เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๒๕ ต.ค. ๒๕๖๙

เทศน์เช้า วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๙

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปรารถนารื้อหัวใจของสัตว์โลก สัตว์โลกๆ ที่ดำรงชีวิตอยู่นี้ก็เพราะมันมีหัวใจ หัวใจคือความรู้สึกนึกคิด

เว้นแต่ไอ้พวกหนังหนา ถากถางเท่าไรมันก็หนาอยู่อย่างนั้นแหละ ถ้าพวกผิวบางนะ เขามีความละอายแก่ใจ เขามีหิริ มีโอตตัปปะ เขาสร้างคุณงามความดีของเขา ถ้าสร้างคุณงามความดีของเขา ก็คือสร้างหัวใจของเขา

ไอ้พวกหนังหนา ถากถางแค่ไหนมันก็หนาอยู่อย่างนั้นน่ะ หน้าด้าน หน้าทน แต่พวกผิวบาง เขามีโอกาสของเขา เขาพยายามสร้างสมบุญญาธิการของเขา

ดูพระโพธิสัตว์สิ ไอ้พวกเราแปลกใจนะว่าพระโพธิสัตว์ๆ ทำไมเขาทำคุณงามความดีอย่างนั้นของเขาได้

เขาทำคุณงามความดีของเขาได้ เพราะว่าเขาสร้างสมบุญญาธิการของเขาขึ้นมา เขาทำคุณงามความดีจนเป็นจริตเป็นนิสัย

ไอ้พวกหนังหนา มันคอยไปรอดักชิงปล้นเขานั่นน่ะ ไอ้พวกหนังหนา มันจะหาแต่ลาภ หาแต่ความสะดวกสบายของมัน แต่มันไม่เคยสร้างบุญญาธิการอะไรทั้งนั้น แล้วมันก็ตกนรกอเวจี เกิดขึ้นมาก็ปากเปียกปากแฉะ เสรีภาพ เกิดมาเท่ากัน มันไม่เท่ากัน

มึงทำอะไรมา มึงสร้างอะไรของมึงมา มึงรู้ไหม มึงสร้างมาอย่างนั้นมันถึงบีบคั้นหัวใจของมึงจนมึงทุกข์มึงยาก จนออกมาทางปากนั่นไง

พระโพธิสัตว์ๆ เขาไม่เคยบ่นเคยว่าสิ่งใดนะ เขาภูมิใจนะ

การเกิดเป็นมนุษย์นี้เป็นอริยทรัพย์ มนุษย์มีสมอง มนุษย์ทำดีได้ ทำชั่วก็ได้ ทำสิ่งใดก็ได้ มนุษย์นี่ แต่ถ้ามนุษย์มีอำนาจวาสนา เขาจะสร้างบุญญาธิการของเขา เขาจะสร้างคุณงามความดีของเขา เขาจะสะสมบุญญาธิการของเขา เพื่ออะไร

เพื่อเวลาเอ็งนั่งหลับตาแล้ว เอ็งจะได้ไม่ต้องทุกข์ยากจนเกินไปไง

ไอ้ที่ว่ายอดเยี่ยมแน่นอนนั่นน่ะ ขอให้นั่งลง หลับตา หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ ถ้าจิตมันสงบระงับเข้ามา นั้นเป็นทางสายกลางในพระพุทธศาสนา

พระพุทธศาสนาไม่ใช่สำมะเลเทเมา บ้าบอคอแตกที่เห็นกันอยู่อย่างนี้

พระพุทธศาสนาที่เขาเป็นธรรมๆ เขามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่อาศัยของเขา

พระธรรมๆ คือคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสั่งสอนไว้นั่นน่ะ แล้วสั่งสอนๆ ไว้อยู่ในพระไตรปิฎก

แล้วพระไตรปิฎกก็ใส่ตู้ลั่นกุญแจมันไว้ แล้วตัวเองก็ไปเอาสิ่งที่ประชาชนเขาพอใจ เอาสิ่งใดที่เขาเห่อเหิมทะเยอทะยาน ทุกอย่างจะได้มาด้วยบุญกุศลของตนเอง

พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้อ้อนวอนเอานะ พระพุทธศาสนาสอนให้มีการกระทำ พระพุทธศาสนาสอนให้ทำดี ถ้าทำชั่วคือกรรมชั่ว ทำมันคือการกระทำ ดีหรือชั่ว ทำชั่ว มันจะให้ผลเป็นความดีได้อย่างไร ทำดีเท่านั้นถึงให้ผลเป็นความดี แล้วความดีๆ ทำหัวใจของตนจนเป็นพระโพธิสัตว์ๆ เห็นไหม

ทำคุณงามความดีนะ มันเป็นเรื่องปกติธรรมดา ทำแล้วก็แล้วกันนะ

ไอ้พวกหนังหนามาเจอเข้า อู้ฮู! เอ็งทำความดีขนาดนี้ ทำไมเอ็งไม่โฆษณาวะ เอ็งทำความดีขนาดนี้ ทำไมเอ็งไม่ตีฆ้องร้องเป่าวะ เอ็งทำไมไม่หาสมุนวะ เอ็งทำไมไม่เป่าหูเขาวะ เที่ยวเป่าหูเขาสิว่ากูดีๆๆ

แต่มันไม่มี มันก็ได้แค่ไอ้พวกสำมะเลเทเมาด้วยกันไง

คนดีเขาเงียบ เขาปกติของเขา เขาไปสร้างคุณงามความดีของเขา

พระกรรมฐานๆ ครูบาอาจารย์ เวลาไปวัด เงียบสงบสงัด เป็นสัปปายะ ไม่ใช่เป็นที่หาเหยื่อ

โอ้โฮ! ที่นี่ไม่มีใครตกเบ็ดเลยเนาะ เรามาคราวนี้ เบ็ดกูนี่เตรียมมาพร้อมเลย

มันเป็นเรื่องไร้สาระ

ชีวิตนี้มีคุณค่า มงคลชีวิตขึ้นมานะ คือเช้าได้ตื่นขึ้นมา คนนอนหลับแล้วไม่ตื่นก็จบ คนนอนหลับแล้วได้ตื่นขึ้นมา มงคลชีวิตของเรา ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น ก่อนนอนกราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ตื่นนอนกราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เสร็จแล้วชำระล้างร่างกาย ทำความสะอาดร่างกาย ออกทำงาน ลาพ่อ ลาแม่ กราบพ่อ กราบแม่ เดี๋ยวนี้ไม่มี เดี๋ยวนี้มันแยกไปอยู่คอนโดกันหมดไง

แต่ก่อนมีปู่มีย่า มีตามียาย มีพ่อมีแม่ มีลูกมีหลาน ครอบครัวอบอุ่นนะ แต่มันทุกข์มันยาก เพราะอะไร เพราะมันไม่ได้ไปหนังหนาตามแต่กิเลสมันชอบ กลับบ้านช้า พ่อแม่ก็ถามไปไหนมา ก็พ่อแม่อยากเห็นหน้าลูกไง

เช้าขึ้นมาได้ลาพ่อ ลาแม่ไปทำงาน กลับมาก็สวัสดีพ่อ สวัสดีแม่ไง นี่ไง มงคลชีวิตไง

แต่พวกถ้ามันมีเวรมีกรรมของมันไง ประชาธิปไตยเหมือนกัน ทนแรงเสียดสีของสังคมไม่ไหว เชือก เชือกเส้นเดียวเท่านั้นมันปลิดชีวิต สะพาน ตึกสูง ขึ้นไปแล้วกระโดดลงมา ปลิดชีพตัวเอง พ่ายแพ้ต่อชีวิตของตน

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า “อย่าทำลายตัวเอง อย่าไปทำลายคนอื่นเขา ให้มีสติสัมปชัญญะทำลายความเห็นแก่ตัวในใจของเรา”

คนเกิดมาปรารถนาความสุข เกลียดความทุกข์ทุกๆ คน คนเกิดมาอยากจะสะดวก อยากจะสบาย อยากจะนั่งที่โอ่โถง อยากจะให้คนเคารพนบนอบ

แต่คนมีบุญนะ ไม่ต้อง เขาไปของเขาด้วยความปกติสุข ไปไหน เขาก็เอาก้นไปด้วย ตรงไหนเขาก็นั่งของเขาได้

ไอ้พวกหนังหนา นั่งที่ไหนก็ไม่ได้ ต้องคนล้อมหน้าล้อมหลัง นั่นไง มันไปเพิ่มกิเลสตัณหาความทะยานอยาก มันไปเพิ่มอีโก้ให้มันกระทืบตัวเอง แล้วก็พยายามจะหาให้คนเคารพนบนอบ มันเป็นเรื่องไร้สาระ

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้อยู่โคนต้นโพธิ์พระองค์เดียว

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านประพฤติปฏิบัติมาในป่าในเขาของท่าน

หลวงตาพระมหาบัวของเรา เราเคารพบูชามาก เราเคารพบูชาที่ว่าบอกว่า

“ทำดีให้ใครเห็นไม่ได้ เดินจงกรมให้ใครเห็น ถือว่าเสียลับ”

ไอ้พวกหนังหนาไม่เคยเดินจงกรมเลย ใครเดินผ่านมา มันรีบเดินจงกรมโชว์เขาเลย ไอ้พวกหนังหนาปฏิบัติหลอกตัวเอง หลอกกิเลส หลอกสังคม หลอกโลก

แต่หลวงตาเรานี่ไม่มีนะ ท่านพูดเอง จนบอก หมู่คณะอาจจะสงสัยว่าไม่เคยเห็นหลวงตาภาวนาเลย แต่เวลาท่านเข้าไปที่ท่านทำที่เร้นไว้ ทุ่มเททั้งชีวิต ทุ่มเทหมดไง

ทำคุณงามความดีมา นั่งลงแล้วหลับตา หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ หัวใจของคนมีค่าที่สุด แล้วหัวใจของคนที่มีค่าที่สุด คนที่เขาเป็นธรรม เขาไม่ไปกระเทือนหัวใจของใคร พยายามจะไม่กระทบกระเทือนใจใครทั้งนั้น เพราะกระทบกระเทือนหัวใจคือกระทบกิเลส นั่นน่ะมันทุกข์มันยาก

แต่มันก็มนุษย์เป็นสัตว์สังคมใช่ไหม แล้วสังคมมีสูงมีต่ำ ไม่ใช่ชนชั้นวรรณะนะ มันเป็นวุฒิภาวะต่างหาก วุฒิภาวะของจิตสูงหรือต่ำ ถ้าวุฒิภาวะของจิตที่สูงส่ง เห็นแล้วมันธรรมสังเวช เห็นแล้วสังเวช

คนเหมือนกัน แต่คนไม่เหมือนกัน

คนนั่งสมาธิเหมือนกัน ก็คนไม่เหมือนกัน ทำไมคนอื่นเขาเงียบได้วะ ทำไมเราพล่ามๆๆ ทั้งวันเลย แล้วถ้าพล่ามๆๆ หาเหยื่อทั้งนั้นน่ะ นั่นมันนักปฏิบัติหรือวะ กุฏิเอ็งก็มี โคนไม้เยอะแยะไป เต็นท์นั่งกันยุงก็มี ถ้ามันใฝ่ปฏิบัติ

คนใฝ่ปฏิบัตินะ ทำข้อวัตรเสร็จแล้ว เขารีบขวนขวายไปที่สงบสงัดของตน ไอ้พวกหนังหนานะ มันถึงเวลาจะปฏิบัติ มันไปนั่งรอเหยื่อ มันเป็นเรื่องไร้สาระไง

มงคลชีวิตนะ หัวใจของคน แล้วมันดูที่วุฒิภาวะ เรื่องภาวนาไม่ต้องมาอวด ไม่ต้องมาบอก แค่พฤติกรรมที่มึงทำอยู่ก็รู้หมดแล้ว กรรมฐานเขาไม่เป็นแบบนั้น

ในสมัยพุทธกาลไง เขาไปวัดพระปฏิบัติน่ะ ไปถึงไม่เห็นมีอะไรเลย ไปเจออุปัฏฐากคนอยู่ที่นั่น เขาบอกอยากเจอพระใช่ไหม ให้เคาะระฆังสิ

พอเคาะปั๊บ โอ้โฮ! พระออกมาจากที่วิเวกของแต่ละบุคคล อู้ฮู! เขาเห็นแล้วนะ อู้ฮู! พระสงบเสงี่ยมนะ รีบไปฟ้องพระพุทธเจ้าเลย พระทะเลาะกัน พระไม่คุยกัน

มันอยากให้พระตั้งวงไง อยากให้พระตั้งวง โอ๋ย! ถกธรรมะ ธรรมะกำลังแตกฟองเลย ไร้สาระ

ครูบาอาจารย์ของเราเป็นธรรมๆ นะ ท่านรักษาข้อวัตรปฏิบัติไว้ มันเป็นหนทาง

เราเห็นแล้วเราสังเวชไง หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านพูดไง ไอ้พวกแซงหน้าแซงหลัง สร้างวัดอึกทึกครึกโครม โอ้โฮ! คนนี่บ้าบอคอแตก

ไอ้พวกเดินตามมันน้อย ที่เป็นสัปปายะ แล้วไม่กระทบกระเทือนกัน แล้วเกรงใจกันนะ ไม่ไป ดูสิ หูตา จมูก ลิ้น กาย แว็บมาไม่ได้เลย

ไอ้พวกยิ่งประพฤติปฏิบัติใหม่ คนมาหาประจำนะ “หลวงพ่อ เมื่อก่อนผมก็เป็นคนดีๆ นี่แหละ เดี๋ยวนี้มันฉุนเฉียวๆ”

บอกว่า ถ้าผ้าขี้ริ้ว ผ้าเช็ดเท้า มันเลอะขนาดไหน มันก็เลอะอยู่อย่างนั้นน่ะ แต่เอาผ้าขาวไปให้เขาเช็ดเท้าสิ ผ้าขาวนะ มันเลอะฝุ่นมันก็เห็น จิตใจของเราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมานะ เริ่มต้นนะ มันก็อึดอัดขัดข้อง ทุกข์เจียนตายนะ กว่าจะให้มันสงบระงับได้บ้าง พอสงบระงับนะ เอาแล้ว ถ้ามันภาวนาเป็นนะ ใครพูด ใครเห็น ทำไมไม่เกรงใจเราเลยวะ

ถ้านักปฏิบัตินะ เอ็งเคยทำ เอ็งเคยรู้ถึงจิตของเอ็ง แล้วเอ็งเที่ยวไปโพนทะนาบ้าบคอแตกนั่นน่ะ ไอ้นั่นเป็นการปฏิบัติหรือ เอ็งไม่ต้องมาบอกหรอกว่าภาวนาไม่ภาวนา

ภาวนา เขาสงบสงัดของเขา เขามีสติปัญญาของเขา เขาดูแลหัวใจของเขา

สมาธิทำได้ยาก ถ้าทำแล้ว จิตเจริญต้องเสื่อมหมด แล้วกว่ามันจะเจริญ เจริญอย่างไร เสื่อม เสื่อมอย่างไร

ไอ้เจริญแล้วเสื่อมแล้วก็จบเลย ไอ้พวกกรรมฐานม้วนเสื่อ ไอ้พวกไฟไหม้ฟาง แต่ถ้าคนปฏิบัติเป็นนะ เขาพยายามฟื้นฟูใจของเขา

เพราะเราเกิดมามีกายกับใจ จิตปฏิสนธิในไข่ ในครรภ์ ในน้ำครำ ในโอปปาติกะ โอปปาติกะ เทวดา อินทร์ พรหม เกิดโดยโอปปาติกะ ในไข่ ในครรภ์ ในน้ำครำ ในโอปปาติกะ จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ แล้วเวลามันเกิดมาเป็นมนุษย์ที่เป็นอริยทรัพย์ที่นั่งกันอยู่นี่ เราเห็นคุณค่าของใจบ้างหรือยัง

ที่ไปวัดไปวาทำบุญกุศลก็ให้มันเกิดศรัทธา เกิดความเชื่อในพระพุทธศาสนา เกิดการฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา

พระอานนท์ถามพระพุทธเจ้าว่า ถ้าระลึกถึงพระพุทธเจ้า ต่อไปพระพุทธเจ้านิพพานแล้วให้ไปที่ไหน

พระพุทธเจ้าบอกว่า ให้ไปที่เกิด ที่แก่ ที่เจ็บ ที่ตาย ที่ปฐมเทศนา สังเวชนียสถานทั้ง ๔ ไง

แต่ครูบาอาจารย์ของเรานะ ท่านวิเวกไปทั้งหมดไง เวลาพุทโธๆๆ พอจิตสงบเข้ามา พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เขาไปสถานที่ที่อยู่ของพระพุทธเจ้า เราเฝ้าพระพุทธเจ้าของเรา เราหาพุทธะในหัวใจของตน

แต่ทำพุทธะกันไม่เป็นไง เป็นภวังค์ เป็นอุปาทาน บ้าบอคอแตก ก็ไม่รู้เลยว่าอะไรเป็นจริง อะไรเป็นเท็จ อะไรเป็นของแท้ อะไรเป็นของปลอม

ทำใจให้สงบ เห็นพระพุทธเจ้านะ ถ้าจิตสงบ ถ้ามีอำนาจวาสนานะ เห็นเป็นพระพุทธเจ้าทองคำเลยล่ะ เห็นพระพุทธเจ้าเป็นแก้วเลยนะ

ที่ว่าเป็นแก้ว เป็นอะไร บ้าบอคอแตก จิตส่งออกทั้งนั้นน่ะ แต่มันสงบแล้วมันเห็น มันมหัศจรรย์ของมัน

แล้วอยู่ที่ไหนล่ะ

ไม่ต้องไปหาที่ไหน ในหัวใจของตน พุทธะน่ะ จิตที่เกิดในใจทุกๆ คนนั่นน่ะ นั่นน่ะอยู่ที่นั่น

วิ่งหาครูบาอาจารย์ที ครูบาอาจารย์ก็ควักแต่กระเป๋า ไม่เคยบอกเลยว่าไม่ต้องจ่ายอะไรทั้งนั้น

สติ บริกรรม แล้วมันจะเห็นเอง แล้วใครทำให้เห็นไม่ได้ ต้องตนเองนั้นทำให้เห็น

อย่าพาล อย่าหาเรื่องคนอื่นเขา ให้หาเรื่องกิเลสของเรา ไอ้ความหน้าด้านหน้าทนนั่นน่ะ ถากถางมันด้วยสติด้วยปัญญาของเรา

เราเองเราก็ทำลายตัวเราพอแล้วนะ แล้วจะไปกีดขวางคนอื่นเขาทำไม แล้วจะไปหลอกหาเหยื่อ หาคนอื่นให้หลงผิดกับเราทำไม ทำไมเราไม่หาหัวใจของเรา แล้วเคารพพุทธะในใจดวงนี้ แล้วให้เขาหาพุทธะในใจของเขา ไม่ต้องไปปั่นไปปลุกกระแสใดๆ ทั้งสิ้น

พระพุทธศาสนา รัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่อาศัย ไม่กวนบ้านกวนเมือง ไม่กวนใครๆ ทั้งสิ้น กวนแต่กิเลสที่มันไม่เชื่อ

กิเลสที่มันเหยียบย่ำตัวมันเอง มีสติมีปัญญาไล่ให้ทันมัน ถ้าทันมันแล้ว เราจะเป็นชาวพุทธโดยเนื้อหาสาระ ไม่ต้องไปซื้อไปหา ไม่ต้องแสวงหาพรรคพวก ไม่ต้องทำใดๆ ทั้งสิ้น ใจของตัวนั่นน่ะ ความรู้สึกที่ทุกข์ๆ นี่

ไอ้คนที่ขาดสตินะ มันนอนแล้วมันไม่ได้ตื่น เวลามันทุกข์มันยาก สะพาน ตึกสูงที่มันปลิดชีพตัวมันเอง

เรายังมีสติมีปัญญา เรายังมีมงคลชีวิต รักษาชีวิตของเรา แล้วเราจะค้นคว้าหาชีวิตของเราด้วยความสามารถของเราเอง เอวัง