ขี้ใหม่
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ถาม–ตอบ ปัญหาธรรม วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ถาม : ข้อ ๓๑๖๒. เรื่อง “ภาระทางใจ”
กราบหลวงพ่อเจ้าค่ะ ลูกมีคำถามดังนี้
๑. ไม่ต้องสวดมนต์ ไม่ต้องท่องคาถาใดๆ ได้ไหม ภาวนาอย่างเดียว เลยนึกพุทโธ ธัมโม สังโฆเท่านั้นพอ บางครั้งพุทโธไม่ได้ มันหงุดหงิดพุทโธ ลูกจะท่อง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง ของท่านพ่อลี บทนี้ใจเบาสบายเจ้าค่ะ ได้ไหม
๒. ฤกษ์งามยามดี ศาสตร์ตัวเลขต่างๆ ไม่เชื่อได้ไหม รู้สึกมันเป็นภาระทางใจเจ้าค่ะ
๓. เวลาแผ่เมตตา ลูกจะแผ่ของหลวงปู่หล้า คือ โยนิสี่ ทุกถ้วนหน้า จงเป็นสุขในพุทธธรรมสงฆ์อยู่ทุกเมื่อ พอไหมเจ้าคะ ไม่ต้องท่องบทยาวๆ
ลูกกราบขอบพระคุณหลวงพ่อเจ้าค่ะ
ตอบ : คำถามๆ คำถามเพราะความลังเลสงสัย คำถามๆ เพราะมันเป็นกรรมของสัตว์ กรรมของสัตว์เพราะอะไร เพราะโลกมันวุ่นวายมาก แล้วโลกไปศึกษาธรรมะ เสร็จแล้วก็มาตั้งกติกา ตั้งสำนักปฏิบัติ กลายเป็นกลุ่มอุปาทานหมู่ แล้วก็วุ่นวายกันไปหมด แล้วก็เชื่อไปอย่างนั้นน่ะ
แต่ถ้ามีอำนาจวาสนานะ ไม่เชื่อใดๆ ทั้งสิ้น เชื่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เท่านั้น
พระธรรมๆ คือคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ไอ้คำสั่งสอนทั่วๆ ไป เวลาพระกรรมฐานนะ เราเชื่อมั่นครูบาอาจารย์ของเรา พวกอภิธรรมเขายังด่าเลย เขาบอกว่ามันเป็นสาวกภาษิตๆ ต้องพุทธะภาษิตเท่านั้น
แล้วพุทธะภาษิตๆ เอ็งได้เรียนบาลีหรือเปล่า
เราก็ไม่ได้เรียนบาลีมา แล้วพุทธะภาษิตกูจะไปท่องจำเอาที่ไหนล่ะ
แต่ถ้ากูมีอำนาจวาสนาของกู พระกรรมฐานๆ ตั้งแต่หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านฝึกหัดปฏิบัติ สร้างธรรมทายาทเพชรน้ำหนึ่งไว้ในพระพุทธศาสนามากมาย มากมายเพราะอะไร เพราะท่านมีข้อวัตรปฏิบัติ
คำว่า “ข้อวัตรๆ” เห็นไหม ในวงกรรมฐานที่เขาฝึกหัดปฏิบัติ ข้อวัตรปฏิบัติที่คอยด่า คอยเคร่งครัดกันอยู่นี่ เพราะไม่ให้พวกปลวกพวกพลี้มันเข้ามากัดมาไชไง
นี่ก็เหมือนกัน สิ่งที่เวลาไปฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา มันเกิดจินตนาการ เกิดปีติ โอ้โฮ! อุปาทานหมู่นะ พวกเรา อู้ฮู! มันบรรลุธรรม มันสว่างไสว ไม่ต้องทำอะไรเลย มันไม่มีอะไรที่มาที่ไปเลย เพ้อเจ้อเพ้อฝัน แล้วก็ตั้งสำนักปฏิบัติกันมากมาย แล้วชาวพุทธเราก็ไปเชื่อถือศรัทธา ไปเชื่อฟัง เพราะอะไร
เพราะฟังแล้วมันเข้าใจ ฟังแล้วมันขี้เกียจ ฟังแล้วไม่ต้องทำ ทำแบบเขา นั่งละเมอเพ้อพกเพ้อเจ้อ บรรลุธรรม แล้วมันก็เป็นกันอยู่อย่างนั้นน่ะ นี่ปัญหาสังคม
เวลาทางโลกนะ เวลาผู้ที่ฉ้อโกง สิ่งที่ว่าคุ้มครองผู้บริโภค แล้วความเชื่อล่ะ ความเชื่อ รัฐธรรมนูญคุ้มครองความเชื่อไง แล้วพอความเชื่อแล้วจะเชื่ออะไรก็ได้ แล้วก็อุปาทานหมู่กันไปอยู่อย่างนั้นไง แล้วสังคมก็เป็นแบบนั้นน่ะ แล้วคนที่ด้อยวุฒิภาวะก็เป็นเหยื่อไปหมดเลย
พระพุทธศาสนานะ เรียบง่าย ไม่ต้องวุ่นวายอะไรกับใคร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพระอรหันต์ในบ้าน พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก ในครอบครัวมีความเข้าใจกัน เจรจากันรู้เรื่อง นี้คือบุญกุศล ถ้ามีความขัดแย้งกัน มันก็กรรมของสัตว์
นี่ไง พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก เราเป็นลูกของพ่อของแม่ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของเรา แล้วพี่น้องเราทำไมคุยกันไม่รู้เรื่องวะ ก็เกิดจากพระอรหันต์องค์เดียวกันนี่แหละ
มันจริตนิสัยของแต่ละคนมันแตกต่างกันไป พอมันแตกต่างกันไปแล้ว มันเป็นประเพณี เป็นวัฒนธรรม
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอบรมบ่มเพาะสอนไว้
อย่าไปเชื่อไอ้คนนอกบ้าน อย่าไปเชื่อไอ้คนที่ชักจูงไปทางร้อยแปดพันเก้า พ่อแม่นั่นก็เชื่อ แต่ไม่เชื่อ พ่อแม่บอกอะไรค้านทุกเรื่อง แล้วโต้แย้งทุกเรื่อง นี่เวลาสังคมมันเป็นอย่างนี้ไง
ฉะนั้น เวลาคำถาม ไม่ต้องสวดมนต์ ไม่ต้องท่องคาถาใดๆ เลยได้ไหม
อย่างน้อยทำวัตรสวดมนต์ตอนเช้า ทำวัตรสวดมนต์ตั้งแต่นะโมตัสสะ อิติปิโส ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แค่นี้พอ เสร็จแล้วก็นั่งฝึกหัดภาวนาของตนไป
เวลาว่าไม่ต้องสวดมนต์ ไม่ต้องท่องคาถาใดๆ ได้ไหม
ไม่ต้อง คาถาใดๆ คาถาอะไร คาถาที่เป็นอุปาทานหมู่กลุ่มชนใช่ไหม แล้วเราก็ต้องเข้าลัทธินั้นเพื่อท่องคาถาเหมือนกัน เป็นลูกศิษย์ครูบาอาจารย์เดียวกันหรือ
เราลูกศิษย์พระพุทธเจ้า อิติปิโส สวดมนต์คุ้มครองพอแล้ว
แต่ทวนกระแส โฆษณาประชาสัมพันธ์ไม่ไหว อู้ฮู! คนนี่ไหลกันเป็นมดเป็นปลวกเลย เราก็อยากจะไปเป็นมดเป็นปลวกไปกับเขา
เราจะไปทำไม เราไม่ต้องไปไหน ทำบุญกุศลก็ดูแลพ่อแม่ในบ้านนั่นแหละ แล้วจะฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ก็ที่สงบสงัดที่ไหนก็ได้ แล้วก็ฝึกหัดปฏิบัติของเราเข้ามา
ไม่ต้องสวดมนต์ ไม่ต้องท่องคาถาใดๆ ภาวนาอย่างเดียวได้ไหม เวลานึกพุทโธ ธัมโม สังโฆเท่านั้นพอ บางครั้งพุทโธไม่ได้ มันหงุดหงิด
หงุดหงิด กิเลสมันเริ่มก่อตัวแล้วล่ะ ถ้ามันหงุดหงิด ถ้ามันเครียด ก็ฝึกหัดปฏิบัติไป เพราะอะไร เพราะว่ากิเลสกลัวธรรมะ กลัวพุทธะ กลัวธรรมะ กลัวสังฆะ เพราะว่าพุทธะ ธรรมะ สังฆะ แล้วมันหลอกไม่ได้ มันควบคุมไม่ได้ มันก็มีปัญหาไปทั้งหมดทั้งนั้นแหละ
ฉะนั้น สิ่งที่ว่า ไม่ต้องสวดมนต์ ไม่ต้องท่องคาถาใดๆ เลย ภาวนาอย่างเดียวได้ไหม
ได้ แล้วเอาให้จริงๆ ด้วยนะ ไอ้นู่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่ดี ของเราดีทั้งนั้นน่ะ ดีนั่งหลับ ดีแล้วแต่ละเมอเพ้อพกอยู่นั่นไง
ถ้าดีมันต้องมีสติมีปัญญาสิ ดี มันไม่ไปตามเขา มันอยู่ที่ตัวของมันเองได้ ถ้าอยู่ที่ตัวของมันเองได้ สิ่งที่เราท่อง เราก็ท่องของเรา
ท่องเกิดจากจิต เวลาจิตสงบแล้วมันท่องไม่ได้หรอก มันสักแต่ว่าปรากฏ สักแต่ว่าตัวรู้เท่านั้น ถ้าตัวจริงๆ แล้วมันท่องไม่ได้ แต่ถ้าไม่ท่องมันก็เข้าสู่ตัวจริงไม่ได้ เพราะถ้าไม่ท่อง มันส่งออกไป มันพลังงานส่งภายนอกทั้งสิ้น
ไอ้คำบริกรรม ไอ้ปัญญาอบรมสมาธิ มันเป็นวิธีการที่จะเข้าไปสู่ความสงบของตน
ถ้าไม่มี ขาดคำบริกรรม นั่งเป็นหัวตออยู่อย่างนั้นน่ะทั้งปีทั้งชาติ จะไม่ได้อะไรขึ้นมาเลยแหละ แต่ดีนะ มันสบาย มันไม่ต้องทำอะไร มันยอดเยี่ยม มันไม่ได้อะไรเลย
แต่ถ้ามันจะได้นะ เวลามันปกติสุขนะ โอ้โฮ! มหัศจรรย์
ใจของคนมีคุณค่าที่สุด แล้วเวลามันเป็นอิสระขึ้นมา มันจะเห็นคุณค่าของมัน
แต่เริ่มต้นจะปฏิบัติ วิธีการร้อยแปดพันเก้า แล้วปัจจุบันนี้สังคมมันน่าสังเวช มันน่าสงสาร มีกลุ่มมีก้อน มีลัทธิ มีร้อยแปดพันเก้า แล้วอ้างพระพุทธเจ้า อ้างหลวงปู่มั่นทั้งนั้นน่ะ
แต่พระพุทธเจ้า หลวงปู่มั่น ไม่เคยสอนอย่างนั้นนะ พระพุทธเจ้า หลวงปู่มั่นสอนให้ประหยัดมัธยัสถ์ สอนให้เห็นคุณค่าของเวลา เห็นคุณค่าของเวลาแล้วฝึกหัดเวลาในชีวิตนี้ให้มีคุณค่าขึ้นมา แล้วถ้ามันมีคุณค่าขึ้นมา เราเป็นชาวพุทธที่แท้จริง อริยทรัพย์ อริยทรัพย์มันอยู่ในหัวใจของตน ทรัพย์ที่มีคุณค่าที่สุดมันอยู่ในหัวใจของตน
ไอ้นี่เหมือนคนบ้า ฝึกหัดภาวนาแล้วก็เที่ยวโต้แย้ง เที่ยวเถียง เที่ยวร้อยแปดพันเก้า สังคมคนบ้า บ้าธรรมะ จบ
๒. ฤกษ์ยามดี ศาสตร์ตัวเลขต่างๆ ไม่เชื่อได้ไหม ลูกรู้สึกว่ามันเป็นภาระทางใจ
พระพุทธเจ้าห้ามมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว ถือมงคลตื่นข่าว ความเชื่อนอกพระพุทธศาสนา
เราออกไปข้างนอกเราไปเห็นวัดนะ รูปเคารพที่สร้าง เห็นแล้ว จริงๆ เศร้าใจมาก มันเศร้าใจว่า วัดในพระพุทธศาสนา รูปเคารพมันก็ต้องมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระพุทธรูปเท่านั้น นี่มันรูปอะไรร้อยแปดพันเก้า
รูปพระพุทธเจ้าต่างๆ สร้างขึ้นมาแล้วมันไม่เฮี้ยน มันต้องสร้างรูปที่ว่า อู้ฮู! มหัศจรรย์พันธุ์ลึก รูปเคารพนอกพระพุทธศาสนา หัวหน้าวัดนั้นถ้าขาดจากพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขาดจากไตรสรณคมน์ ขาดจากการเป็นสามเณร
การเป็นสามเณร บวชเณรต้องถึงรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ได้เป็นสามเณรถือศีล ๑๐ ถ้าญัตติจตุตถกรรม ศีล ๒๒๗ นี่เป็นพระภิกษุ
แล้วถือมงคลตื่นข่าวมันขาดจากการเป็นสามเณร แล้ววัดวาอารามที่เห็นอยู่ทั่วไป สร้างรูปอะไรนอกพระพุทธศาสนาทั้งนั้นน่ะ สร้างขึ้นมาให้คนหลงเชื่อได้อย่างไร
ฉะนั้น ไอ้ฤกษ์งามยามดี ไอ้ฤกษ์นี่ไม่มีหรอก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฤกษ์สะดวก พร้อมเพรียงกัน สามัคคี ความร่วมมือกัน นี่ฤกษ์ในพระพุทธศาสนา
ฤกษ์งามยามดี เราไม่เคยมีนะ วัดนี้ไม่มีอะไรเลย แต่มี มีในพุทธะไง มีในธรรมและวินัย ทำตามธรรมและวินัย ตั้งแต่เช้า เช้าขึ้นมามันเป็นภัตกิจ มันเป็นกิจของสิ่งการกระทำของชาวพุทธ ทำบุญทำกุศล ทำทาน
พระ พระเลี้ยงชีพด้วยปลีแข้ง พระไม่มีสัมมาอาชีวะ พระทำอาหารให้สุกเองเป็นไปไม่ได้ ก็เลี้ยงชีพด้วยปลีแข้ง มันเป็นกิจกรรมในพระพุทธศาสนา บริษัท ๔ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา แล้วรู้เห็นด้วยกันทั้งหมด มันจะเสียหายไปไหน มันถูกต้องชอบธรรมทั้งนั้นน่ะ
แล้วฤกษ์อะไร
ก็ฤกษ์สะดวกไง ฤกษ์พร้อมเพรียงกันไง
ตัวเลข ตัวเลขอะไร มันไม่มีอยู่แล้ว
ไอ้คนเขียนไปเชื่อเอง แล้วก็จะมาตีโพยตีพายในพระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนอย่างนั้น เว้นไว้แต่พระบางองค์ก็เป็นหมอดูนะ ขาดจากไตรสรณคมน์ไปทั้งนั้นน่ะ แต่ก็เชื่อถือศรัทธา นี้มันเป็นวัฒนธรรมในพระพุทธศาสนา จบ
๓. เวลาแผ่เมตตา ลูกจะแผ่เมตตาบทของหลวงปู่หล้า
จะบทของครูบาอาจารย์องค์ไหนก็แล้วแต่ สพฺเพ สตฺตา สัตว์ทั้งหลาย เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น เป็นสุขๆ เถิด
ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมนะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพุทธกิจ ๕ เช้าเล็งญาณโปรดสัตว์ ครูบาอาจารย์ของเรานะ เช้าฝึกหัดปฏิบัติแล้วแผ่เมตตา เมตตาเพื่อสัตว์โลก สิ่งที่ครูบาอาจารย์ท่านทำ ท่านทำของท่านเป็นกิจวัตรของท่าน เป็นความประสงค์ของผู้ที่มีเมตตาธรรมในหัวใจ มีวิหารธรรม
ไอ้ของเรา เราทำบุญทำกุศล มันมีสายบุญสายกรรม เวลาสายบุญสายกรรม เราแผ่เมตตา อุทิศคือการเจาะจง เจ้ากรรมนายเวร ปู่ย่าตายายระบุชื่อ เรามีความดีมากน้อยขนาดไหน
ทำทานร้อยหนพันหนไม่เท่ากับถือศีลบริสุทธิ์หนหนึ่ง ถือศีลบริสุทธิ์ร้อยหนพันหนไม่เท่ากับทำสัมมาสมาธิได้หนหนึ่ง ทำสัมมาสมาธิได้ร้อยหนพันหนไม่เท่าเกิดภาวนามยปัญญาขึ้นมาหนหนึ่ง
แล้วเรานั่งฝึกหัดปฏิบัติ ทำสมาธิ ทำทานร้อยหนพันหนไม่เท่ากับทำความสงบของใจได้หนหนึ่ง ถ้าใจมันสงบสุข เราแผ่เมตตา มันได้ไหม แผ่เมตตาแผ่ตรงไหน แผ่ความปกติสุขของเรานี่ไง
จิตที่มันเป็นสัมมาสมาธิมีความสุข ขอให้จิต ขอให้เจ้ากรรมนายเวร ขอให้เจาะจงอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เราแผ่ไป นี่มันเป็นบุญเป็นกุศลทั้งนั้นน่ะ การแผ่เมตตา เราก็แผ่ของเรา
แล้วเราจะต้องเป็นอย่างนั้น จะต้องเป็นอย่างนี้
เราบอกว่า ไอ้นี่ขี้ใหม่ อยากรู้ อยากเห็น อยากเป็น แต่ไม่ได้เป็น
ทำของเราโดยความปกติสุข ทำของเราโดยความปกตินั่นน่ะ มันสมบูรณ์แบบของมันอยู่แล้ว แต่มันไม่ได้ประชาสัมพันธ์มันเลยไม่ขลังไง แต่ไปเจออุปาทานหมู่ เป็นหมู่เป็นกลุ่มเป็นก้อน “ต้องทำอย่างนี้ ต้องเป็นอย่างนี้ พวกเราต้องเป็นอย่างนี้”
ไม่มีหรอก เพราะพระพุทธเจ้าไม่มีพวกใคร
พระพุทธเจ้าเวลาฝากศาสนาไว้กับบริษัท ๔ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ไม่มีพรรคไม่มีพวก ไม่มีเขาไม่มีเรา มีแต่ว่าถูกหรือผิดเท่านั้น แล้วเวลาทำผิดๆ ก็ไหลไปตามกระแสสังคม ก็ไหลไปกับกระแสโลก
ถ้าเรามีสติมีปัญญาของเรา เราก็จะปฏิบัติธรรมบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เราได้เกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ฝึกหัดปฏิบัติให้เป็นจริตเป็นนิสัย แล้วเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะก็ให้มีบุญกุศลหล่อเลี้ยงหัวใจของเราไป ถ้าฝึกหัดปฏิบัติถึงที่สุดแห่งทุกข์ จบ
นี่เหมือนกัน แค่การจะเริ่มต้นปฏิบัติยังปัญหามากมาย จบ
ถาม : ข้อ ๓๑๖๓. เรื่อง “ทำเพื่อพ่อแม่”
มารดาอยู่ไกล ทำการค้าขาย แต่ขอความช่วยเหลือให้โยมสั่งปูให้ แต่ปูนั้นเป็นปูตายแล้ว โยมไม่สบายใจตรงที่ว่า โยมเป็นผู้สั่งเพื่อให้แม่ไปขายเลี้ยงชีพ โยมคิดว่าปูนั้นชาวประมงเป็นคนจับ แต่โยมสั่งตอนตายแล้ว สั่งจากพ่อค้าคนกลางอีกที ไม่ได้สั่งจากชาวประมง
อยากถามพระอาจารย์ว่า มันบาปสำหรับโยมไหมคะ เพราะโยมเริ่มจะเข้าใจทางธรรมและรักษาใจให้สะอาด โยมจะพยายามให้ทันกิเลส ไม่สร้างบาป ให้การภาวนาเบื้องต้นของโยมช้าและหลงทางไปทางโลกมากกว่านี้ ขอความเมตตาหลวงพ่อด้วยเจ้าค่ะ
ตอบ : เวลาทางโลกเขาเหน็บเขาแนมกันไง “บาปอยู่ที่คนทำ กรรมอยู่ที่คนกิน”
สมัยก่อนนะ มันมีอธิบดีกรมประมงบอกว่า การส่งออกสัตว์น้ำมันเป็นเศรษฐกิจเบอร์สองเลยล่ะ แล้วอยากจะให้บอกว่า ไอ้เรื่องการฆ่าสัตว์ การส่งสัตว์น้ำ ให้มันถูกต้องตามวินัย เขาไปปรึกษาหลวงตาไง
หลวงตาบอกว่า มันเป็นไปไม่ได้หรอก เป็นไปไม่ได้หรอก ธรรมคือธรรม ความถูกต้องชอบธรรมคือความถูกต้องชอบธรรม ศีลคือศีล ศีลธรรมคือศีลธรรม แต่ถ้าทางเลือกของบุคคลที่เขาจะทำประมง มันก็กรรมของสัตว์ของเขา คนที่มีหน้าที่อย่างนั้นเขาทำประมงของเขา เพราะมันเป็นอาชีพของเขา แต่ถ้าบอกว่าจะให้มันถูกต้องตามธรรมวินัย มันเป็นไปไม่ได้
อันนี้ก็เหมือนกัน ในเมื่อเราเกิดมา เห็นไหม นี่ยังดีนะ บางคนเกิดมาพ่อแม่ทำมิจฉาทิฏฐิเลย พ่อแม่มิจฉาทิฏฐิ พ่อแม่ไม่ประกอบสัมมาอาชีวะ แล้วลูกเกิดมาแล้วมารู้มาเห็น แล้วพยายามจะชักตัวออกมาจากสถานการณ์อย่างนั้นแต่มันทำไม่ได้ เพราะอะไร เพราะมันเป็นเด็ก
อันนี้ก็เหมือนกัน เวลาคนเขาถามไง ต้องทำคุณงามความดีๆ ต้องถือศีล ๕ แล้วเวลาเสือ เสือมันเลี้ยงชีพมันต้องฆ่าสัตว์
เราบอกว่า เราให้เขาถามกลับไง ให้เขาถามกลับว่า แล้วทำไมมันไปเกิดเป็นเสือล่ะ ทำไมไม่ไปเกิดเป็นวัวล่ะ เป็นวัวมันก็กินหญ้าไง เป็นเสือมันก็ต้องกินเนื้อไง
มันมาจากเวรกรรมของสัตว์โลกที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมาตั้งแต่ต้น เวลาทำกรรมๆ ขึ้นมามันสร้างกรรมของมัน เวลามันไปเกิด มันไปเกิดตามเวรตามกรรมของสัตว์ แต่เกิดแล้วมันประกอบสัมมาอาชีวะอย่างไร
นี่ก็เหมือนกัน ถ้าเรามีสติปัญญาที่เราจะหลบหลีก อันนี้เราเห็นด้วย
แต่ในคำถาม เราดูแล้วนะ มันไม่มีอะไรผิดเลยนะ มันไม่มีอะไรผิดศีลผิดธรรมเลย เพราะ
๑. แม่อยู่ทางไกล ค้าขาย ขอให้เราช่วยสั่งปูให้ แล้วก็เป็นปูที่ตายแล้ว
จบแล้ว สั่งปูที่ตายแล้ว มันก็จบแล้ว
แล้วทีนี้ไอ้ทางโลกเขาก็บอกเลย “บาปอยู่ที่คนทำ กรรมอยู่ที่คนกิน”
คนกินๆ คนเขาไม่รู้ มันจะเอาบาปเอากรรมมาจากไหนล่ะ อ้าว! ถ้าไม่มีคนกิน เขาก็ไม่ทำไง ไอ้นั่นมันเป็นการจินตนาการนอกเรื่องนอกราวเกินไป
แต่ถ้าเป็นซีฟู้ด เราไปชี้มาเลย เอาตัวนี้ๆ นั่นแหละใช่ อย่างนี้ชัดเจน เอาตัวนี้ๆ เพราะอะไร เพราะมันตายเพราะเรา เราสั่งเอาตัวนี้
แต่นี่มันตายหมดแล้ว
ทีนี้มันเป็นปัญหาโลกแตก แต่คำถาม เรามองแล้วนะ มันไม่มีอะไรผิดเลย แล้วมันกลับเป็นการช่วยการอนุเคราะห์มารดา นี่ควรทำที่สุด แล้วมันสั่งให้เป็นอาชีพของเขา เขาดูแลของเขาเพื่อเลี้ยงชีพ เป็นอาชีพ นี่ถูกต้องชอบธรรม
ถ้าเราทำแล้วมันถูกต้องชอบธรรมหรือมันทำได้ ควรทำ แต่ถ้าแม่ เวลาสินค้าไม่ได้ขายตลอดไป เราเปลี่ยนจากค้าขายสิ่งนี้เป็นอย่างอื่นนั่นก็จบ มันเปลี่ยนแปลงได้ สัมมาอาชีวะ ห้ามขายเครื่องประมง ห้ามขาย สัมมาอาชีวะ เพราะมันเป็นเหตุเริ่มต้นให้ไปล่าชีวิตของคนอื่นเขา
ค้าอาวุธ ค้าต่างๆ มันไม่เป็นสัมมาอาชีวะ แต่ตอนนี้ประเทศที่ค้าอาวุธรวยที่สุดในโลก รวยที่สุดในโลก แต่การค้าอาวุธมันอยู่ในธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
สัมมาอาชีวะ แล้วอาชีพที่สะอาดบริสุทธิ์นะ อาชีพชาวนา แล้วดูชาวนาสิ ชาวนาปลูกข้าวไว้เลี้ยงชาวโลก ชาวนาขายข้าวกดราคา ชาวนานะ ทำนาได้แต่สั่งและหนี้
แต่ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริง สิ่งดำรงชีวิต ถ้าเราเป็นชาวนา เราเก็บในยุ้งในฉาง เรามีกินตลอดปีนั้น การเลี้ยงชีพ นี่พูดถึงอาชีพ ไอ้นี่ระบบธุรกิจมันเข้ามา ตลาดเข้ามา ตลาดเป็นผู้กำหนด แล้วเราก็อยู่ในส่วนหนึ่งของตลาดนั้น
ฉะนั้น แต่เรามองเป็นประเด็น เป็นประเด็นหนึ่ง แม่
สอง สั่งปูที่ตายแล้ว สั่งจากพ่อค้าคนกลาง ไม่สั่งจากชาวประมง เรื่องสัมมาอาชีวะที่ว่าเขาเริ่มต้นตั้งแต่จับมาขายให้เราไง
เราเลือกเอา เราจะบอกว่า คนเลือกเกิดไม่ได้ แล้วเวลาเกิดแล้วเกิดในสังคมใด แต่คนเลือกทำคุณงามความดีได้ แล้วคุณงามความดี เราทำคุณงามความดีเพื่อเรา เราทำคุณงามความดีเพื่อน้ำใจของแม่ ทำให้แม่สบายใจ ทำให้แม่ นั้นก็เป็นบุญอันหนึ่ง
มันมีหลายประเด็นมากเลย การเกิด เห็นไหม ในครอบครัวมันมีภาระต่างๆ กันไป ฉะนั้น เวลาถือพรหมจรรย์ อยู่คนเดียว บวชพระ บวชพระเข้ามานะ ก็เป็นสังคมสงฆ์ สังคมสงฆ์ไปพบครูบาอาจารย์ที่ดีงาม หัวหน้าที่ดีไง เป็นสัปปายะๆ ไง อาจารย์เป็นสัปปายะ หมู่คณะเป็นสัปปายะ จะพากันฝึกหัดปฏิบัติที่ดีงาม
แต่ถ้ามันไม่เป็นสัปปายะ มันก็หน้าไหว้หลังหลอก ต่อหน้าโยมเรื่องหนึ่งนะ หลังหน้าโยมไปอีกเรื่องหนึ่งเลย อย่างนั้นมันเป็นการฝึกหัดปฏิบัติจริงไหม
นี่พูดถึงว่า เลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกฝึกหัดปฏิบัติได้ เลือกสร้างคุณงามความดีได้
สิ่งนี้สิ่งที่เลือกเกิดไม่ได้เพราะแม่กับลูก แล้วต้องมีกิจกรรมต่อเนื่องกัน
แต่ในคำถามนี้นะ เรามองโดยสายตาของเราแล้ว เราไม่เห็นอะไรผิดเลย ถ้าไม่เห็นมีอะไรผิด ไม่เห็นมีอะไรมีความเสียหาย
เพียงแต่เขาว่า เพราะว่าอยากจะพยายามให้เท่าทันกิเลส ไม่สร้างบาปให้การปฏิบัติเบื้องต้นช้าลง
มันไปคาดไปหวังไง เริ่มต้นถ้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย มันก็ใช้ชีวิตแบบปกติ เริ่มต้นจากจะฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ศีล สมาธิ ปัญญา
ศีลสำคัญมาก ศีลมันเป็นรั้วรอบขอบชิดให้เราจะเท่าทันใจของตน ถ้ามีรั้วรอบขอบชิดขึ้นมาแล้ว อะไรมันหงุดมันหงิด มันก็มีปัญหาขึ้นมา
แต่โดยปกติแล้วเราถือว่าอย่างนี้มันไม่มีอะไรผิด มันไม่มีอะไรผิดอยู่แล้ว เราก็ต้องไม่วิตกกังวล แล้วเราก็ทำของเราเฉพาะในนี้
ถ้ากรณีต่อเนื่องไปข้างหน้า ถ้าเห็นว่าเหตุการณ์สิ่งใด เราก็ต้องใช้สติใช้ปัญญาหลบหลีก หลบหลีกปัญหาสังคมไง
สังคมบอกว่า ไอ้พวกนี้ไอ้พวกโง่เง่าเต่าตุ่น ไม่รู้จักหาผลประโยชน์ ไม่รู้จักทำมาหากิน
นั่นเป็นเรื่องของโลกเขา ถ้าเรารู้จักหลบหลีก หลบหลีก เราก็หาอยู่หากิน แต่ไม่หาอยู่หากินด้วยการสร้างบาปสร้างกรรม เราจะหาอยู่หากินด้วยความถูกต้องชอบธรรม มันเป็นสัมมาอาชีวะตั้งแต่ภายนอก
แล้วเวลาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา มันไม่วิตกกังวล แล้วถ้ามันเป็นจริตนิสัย มันจะมีอะไรที่ลังเลสงสัย ตั้งมั่นไว้ อย่าให้มันก่อม็อบก่อตัวขึ้นมาในใจ แล้วทุกข์ยาก แล้วมันบีบคั้น นี่เป็นเรื่องของกิเลส
เท่าทันนะ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ กราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
เราพูดประจำ พุทโธๆๆ เราคบพระพุทธเจ้า เรากอดพระพุทธเจ้าไว้ เรากอดองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ พุทโธๆๆ นวกรรม บริกรรม การกระทำ เราคบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนกว่าตัวมันเองเป็นพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน นั้นคือตัวพุทธะจริงๆ พระพุทธเจ้าท่ามกลางหัวใจของเรา พุทโธ จิตของเรา
จิตของเราไม่เคยเป็นอิสระ จิตของเราไม่เข้าถึงตัวของจิตนั้น มันเข้าไปสถานะของความเป็นมนุษย์ไง มีธาตุ ๔ และขันธ์ ๕ ไง สัญชาตญาณของคนไง มันไม่ใช่ตัวจริงไง สัญชาตญาณของมนุษย์ สัญชาตญาณของคน
พุทโธๆ นั่นแหละคือตัวสัญชาตญาณ เวลามันจนพุทโธไม่ได้ มันจะเข้าถึงตัวพุทธะ นี่พระพุทธเจ้าตัวเป็นๆ ในสิ่งที่ว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานท่ามกลางหัวอกของตน จบ