั้นไม่มีผล

ถ้ามันไม่มีมรรคมีผล มันไม่รู้จักหรอก แล้วมันพูดถึงมรรคผลไม่ถูกต้องหรอก แล้วมันเห็นผลไม่ได้ไง

แต่คนที่ปฏิบัติจริง หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านเป็นตามจริง มันเป็นจริงในใจนั้น ทำไมจะพูดไม่ถูก ของมันเป็นจริงทำไมมันพูดไม่ได้

ไอ้นี่มันไม่เป็น แจ้วๆๆ เชียว

ที่ไหนมีศรัทธา ที่นั่นมีเหยื่อ

มันหาเหยื่อ หาเหยื่อป้อนกิเลสในใจของตัว แล้วกิเลสมันก็อ้อยอิ่งนะ บังเงาว่าเป็นธรรมะนะ แล้วก็ปลิ้นปล้อนอยู่อย่างนั้นน่ะ เราก็เป็นทาสมันไง

ฟังธรรมๆ ฟังเพื่อหัวใจดวงนี้ หัวใจดวงนี้ กาลามสูตร ห้ามเชื่อแม้แต่คนพูด อย่าเชื่อมัน คนเหมือนกัน มีหลอดเสียง มีปากไว้พูดเหมือนกัน แต่มีธรรมหรือเปล่า แต่ถ้ามันเป็นธรรมนะ มันสะกิดใจ เอ๊ะ! เอ๊ะ! แล้วพยายามศึกษาของเรา แล้วพยายามค้นคว้าของเรา

ถ้าเราเห็นไง เราเป็นโรคสิ่งใด เราเห็นกิเลสในใจของเรา มันจะเป็นบุญเป็นกุศลมากมาย แค่เห็นกิเลสเท่านั้นน่ะ แค่เห็นหน้ามันเท่านั้นน่ะ แล้ววิธีกำจัดมันยังอีกเรื่องหนึ่งนะ

แต่ไม่เคยเห็นหน้ามัน เห็นไหม เวลาเขาเล่นโขน เขาใส่หัวโขน เห็นแต่หน้ายักษ์ ไม่เคยเห็นหน้าตัวเอง ไม่เคยเห็นตัวตนของตัวเอง

ฝึกหัดปฏิบัติ เห็นตัวตนก็เก่งแล้ว

นี่พูดถึงวิธีการปฏิบัติไง

ทีนี้ปฏิบัติมันทุกข์มันยากขึ้นมา ครูบาอาจารย์บอกปฏิบัติเรียบง่าย มันง่ายๆ

ง่ายๆ ก็นึกเอา ง่ายๆ ก็เพ้อเจ้อ

ง่ายๆ ก็ต้องให้เป็นข้อเท็จจริง

ผู้ปฏิบัติง่ายรู้ง่ายเขาสร้างบุญกุศลมา นั่นก็บุญกุศลของเขา แต่มันถูกต้องชอบธรรมของเขา ไอ้เราจะง่ายๆ ด้วยการละเมอเพ้อพก ไม่ง่ายหรอก

ละเมอเพ้อพก เล่นโขน ใส่หัวยักษ์ ยังเติมหัวหนุมานเข้าไปอีกด้วย เลยกลายเป็นหัวโขน ๓ ชั้น ๔ ชั้นนู่นน่ะ ไม่มีอะไรเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา

เราจะเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา ฟังธรรมเพื่อหัวใจดวงนี้ ไม่เชื่อใครทั้งสิ้น เชื่อผลของการประพฤติปฏิบัติ

ตอนนี้เชื่อทุกข์ ทุกข์มันบีบคั้นไง แต่ความสุขล่ะ

ความสุขเรามีสติปัญญา ทุกข์ต้องดับไป ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์อยู่กับเราไม่ได้หรอก

คนเรานะ เวลาพลัดพรากจากของรัก ทุกข์เจียนตายนะ แต่สักพักหนึ่งเขาก็จะเบาบางลง นั่นมันเป็นธรรมดา แต่แก้ไขอะไรไม่ได้หรอก เพราะอะไร เพราะมันมีเชื้ออยู่ มีข้อมูลอยู่ เดี๋ยวมันคิดอีก ทุกข์ซ้ำซ้อน แต่ถ้าเป็นจริงขึ้นมานะ เราแก้ไขที่ต้นเหตุนั่นน่ะ

ไอ้นี่มันเป็นสัญญา มันหมายลงที่จิต ใครรับรู้สิ่งใด ยิ่งรักแล้วพลัดพราก ฝังอยู่นั่นน่ะ

แต่ถ้ามันเป็นธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มันเป็นเรื่องธรรมดา แม้แต่เรายังต้องตายเลย แล้วใครจะอยู่ค้ำฟ้า แต่มันเวรกรรมของสัตว์ วาระของคนแต่ละคน

แล้วเราขึ้นมา ชีวิตเกิดมาทำไม

จะสร้างคุณงามความดีของเรา เช่น วันนี้มาวัด มาทำไม

มาสร้างบุญสร้างกุศล รดน้ำพรวนดินหัวใจดวงนี้ให้มันสดชื่นขึ้นมา

ใจของเรา อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนนี้ไม่ให้ใครหลอก แล้วก็ไม่ให้กิเลสตัวเองหลอกด้วย แล้วจะทำความจริงของเราขึ้นมา มันจะเป็นหน่อของพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานท่ามกลางหัวใจของตน เอวัง