เทศน์พระ

คนดี

๑๑ ก.ย. ๒๕๖๙

คนดี

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

เทศน์พระ วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๙

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่ ) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ฟังธรรมะเพื่อกระตุกหัวใจของตน หัวใจของตนมันนอนเนื่อง กิเลสมันนอนเนื่องในหัวใจ แล้วมันเคยชินน่ะ ฟังธรรมๆ ตีหัวมัน ตีหัวกิเลสให้มันตื่นขึ้นมา แล้วเราพยายามตั้งสติปัญญาของเรา ฝึกหัดปฏิบัติของเราให้หัวใจของเราสงบสุข ถ้าหัวใจของเราสงบสุขนะ มันเข้าสู่สัจจะเข้าสู่ความจริง

ตอนนี้มันสู่จอมปลอม จอมปลอมเพราะอะไร จอมปลอมเพราะกิเลสตัณหาความทะยานอยากไง ความโลภ ความโกรธ ความหลง มันหลงน่ะ มันจริงได้อย่างไร มันโกรธน่ะ มันโลภ มันอยากได้ แต่มันไม่ได้ ถ้าตามความเป็นจริงแล้ว ใครจะมาแย่งชิง ใครจะมาทำให้มันขุ่นมัว เป็นไปไม่ได้

ถ้ามันเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมานะ เป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมาตั้งแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม แสดงธรรมๆ จนครูบาอาจารย์ของเราที่เป็นธรรมๆ ขึ้นมาไง เป็นธรรมขึ้นมา มันเป็นธรรมขึ้นมาในหัวใจ เป็นธรรมขึ้นมาในหัวใจมันมีคุณค่ามาก มีคุณค่ามากว่า พระธรรมสถิตอยู่กลางหัวใจของผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตามความจริงอันนั้น

ถ้าพระธรรมสถิตอยู่ท่ามกลางหัวใจของผู้มีความจริงอันนั้น มันมีวิมุตติสุขๆ มันมีความสงบสุขในหัวใจดวงนั้น ถ้ามีความสงบสุขในหัวใจดวงนั้นนะ แต่มันต้องอยู่กับโลกไง

เวลาเกิดมาต้องมีปัจจัยเครื่องอาศัย จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมีเวรมีกรรมแต่ของจิตดวงนั้นมากน้อยขนาดไหน จิตถ้ามีอำนาจวาสนาไง ดูสิ ดูพระสมัยพุทธกาล ถ้าผู้มีอำนาจวาสนา เอหิภิกขุ มาขอบวช บริขารเป็นทิพย์มาเลย

พาหิยะ พาหิยะไปฟังเทศน์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหนเดียวเป็นพระอรหันต์ขึ้นมานะ ขอบวชๆ

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกว่า เธอไม่มีบริขาร บวชได้อย่างไร

ไปหาบริขาร โดนควายขวิดตายเลย พระอรหันต์น่ะ

ถ้าเป็นสัจจะเป็นความจริง มันเป็นสัจจะเป็นความจริงอันนั้น ในพระพุทธศาสนาไง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะปฏิบัติธรรมจนเป็นสัจจะตามความเป็นจริง มันถึงมีรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

ไอ้เรานี่สมมุติสงฆ์ สมมุติสงฆ์ว่า เกิดมาโดยสมมุติ สมมุติเพราะมีบาปมีกรรมขึ้นมาถึงได้มาเกิดเป็นมนุษย์ การเกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ มีอำนาจวาสนาขึ้นมาได้มาบวชพระ บวชพระในพระพุทธศาสนา เป็นศากยบุตร เป็นพุทธชิโนรส เป็นบุตรขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศากยบุตร มันมีอำนาจวาสนามากมาย

แล้วเวลาเราบวชเป็นพระแล้ว สมมุติสงฆ์ๆ มันมีความสุขหรือความทุกข์ล่ะ

เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธัมมจักฯ ในอนัตตลักขณสูตร อาทิตตปริยายสูตรนั่นน่ะ

มันเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ล่ะ

เป็นทุกข์พระเจ้าค่ะๆ

เป็นทุกข์พระเจ้าค่ะ ทำไมเธอไม่ทิ้งมันล่ะ ทำไมเธอไม่มีอำนาจวาสนาที่จะจับต้องความทุกข์อันนั้นได้ล่ะ ทุกข์ควรกำหนดไง ทิ้งมันอย่างไรมันก็ไปไม่ได้ไง สมุทัยควรละๆ สมุทัยคือตัณหาความทะยานอยาก ถ้ามันจะละอันนั้น มันจะละอย่างไร

ถ้ามันจะละ มันมีอำนาจวาสนาขึ้นมามันก็ฝึกหัดมาขึ้นมาตามข้อจริงของแต่ละบุคคลไง หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา พระที่อยู่ด้วย ถ้าปฏิบัติไม่ได้ก็ให้เป็นอำนาจวาสนา บวชแล้วนะ ให้ภพชาติมันสั้นเข้า ผู้ที่ปฏิบัติได้ ท่านจี้เลย คนทำได้มันถึงจะทำได้ คนทำไม่ได้มันก็ทำไม่ได้ ทำไม่ได้ มันก็อยู่ที่อำนาจวาสนาของแต่ละบุคคล

ถ้าทำได้หมด เห็นไหม เวลาพูดไง จะเอาให้ลูกศิษย์ลูกหาเป็นพระอรหันต์ทั้งหมดเลย แล้วเราจะเป็นองค์สุดท้าย

แล้วเมื่อไหร่ล่ะ เมื่อไหร่จะเป็นองค์สุดท้ายล่ะ

จะตรัสรู้เป็นคนสุดท้ายเลย จะเอาฆราวาสญาติโยมไปให้หมด เป็นพระอรหันต์ทั้งหมด เราจะตรัสรู้เป็นองค์สุดท้าย

มันก็ตายอยู่นั่นน่ะ ท้ายไหน ท้ายแถวหรือ หรือท้ายไปต่อข้างหน้า

เราไม่ทำแบบนั้น เราถ้ามีอำนาจวาสนาขึ้นมา เราพยายามทำของตนขึ้นมา ทำของตนขึ้นมามันจะมีความสงบสุขของเรานะ อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ อยู่ได้ อยู่โดยสติปัญญาไง

หน้าร้อน อากาศมันแล้ง อากาศมันร้อน มันก็เป็นอย่างหนึ่ง หน้าฝน ฝนมันตก มันเฉอะมันแฉะ มันก็เป็นอย่างหนึ่ง หน้าหนาว นี่ฤดูกาล แล้วเราบวชมาเป็นพระ บวชมาในพระพุทธศาสนา มีอำนาจวาสนานะ ได้มาบวชเป็นพระ แล้วเวลาเป็นพระ ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม บวชเป็นพระ เป็นพระอยู่ท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์ก็ประกอบไปด้วยพระที่หลากหลาย พระที่หลากหลายก็มีสติปัญญามากน้อยขนาดไหน ถ้ามีสติปัญญามากน้อยขนาดไหน เขาปรารถนาอะไร

ถ้าปรารถนาพระโพธิสัตว์ ปรารถนาบุญกุศลก็เป็นเรื่องหนึ่ง ถ้าครูบาอาจารย์ปรารถนาถึงที่สุดแห่งทุกข์ไง ถ้าปรารถนาถึงที่สุดแห่งทุกข์ เขาพยายามจะกอดองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้เลยไง พุทโธๆๆ นะ อยู่กับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ฝึกหัดใช้ปัญญาขึ้นมา ให้พุทธะ ให้หัวใจของเรามันตื่นตัวขึ้นมา ถ้ามันตื่นตัวขึ้นมา มันจะเป็นประโยชน์กับเรา ถ้าเป็นประโยชน์กับเรา เห็นไหม

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเล็งญาณๆ เล็งญาณหาอะไรน่ะ

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านก็รอของท่านไง ใครที่มีวาสนา เพราะอะไร เพราะท่านเกิดมาเป็นลูกชาวนา ทั้งหลวงปู่เสาร์ หลวงปูมั่น ลูกชาวนาก็ช่วยพ่อแม่ทำไร่ไถนามา ก็เป็นชาวชนบทนี่แหละ แต่มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนาไง ได้มาบวช บวชแล้วศึกษาค้นคว้ามา พยายามทำสัจจะความจริงขึ้นมาในหัวใจของตนให้ได้ไง

เวลาเกิดมาแล้วก็เป็นดี คนดีๆ เขาวัดกันที่ไหน

คนดีๆ หลวงปู่มั่นบวชเป็นสามเณร พ่อแม่ขอร้องให้สึก สึกไปช่วยทำไร่ไถนาไง คนดีกตัญญูกตเวทีไง คนดีทางโลก กตัญญูกตเวทีกับพ่อแม่ครูบาอาจารย์ของตน สิ่งที่ญาติพี่น้องช่วยเหลือเจือจานกันได้ เราก็อยากจะช่วยเหลือ แต่เวรกรรมของสัตว์ๆ ไง ผู้ที่เป็นพาลชน พาลชนเขาเอารัดเอาเปรียบของเขา เล่นการพนันขันต่อ เสพยาเสพติดขึ้นมาอย่างนี้ เราจะช่วยเหลือเจือจานอะไรเขา ถ้าอย่างนั้นเราก็จับไปดัดนิสัย

ถ้าทำให้มันเป็นจริงขึ้นมา การช่วยเหลือเจือจาน จะช่วยเหลือเจือจานเพื่อให้เขาเป็นคนดี หรือช่วยเหลือเจือจานให้ซื้อยาเสพติดมาให้เขา ชี้นำให้เขาไปเล่นการพนัน อย่างนั้นเป็นการทดแทนบุญคุณเขาหรือ นั่นน่ะเป็นการส่งเสริมให้คนชั่ว

คนดี ดีมันก็มีมาตรฐานของมันไง มาตรฐานอย่างในสังคมเรา ถ้าคนดีๆ ต้องมีศีล ๕ หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ครูบาอาจารย์ของเรา

ในทางโลกเขาบอกว่า พระกรรมฐานเทศน์อะไรก็ไม่รู้เรื่องเลย ไม่บอกเรื่องศีลเลย ไม่บอกศีล ฉะนั้น เวลาทางโลกเขาก็ มะยัง ภันเต ลุกก็ขอศีลๆ ขออยู่นั่นน่ะ ขอเป็นวิธีการขอ

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอานาปานสติ กำหนด แล้วปฐมยาม มัชฌิมยาม ปัจฉิมยาม ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นมา พระกรรมฐานๆ สิ่งที่เราบวชมาแล้ว อุปัชฌาย์ยกเข้าหมู่ ศีล ๒๒๗ สมบูรณ์แบบ ถ้าทำผิดพลาดไปก็ปลงอาบัติไง

ต้องปลงอาบัติๆ ไม่ปลงอาบัติเพราะอะไร ถ้าไม่ปลงอาบัติ กิเลสมันมารอแล้ว ไอ้นู่นก็ผิด ไอ้นี่ก็ผิด ไอ้นู่นก็ผิดนะ

ไม่ต้องผิดพลาด มันก็หลอกล่ออยู่แล้ว ความโลภ ความโกรธ ความหลงไง แต่ถ้ากิเลสมันชั่วร้าย มันก็ปลิ้นปล้อนไง ให้ไปทำอย่างนู้น ต้องเป็นอย่างนั้น ชักจูงไปหมด แล้วคนโง่ก็เชื่อมันไปนะ

คนดี คนดี มาตรฐานของคนดีมีศีล ๕ ถ้ามีศีล ๕ ขึ้นมาแล้ว มีธรรม ๕

มีศีล ไม่ปาณาติปาตาแล้ว เมตตาสัตว์ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ทารุณสัตว์ แต่สัตว์มันทุกข์มันยากก็ช่างแม่งมัน

ไม่ฆ่าสัตว์ แต่สัตว์ เราก็ดูแลมัน ถ้าดูแลมันได้ไง ถ้าสัตว์มันทุกข์มันยาก มันไม่มีจะกิน อ้าว! เราก็ไม่มี เราก็ไม่มีจะกินเหมือนกัน ตัดเนื้อให้มันสิ มันก็ไม่ใช่ เราไม่มีมันก็สุดวิสัย

ปาณาติปาตา เราไม่ฆ่าสัตว์ เราก็เมตตาสัตว์ ไม่ลักของใคร เวลาของใครเขาตกหล่น เราก็คืนเขาไป เราก็ดูแลเขา ไม่ผิดในกาม ในคู่ครองของตน แล้วก็ไม่ยุ่งกับใครทั้งสิ้น ไม่มุสา มุสานี้สำคัญมาก หลอกตนกับหลอกคนอื่น หลอกคนอื่นมันก็เป็นโทษ หลอกตัวเอง ฉันจะเป็นคนดี ฉันจะทำความดี หลอกไปวันๆ หนึ่งเลย ฉันจะเป็นคนดี เห็นเขาเล่นการพนัน วิ่งไปหาเขาเลย ฉันจะเป็นคนดี ไหลไปตามเขาเลย ฉันจะเป็นคนดี เหลวไหล ดีแบบเหลวไหลไง

ดีแบบดี มันก็ต้องมีสติมีปัญญาสิ มีขันติธรรม มีความอดทนสิ เราจะเป็นคนดีไง เราไม่ใช่ปลาตาย ไหลไปตามน้ำนั่นน่ะ ไหลไปตามกระแสนั่นน่ะ

เราเป็นปลาเป็น กระแสมา เราว่ายน้ำทวนน้ำๆๆ เราทวน กระแสมันวูบวาบ มันชั่วครั้งชั่วคราว แต่ความดีของเรามันจีรังยั่งยืนนะ คนดี เห็นไหม ไม่เสพสุราเมรัย ไม่เอาของมึนเมาทั้งนั่นน่ะ

ไอ้นี่ธรรมเมาๆ เวลามัวเมา เมาไปกับกิเลสตัณหาความทะยานอยาก แล้วเวลากระแสสังคมขึ้นมา มัวเมา นี่มันเมา มันธรรมเมา

จะเอาธรรมะ ธรรมชาติ ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่เกิดดับ ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ทำลายภวาสวะ ทำลายภพ เราเอาธรรมะ เราไม่เอาธรรมเมา ถ้าธรรมเมานะ

ถ้าเป็นคนดี ถ้าเป็นคนดีนะ ถ้าบวชพระ มันก็จะได้พระดี ถ้าพระดี เพราะมันซื่อสัตย์สุจริตไง ถ้าไม่ซื่อสัตย์สุจริต แล้วสะสมมา ดูสิ ทางโลกเขาอบรมบ่มเพาะกันนะ ต้องเก็บออม รู้จักประหยัดมัธยัสถ์ เวลาเอาไว้ใช้ตอนเกษียณ ไว้บั้นปลายชีวิต บั้นปลายชีวิตก็ต้องให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ ถ้าดำรงชีวิตอยู่ได้ เราจะทำบุญทำกุศลของเรา

ทำทานร้อยหนพันหนไม่ต้องทำ สมาธิหรือ ไม่ต้องทำ เอาปัญญาของเราขึ้นมา นั่งสมาธิภาวนา โอ้โฮ! มากมายมหาศาล จะทำดี โอ้โฮ! ขึ้นป้ายโฆษณาไปทั่ว แล้วทำดีทำไมต้องเหน็ดเหนื่อยขนาดนั้นน่ะ

นั่งลง หายเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธไง คนดี ถ้าคนดีมันดีเพราะมีศีลมีธรรม มันดีเพราะมีสติสัมปชัญญะ

สิ่งใดก็แล้วแต่ที่กระทำ ถ้าขาดสติสัมปชัญญะ ทุกอย่างเหลวไหลทั้งนั้นน่ะ ยิ่งภาวนาด้วยนะ เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนาสักแต่ว่าทำไง สักแต่ว่าทำก็สติสักแต่ว่า สักแต่ว่าก็กึ่งกลางไง ครึ่งๆ กลางๆ อยู่อย่างนั้นน่ะ ปัญญาก็สักแต่ว่าไปหมดเลย ใครพูดอะไรมีปัญญาไปหมดน่ะ เกาะเขาไปทั่ว แล้วปัญญาตนเองไม่มีเลยหรือ ปัญญาที่ทำให้เรามีขันติธรรม มีความอดทน

ถ้าไม่มีความอดทน ไม่อดกลั้นเลย เราจะทำอะไร เดินเหินมันต้องใช้พลังงานทั้งนั้นน่ะ กล้ามเนื้อ เขาคลายกล้ามเนื้อ เจ็บปวด มันมีเหตุมีผลทั้งนั้นนะ แล้วจิตล่ะ อยู่ๆ มันก็เวิ้งว้าง มันสะเปะสะปะ ไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไร มันจะได้อะไร

เวลาธาตุ ๔ นี่ไง เวลาคดในข้อ งอในกระดูก เจ็บปวดอยู่อย่างนั้นน่ะ เวลาแก้ไขให้ปกติแล้วมันก็หายเจ็บหายปวดไง แล้วดำรงชีวิตของเราอยู่นี่ไง แล้วเวลาบวชเป็นพระขึ้นมาแล้วไง นี่ไง บวชมาแล้วนักธรรมตรี นักธรรมโท นักธรรมเอก ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศึกษาแล้วให้ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาไง เวลาศึกษามาแล้วงงไปเลย จะเริ่มต้นตรงไหน จะเริ่มต้นอย่างไร

มีครูบาอาจารย์ที่ดีงามนะ เริ่มต้นที่ความรู้สึกเรานี่แหละ ความรู้สึก ธาตุรู้ ธาตุรู้มันรู้สึกของมันนะ ศึกษามามากน้อยขนาดไหนนั่นน่ะทรงจำ การกระทำในทางโลก โลกียปัญญา ปัญญาของโลกเป็นปัญญาวิชาชีพ มีอาชีพอะไร มีความรู้อย่างไร ทำหน้าที่การงานของเราตามความรู้อันนั้น คนไม่มีความรู้ทำอะไรไม่ได้ ไม่มีความรู้มันก็ต้องฝึกงาน ฝึกกับเขา ครูพักลักจำ มันก็ได้การกระทำอันนั้น

แต่ถ้าคนที่เขามีความรู้ของเขานะ เขามีความรู้เขาด้วย แล้วเขาฝึกงาน เขาทำเป็นของเขาด้วย เขามีความรู้ เขาต่อยอดของเขาได้ เขาคาดการณ์ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อะไรจะเป็นไป นั่นเพราะเขามีความรู้

ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าศึกษามา เราศึกษามา นักธรรมตรี นักธรรมโท นักธรรมเอก เวลาศึกษามาแล้วจบเปรียญ ๙ ประโยค ความรู้ๆ ความรู้เป็นธรรมที่ยิ่งใหญ่ เป็นธรรมที่ยิ่งใหญ่เพราะธรรมวินัยเป็นศาสดาของเรา แล้วเราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาเป็นความจริงของเราหรือไม่

ถ้าฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาตามความจริงของเรา ตั้งสติไว้ เริ่มต้นจากธาตุรู้ รู้ตัวทั่วพร้อม แล้วจะเป็นพระที่ดีงามไง เป็นพระที่ดีงามต้องมีศีลมีธรรมไง มีสัจจะมีความจริงของเราขึ้นมาไง ถ้าไม่มีสัจจะไม่มีความจริงของเราขึ้นมา มันเจรจากันก็ไม่ได้ มันเจรจากันแล้ว แล้วเอาอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

นี่ไง เวลาเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา วงกรรมฐานพูดคำเดียวเท่านั้นแหละ มีสัจจะขึ้นมา ตั้งสัจจะแล้วทำตามนั้น อยากจะพ้นทุกข์ เราพยายามทำตัวของเราขึ้นมา

แล้วความทุกข์มันอยู่ที่ไหนล่ะ เวลาฉันข้าว เวลาถ่ายมูตรถ่ายคูถ เป็นความทุกข์ไหม ถ้าความทุกข์ อะไรเป็นความทุกข์ล่ะ แล้วความทุกข์ขึ้นมา ถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา ความทุกข์ไหม แล้วเวลาจิตเป็นสัมมาสมาธิมีความทุกข์ไหม มีความสุขๆ นั่นก็ทุกข์อันละเอียดไง แล้วถ้ายกขึ้นสู่วิปัสสนาไง มันจะรู้จะเห็นของมันจากหัวใจ จากธรรม ถ้าจากธรรมนี้มหัศจรรย์ไง

เวลาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ มันอยู่ที่เวรที่กรรมของสัตว์ จริตนิสัย เกิดจากพ่อจากแม่ ถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาก็พันธุกรรม พันธุกรรมก็เรื่องของร่างกายไง แล้วบาปกรรมล่ะ บาปกรรมขึ้นมา พ่อแม่เลี้ยงได้แต่กาย เลี้ยงใจไม่ได้ พ่อแม่เลี้ยงลูกให้โตทั้งนั้นน่ะ แล้วโตขึ้นมามันไปติดยาบ้า มันไปกดคอพ่อแม่จะเอาตังค์ไปซื้อยาบ้านั่นน่ะ แล้วจะเป็นคนดี จะอบรมบ่มเพาะสั่งสอนกันอย่างไร นั่นก็เวรกรรมของสัตว์

นี่ก็เหมือนกัน เวลาจิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ พันธุกรรมของจิตอันนั้นสำคัญ ถ้าสำคัญขึ้นมา เวลาเกิดมาแล้ว เราได้เกิดเป็นมนุษย์นี่เป็นอริยทรัพย์แล้ว แล้วยังมีวาสนาได้บวชเป็นพระอีกต่างหากนะ เวลาบวชเป็นพระแล้ว แล้วยังเลือกสถานที่ที่จะฝึกหัดปฏิบัติไง

ก็บวชเป็นพระขึ้นมาแล้วเขาจะอีลุ่ยฉุยแฉก เขาจะไปตามแต่ความพอใจของเขา ไปไหนขึ้นมานะ อู้ฮู! ห้อยกล้อง ห้อยอุปกรณ์เต็มตัวเลย นักปราชญ์จะบริหารจัดการ

ครูบาอาจารย์เรานะ บวชแล้วมีปาฏิโมกข์เล่มเดียวอยู่ในย่าม เข้าป่าเข้าเขา ท่อง ท่องปาฏิโมกข์ให้ได้ ผู้ที่มีอำนาจวาสนาท่องปาฏิโมกข์ เหมือนกับทางการศึกษาบรรลุนิติภาวะ ท่องปาฏิโมกข์ได้ เราจะรู้เลยอะไรถูกอะไรผิด ศีล ๒๒๗

ส่วนใหญ่แล้วพระกรรมฐานมีปาฏิโมกข์เล่มหนึ่งพกไปในย่าม ไม่ต้องมีกล้อง มีอุปกรณ์เกรียงไกรไปหมดเลย จะเป็นห้องแล็บเคลื่อนที่เลย นักบริหาร

แต่เราไม่ใช่ ที่ไหนเขาก็มีของเขา โลกเขามีอยู่ทั่วไป ต่อไปกำหนดจิตรู้หมด นี่ไง รู้วาระจิต มันไถเลยนะ รู้วาระเลย สังคมมันคิดอะไรกันอยู่ มันไปนู่น หาใจตัวไม่เจอ

จะหาใจตัวเจอนะ สลดสังเวช สลดมาก สลดกับชีวิตนี้ไง

เวลาฤๅษีชีไพรระลึกอดีตชาติได้ ๕ ชาติ ๑๐ ชาตินะ ฤๅษีชีไพรเขาทำได้ เวลาพระของเรา ถ้าพระที่มีสติสัมปชัญญะ อย่างเช่น หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ท่านไม่รู้หรือ ทำไมไม่รู้ ท่านจะบอกเลยว่าท่านปรารถนาเป็นพระโพธิสัตว์ ท่านปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า ท่านถึงมาลาความเป็นพระพุทธเจ้าของท่าน ท่านถึงได้ประพฤติปฏิบัติขึ้นมาจนเป็นพระอรหันต์ในกึ่งพุทธกาลนี้

ครูบาอาจารย์ไม่รู้หรือ รู้ เขาเก็บไว้ในใจ รู้มันก็เรื่องโลกียะ เรื่องโลก เรื่องวัฏฏะ ไม่ต้องรู้มันก็เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะอย่างนี้อยู่แล้ว มันไปเพราะแรงขับ เพราะบุญและกรรม กรรมดีและกรรมชั่ว

เกิดเป็นมนุษย์เหมือนกัน เป็นสิทธิเสรีภาพเท่ากัน แต่จิตใจมันเท่ากันไหม จิตใจมันอ่อนระโหยโรยแรง จิตใจที่เข้มแข็งแก่กล้า จิตใจของคนที่พาลชน จิตใจของคนที่เป็นนักปราชญ์ จิตใจของคนๆ ไง

ถ้าผลของวัฏฏะไง คนที่หมดอายุจากพรหม จากเทวดามาเกิดเป็นมนุษย์ นั่นน่ะเขามีคุณธรรมในหัวใจของเขา พ้นจากนรกอเวจีขึ้นมา บีบบี้สีไฟกันขึ้นมาแล้วมาเกิดเป็นมนุษย์ เป็นพาลชน นี่ภพกลางไง หมดจากเวรจากกรรมจากนรกอเวจีก็มาเกิดเป็นสัตว์ เกิดเป็นอบายภูมิ เสร็จแล้วถ้ามีบุญกุศลสร้างขึ้นมาก็เกิดเป็นมนุษย์ไง เกิดเป็นมนุษย์ขึ้นมาแล้วมาทำคุณงามความดีของเรานี่ไง

คนดี ถ้าบวชพระก็เป็นพระดี เป็นพระที่อยู่ในศีลในธรรม แล้วถ้าฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมามันจะเป็นบุคคล ๔ คู่ไง ถ้าเป็นบุคคล ๔ คู่ขึ้นมาในหัวใจของตน อันนั้นต่างหากคือเป้าหมายของการฝึกหัดปฏิบัติ เป้าหมายขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ให้สงฆ์ปกครองๆ ไง ให้สงฆ์ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้มีคุณธรรมในหัวใจของตนขึ้นมาไง

ถ้ามีคุณธรรมในหัวใจของตนขึ้นมา ธรรมเหนือโลก แล้วโลกธรรม ๘ เรื่องโลกมันจะเหยียบย่ำใจเราได้ไหม มันจะมาชักจูงให้หัวใจของเราไปคลุกคลีตีโมงกับมันไหม

ไอ้นี่มันไม่ต้อง บวชแต่กาย ใจมันไม่ใช่พระ มันไปธุรกิจกับเขา พระกรรมฐานธุรกิจ อีลุ่ยฉุยแฉกไปกับโลก นั่นน่ะคือพระ พระดีหรือ พระธุรกิจไง

พระดี หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านหามาไง อยู่ในเรือนว่าง อยู่ในคูหา อยู่ในที่สงบสงัด เราไม่มีศักดิ์ศรี ไม่ต้องว่า โอ๋ย! มันเสียศักดิ์ศรี พระนี่ โอ๋ย! ต้องนั่งเฮลิคอปเตอร์ ต้องมีเจ็ตส่วนตัวอย่างนี้ อู้ฮู! ปวดหัว ไอ้นั่นมันนักบริหารธนาคาร

ไอ้เรามันไม่ต้อง มันมีธุระอะไร ถ้ามีชาติมีตระกูล ชาติตระกูลเขาก็ต้องสิ้นชีวิตของเขาไป เราก็ต้องสิ้นชีวิตนี้ไป แล้วเราสิ้นมาแล้ว สิ้นจากการเป็นฆราวาส เราสิ้นจากการเป็นฆราวาสมาเป็นภิกษุ เป็นนักรบ แล้วถ้ารบเป็น จะรบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในใจของตน

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอาสวักขยญาณทำลายอวิชชาไง อวิชชาพญามารมันร้องคร่ำครวญไปฟ้องลูกมันนะ ความโลภ ความโกรธ ความหลง แล้วที่เราหลงเราใหลอยู่นี่ เรารู้จักมันไหม เราโลภอยากจะติดปีก รู้จักมันไหม เวลาไม่ได้ดั่งใจ โกรธ โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเลย นี่ลูกสาวของพญามารนะ เคยเห็นมันไหม จะไปสู้กับมันไหม จะปฏิบัติอย่างไร

คนดีมาบวชพระต้องเป็นพระดี พระดีเขาก็มีกฎมีกติกาของเขา เขาเคารพธรรมและวินัย

ไอ้นี่เคารพไหม บวชแต่กาย หัวใจมันไม่ได้บวช

คนที่เป็นทางโลกเขาไม่มีอำนาจวาสนาได้บวชพระ เขาบวชใจของเขา เขาทำตัวเขาเป็นพระจากในใจ อยู่ทางโลกแต่พยายามอยู่แบบประหยัดมัธยัสถ์ เงินทองมากมาย เราเห็นนะ ลูกศิษย์หลวงตาหลายๆ คน เขาเป็นเศรษฐีนะ เขาสร้างกระต๊อบไว้ในหลังบ้านเขา หลังคฤหาสน์ไง เวลาเขาไปอยู่ในกระต๊อบนั้นนะ เท่ากับเขาไปปฏิบัติ

เขาเป็นเศรษฐีนะ เขาสร้างกระต๊อบไว้หลังหนึ่งไว้ในสวนเขา แล้วเวลาเข้าไปสวนแล้ว เขาบอกเขาตัดจากโลก ถ้าใครติดต่อมา บอกว่าไม่อยู่ เขาตัดขาดเลย นี่ไง เขาเป็นฆราวาส เขาเป็นคฤหัสถ์ เขาบวชใจ

ไอ้เรามีวาสนาเกิดมาเป็นคนดี มาบวชพระก็จะเป็นพระดี แล้วถ้าเป็นพระที่งามมันมีศีลไง

ดูสิ ในทางโลกเขา บริษัท ๔ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา อุบาสก อุบาสิกาเขาว่าชาวพุทธได้บวชเป็นพระ เป็นนักรบแล้ว เขาเคารพบูชาของเขา เขามีสิ่งใดเขาถวายทาน ถวายทานเพื่อให้ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา ถ้ามันเป็นศีลเป็นธรรมขึ้นมา มันจะเชิดชูพระพุทธศาสนา มันเป็นการส่งเสริมไง ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเพื่อบุญเพื่อกุศลของเขา แล้วเขาให้ฝึกหัดปฏิบัติของเราขึ้นมา ถ้าเป็นศีลเป็นธรรมขึ้นมา ให้บอกหนทางให้เขาบ้าง ถ้าบอกหนทางให้เขาบ้าง เขาก็ปรารถนาของเขา

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฝากศาสนาไว้กับบริษัท ๔ นี้ไง เราก็เป็นนักรบขึ้นมาไง ถ้าเราเกิดมาเป็นฆราวาส เราก็เป็นคนดี คนดีขึ้นมา เราถึงได้มาบวชพระ บวชพระเพื่อฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา

ถ้าฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เราไม่ต้องไปห่วงกระแสสังคม ไม่ต้องไปยุ่งกับกระแสสังคม สังคม สังคมที่ดีงามเขาเชิดชูบูชาพระ เขาส่งเสริมพระ เราก็สาธุ แล้วเราก็มีโอกาสได้ฝึกหัดปฏิบัติ ถ้าสังคมนั้นเขาต้องการทำเป็นนักธุรกิจ เขาต้องการพระเป็นสินค้า เราเห็นสภาพแบบนั้น เราก็จากที่นั่นไป เราหาที่ของเราที่ใหม่ เราหาที่เราสงบสงัดของเราขึ้นมา

เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เราได้มาบวชเป็นพระแล้วเป็นนักรบจะรบกับกิเลส กิเลสจากภายนอกไง กิเลสจากสังคมไง กิเลสจากสภาพแวดล้อมไง สภาพแวดล้อมที่อึดอัด อากาศที่ไม่ดี อากาศที่เป็นพิษ เราก็ธุดงค์ไปหาอากาศที่เป็นธรรม อากาศที่มันไม่เป็นพิษ

ถ้าไปบวชแล้วไปอยู่กับสำนักใด สำนักใดหัวหน้าเป็นนักธุรกิจ ก็จะพาพระเป็นนักธุรกิจทั้งหมด ถ้าเรารู้เราเห็น เราก็จากที่นั่นไป เราจากที่นั่นไปเพราะอะไร เพราะเราบวชเป็นพระ เหมือนนกมีปีกกับหาง ฉันเสร็จแล้วก็บินๆๆ ไปสิ

บริขาร เราก็มีถุงบาตร เราก็มีสลกบาตร เราก็เก็บของเรา เราก็มีกลด เราเก็บเสร็จแล้วเราก็ธุดงค์ไป เหมือนนกไง บินๆ ไปติดอะไร ไปห่วงอะไร จะต้องไปเป็นขี้ข้าใคร จะต้องไปร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมเวรร่วมกรรมกับเขา แบกเวรแบกกรรมหรือ ฉันเสร็จแล้วก็บินๆ ของเราไปสิ

ถ้าสังคมที่นั้นมันเป็นนักธุรกิจ เป็นเรื่องทางโลก เราก็แสวงหาโคนไม้ เรือนว่าง ถ้าหามิตรไม่ได้ เราก็อยู่ของเราคนเดียว เราอยู่ของเราคนเดียว เรามีธรรมและวินัย เราบวชกับอุปัชฌาย์ อุปัชฌาย์ยกเข้าหมู่มาแล้ว มีศีล ๒๒๗ พระไตรปิฎกมีอยู่กลาดเกลื่อน พระพุทธศาสนาที่เขาส่งเสริม ส่งเสริมในการฝึกหัดปฏิบัติ เขาส่งเสริมให้พระ ส่งเสริมให้พระมีคุณธรรม ส่งเสริมให้พระมีความรู้

คนบวช เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เป็นคนดี คนดีมาบวชเป็นพระก็เป็นพระดี พระดีๆ พระดีก็ต้องพระมีศีลมีธรรม ถ้ามีศีลมีธรรม มันเคารพบูชาธรรมและวินัย ถ้าเคารพธรรมและวินัยแล้วฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาให้ใจเราเป็นบุคคล ๔ คู่ บุคคล ๔ คู่ขึ้นไป สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส เห็นไหม สีลัพพตปรามาส

เรานี่นะ เป็นสงฆ์โดยสมมุตินะ มันยังงงๆ อยู่นะ อะไรจริง อะไรเท็จ พระพุทธเจ้าบอกเรื่องนี้มันถูกอย่างไร แล้วทำอย่างไร แล้วสีลัพพตปรามาสจบเลย ชัดเจน

สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส สักกายทิฏฐิเพราะทิฏฐิเห็นผิดในกาย ถ้ามันเห็นถูก เห็นถูกแล้ว ถ้าเห็นถูกนะ นี่ไง ที่ว่าพาดกระแสไง พาดกระแสก็พาดภพไง พาดภพคือพาดภวาสวะ พาดจิตไง จิตสัมผัสธรรมะไง จิตสัมผัสธรรมะแล้วมันจะไปสีลัพพตปรามาสตรงไหน แล้วถ้ามันไม่มีสีลัพพตปรามาส มันจะไปลูบไปคลำอย่างไร ถ้าไม่ลูบคลำ นี่หนทาง ถ้ามีศีลมีธรรมแล้วไง

ถ้าสังคมมันเป็นธุรกิจชน เป็นกรรมฐานขี้โกรธ ขี้โลภ ขี้หลง กรรมฐานขี้ขอ เราก็บินๆๆ เพราะอะไร เพราะเรามาหาธรรม คนดีหาธรรมที่เป็นความจริง ไม่ใช่หาโลกธุรกิจ

กระแส กระแสโซเชียลเดี๋ยวนี้รวดเร็วรุนแรงมาก รวดเร็วรุนแรงมาก โทษนะ แล้วมาแบกโลกทำไม ก็เรื่องของเขา มันก็เรื่องของเขา ก็เรื่องของโลก มันไม่ใช่เรื่องของธรรม มันไม่มีมรรค ๘ นะ

มันต้องกด ไม่กด ไม่ทันเขา ต้องใครกดก่อนกดหลัง

โลกมันจะบ้าไปหมดแล้ว แล้วเราจะบ้าไปกับเขาใช่ไหม ไหนว่าคนดีไง บวชพระก็เป็นพระดีไง แล้วกระแสอย่างนั้นมันยังพัดเข้ามาในวัดได้อย่างไรวะ

ในวัดกูอย่าเข้ามายุ่งนะ เข้ากำแพงวัดมาแล้วมันเรื่องของเขา เรื่องของเขา หน้าที่มันหน้าที่ของฝ่ายปกครองเขา ดีหรือชั่ว ถ้าในเขตวัด เขตวัดก็ศีลธรรมนี่ไง ถ้าผิดพลาดก็ต้องให้ออกไป เราจะเก็บไว้ทำไม

ธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง เหมือนทะเล ไม่เก็บซากศพไว้ มันพัดขึ้นฝั่งหมด ธรรมและวินัยที่ดีงามพัดพวกธุรกิจ กรรมฐานธุรกิจออกไป ให้ไปอยู่กับโลก

ถ้าอยู่กับธรรม อากาศที่ปลอดโปร่ง สถานที่สงบสงัด สัปปายะ ๔ สถานที่ควรฝึกหัดปฏิบัติ สถานที่ควรทำหัวใจให้สงบสุข แล้วหัวใจที่ดีงามขึ้นมามันส่อแววออกมาเอง มันหนักแน่น มันมั่นคงของมัน มันดีจากภายใน ถ้าแก่นมันดี อะไรจะไปพัดให้มันคลอนแคลนได้ ถ้าแก่นมันมั่นคงน่ะ

ถ้าแก่นมันเหลวไหลไง คนดี ดีแบบเสพยาเสพติดแล้วหลง เที่ยวเอาอาวุธจะไปทำร้ายคนอื่นทั้งนั้นน่ะ คนอื่นเลวทรามหมด ฉันเป็นคนดีแบบคนหลง

คนดีเขาอยู่ในบ้านของเขา เขาดูทรัพย์สินของเขา เขาดูชาติดูตระกูลของเขา เขารักษาแล้ว เขารักษาเพื่อนบ้านด้วย เห็นว่ามันเป็นเรื่องโลก อยากจะเข้าสู่ธรรมะ อยากจะไม่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ มาบวชพระ บวชพระ เขาแสวงหาครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรม ครูบาอาจารย์ที่ไม่เป็นธรรม เรารู้เราเห็นหมดน่ะ กลิ่นเหม็น กลิ่นมันคลุ้งไปทั่ว

กลิ่นของศีลกลิ่นของธรรมมันหอมทวนลม กลิ่นของคุณธรรมของหลวงปู่มั่นกระจายไปทั่วโลก กลิ่นศีลกลิ่นธรรมของครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรม ไม่ใช่กลิ่นธุรกิจธรรม ทำธุรกิจแลกเปลี่ยนเอามา เอาเงินมา เอาบุญไป เอาโยมมา เอาชื่อเสียงไป เอา

เฮ้ย! พระพุทธศาสนาเขาสอนอย่างนั้นหรือวะ พระพุทธศาสนาท่านสอนให้เสียสละๆ ถ้าเป็นโลก เราก็วางแล้ว เรื่องโลก เรายกให้โลกไป ยกให้เขาแล้ว เรื่องของพระ โลกอย่ามายุ่ง เรื่องของพระ พระจะจัดการ พระที่เป็นธรรมเขารู้จักว่าอะไรควรและไม่ควร เอาเรื่องของโลกเข้ามายุ่งเรื่องของธรรมไม่ได้ ถ้าเรื่องของโลกเข้ามายุ่งเรื่องของธรรม มันเป็นธุรกิจ มันเป็นการแลกเปลี่ยน มันเป็นเรื่องโลก

ถ้าเป็นเรื่องของธรรม ทิ้งเหวหมดเลย เสียสละทั้งสิ้น ฝึกหัดปฏิบัตินะ แม้แต่ชีวิตเสียสละเพื่อธรรม

แล้วเสียสละเพื่อธรรม มันมีประเพณีโบราณไง ฆ่าตัวตายๆ เพื่อพระพุทธศาสนา จน ร.๔ มาเขียนกฎหมายว่าห้าม

คำว่า “เสียสละชีวิต” มันเสียสละต่อเมื่อเอ็งปฏิบัติ กิเลสมันหลอก เอาความตายมาหลอก พอเอาความตายมา เออ! หยุดก่อนๆ เวลา เฮ้ยๆ กลัว

แต่ครูบาอาจารย์ของเรานะ เวลาบอกว่า กิเลสมันบอกว่า ถ้าทำอย่างนี้ไม่ได้ มันรุนแรงเกินไป เดี๋ยวมันจะตาย ถามมันเลยว่าใครจะตายก่อน แขนตาย สมองตาย ผิวหนังตาย อะไรตายวะ ถ้ามีสติปัญญา อะไรมันจะตาย เวลามันหลอก เวลามันหลอกนี่สละเลย แต่มันสละเป็นหรือเปล่าล่ะ ไม่เคยเห็น หลวงตา ครูบาอาจารย์ท่านบอกท่านสละมาหมดแล้ว

เวลากิเลสมันปลิ้นมันปล้อน มันหลอกมันลวงนะ เป็นอะไรก็จะเป็นจะตาย นู่นก็จะตาย ไอ้นี่พอจะตายก็เลิกหมด เลิกแล้วกิเลสมันก็ยิ้มเลย กูหลอกมึงแค่นี้ มันก็เสร็จกูแล้ว กิเลสมันยิ้มแย้มแจ่มใสเลย

เวลาครูบาอาจารย์ตาย อ้าว! ตายก็ตาย แต่มีสติสัมปชัญญะอยู่ ไม่มี ไม่มีอะไรตาย

ถ้าประพฤติปฏิบัติได้จริงนะ บุคคล ๔ คู่ หลานมันตาย ลูกมันตาย พ่อแม่มันตาย อาสวักขยญาณทำลายอวิชชา ปู่มันจะตาย ตายไปจากหัวใจ ยถาภูตัง เห็นกิเลสตาย เกิดญาณทัสสนะนะ

หลวงตาท่านปฏิบัติ ท่านพูดประจำ เวลามันจะตายๆ ท่านด้วยสติด้วยปัญญาของท่าน ท่านพูดว่า สุดท้ายแล้วกิเลสมันตาย เราไม่ตาย

ท่านพูดประจำ กิเลสมันตาย หลวงตาพระมหาบัวท่านไม่ตาย ท่านเป็นพระอรหันต์ ท่านมาทิ้งธาตุขันธ์ของท่าน ท่านหมดอายุขัยของท่าน นี่ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ ไง คนดี พระดี ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ในหัวใจนั้นมันจะรุ่งเรือง อาจหาญ มีคุณธรรมในหัวใจของตน เอวัง