เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๓ พ.ย. ๒๕๖๙

เทศน์เช้า วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๙

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะนะ วันนี้วันพระไง วันพระ วันสงบสันติ ความสงบสันติในหัวใจของเรา ในหัวใจของเรา เห็นไหม

ในประเทศไทยเป็นกสิกรรม โบราณเขาจะวันพระ วันโกน ให้ลูกสาวเตรียมทำแกงต่างๆ ไว้พรุ่งนี้จะใส่บาตร ตั้งแต่วันโกน วันโกนเขาเตรียมอาหาร เตรียมอาหารไว้ใส่บาตร ใส่บาตร ได้เห็นสมณะ เห็นสมณะ เป็นศากยบุตรพุทธชิโนรสไง เป็นบุตรขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เรามีรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่อาศัย หัวใจของเราไม่ว้าเหว่ เวลามีสิ่งใดเกิดขึ้น มีภัยเกิดขึ้น เราพุทโธๆๆ ระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคุ้มครองดูแลชีวิตของเรา

ดูแลชีวิตของเรา เห็นไหม ด้วยทางโลกๆ รัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่อาศัย คุ้มครองดูแลในการดำรงชีวิตของเรา ถ้าเราระลึกพุทโธ ระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ระลึกถึงพุทธะในหัวใจของตนไง

จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เวลาเกิดขึ้นมา เกิดจากท้องพ่อท้องแม่ เกิดมาเขาเฉลิมฉลองกัน ชีวิตนี้จะยิ่งใหญ่ ชีวิตนี้จะมีความมหัศจรรย์

เราเกิดมาเคลื่อนไหวๆ เพื่อความสงบสุข เพื่อความสงบสุข มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา วันโกนๆ เราเตรียมเนื้อเตรียมตัวทำบุญตักบาตร

วันโกน วันพระเขาไปวัดไปวา จำศีล ฟังธรรม จำศีล ฟังธรรมไง ก็เพื่อหัวใจดวงนี้ไง นี่เราเกิดมา เราขวนขวายๆ ด้วยความสงบสุขในหัวใจของตน

ถ้าเป็นทางโลกๆ ไง หลวงปู่มั่นท่านพยากรณ์ไว้แล้ว ต่อไปๆ วัดบ้านจะเป็นวัดบ้า วัดป่าจะเป็นวัดบ้าน วัดบ้านจะเป็นวัดบ้า

วัดบ้าในสายตาของความสันติสุข สันติสุขเขามีความสงบสุขของเขา เห็นไหม เวลาเราทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น เรากราบพระ เรามีความสงบสุขของเรา เราไม่ต้องมีสิ่งใดมาเป็นเครื่องล่อ

ไอ้นั่นมันของล่อทั้งนั้น ล่อให้เราเข้าวัดเข้าวา เข้าวัดเข้าวาแล้ว พอเข้าวัดเข้าวาแล้วก็มาคอตกในวัดไง หลอกฉันมา แล้วก็ทิ้งฉันไป

เวลาบวชพระๆ โอ้โฮ! บุญยิ่งใหญ่ พ่อแม่ได้บุญมหาศาล เวลาเอาพระเข้าโบสถ์แล้วไง โอ้โฮ! อนุโมทนา พอญาติโยมกลับหมด พระนั่งคอตกแล้วล่ะ

แต่ถ้าเป็นธรรมๆ มันยังอิ่มบุญกุศลของเขาวันสองวันไง แล้วมันจะว้าเหว่ นั่นน่ะสันติสุขๆ จะเกิดขึ้น

สิ่งที่เป็นข้าศึกกับพระใหม่ๆ คือทนคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนาได้ยาก ผิดไปทุกเรื่อง ผิดไปทุกอย่าง

มันผิดๆ เพราะอะไรล่ะ

ฆราวาส บวชแล้วจะใช้ชีวิตแบบฆราวาสไม่ได้ พระจะนอนคู่กันไม่ได้นะ พระจะนอนอย่างอื่นไม่ได้ ต้องอยู่องค์เดียวเท่านั้น

ไปตามวัดบ้าน ในกุฏิเราจะเห็นเลย มีผ้าขึงไว้ๆ เขากั้นไว้ให้เป็นส่วนสัด ตามวินัยๆ ไง ตามวินัย

เราสิทธิเสรีภาพ ถ้ามีความสงบสุขต้องมีเสรีภาพ จะทำสิ่งใดก็ได้

เห่อเหิมทะเยอทะยานไปกับกิเลส กิเลสจับปั่นหัวนั่นน่ะ ปั่นหัว

แล้วเวลาเราไปจำศีลฟังธรรมๆ เพราะอะไร

ทางสองส่วนไม่ควรเสพ

มนุษย์โดยธรรมชาติของมันมีสุขกับทุกข์ทั้งนั้นแหละ เราปรารถนาความสุขๆ เราว่าสิ่งนั้นเป็นความสุขของเรา เห็นไหม ความสุขของเรา เวลากำไปแล้วมันมีแต่ความเร่าร้อนทั้งนั้นน่ะ

แต่ถ้าเป็นสันติสุขของเราไง มันสงบสุขจากหัวใจของตนไง ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยใดๆ ทั้งสิ้น

เวลาบวชพระ เวลาอุปัชฌาย์ให้ไง ให้รุกฺขมูลเสนาสนํ คูหา เรือนว่าง โคนไม้

เฮ้ย! มันจะมีความสุขได้อย่างไร

มันไม่ใช่วัดบ้านจะกลายเป็นวัดบ้า

มันไม่เห็นอึกทึกครึกโครมประสาอย่างนั้นเลย

แล้วมันก็เป็นโลกเจริญๆ ไง เวลาปกครองต้องตามกฎหมาย ต้องตามโลกขึ้นมา วัดก็ต้องมีสวัสดิการ มีสหกรณ์ แล้วก็มีตลาดนัด นี่ไง การบริหารจัดการไง

แต่กรรมฐานเรามันไม่ใช่อย่างนั้น กรรมฐานเรานะ เช้าออกบิณฑบาตเลี้ยงชีพด้วยปลีแข้ง แล้วมาแบ่งปันกันไง ได้มากได้น้อย ได้แต่อำนาจวาสนาของแต่ละบุคคล

ผู้ไปวัดไปวา ข้าวก้นบาตรก็เลี้ยงดูค้ำชูกันไป ดำรงชีวิตนี้ไว้เพื่อฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาด้วยความสงบสงัดไง

การล้างบาตร การเก็บล้าง อย่าให้มีเสียงอึกทึกครึกโครม พอเสียงอึกทึกครึกโครม ถ้ามันไม่มีการฝึกฝนมาเลย มันจะทำอะไรได้

เวลาเราไป อู้ฮู! วัดที่มีชื่อเสียง

เวลาไปวัดหลวงปู่มั่น เข้าไปนี่แก๊กไม่ได้เลย

วัดครูบาอาจารย์เราเข้าไปทีแรกเราก็ โอ้โฮ! ชื่อเสียงคับฟ้านะ ในวัดไม่มีสิ่งใดเลย ให้ตรงกับธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ถ้ามีสิ่งใด นั่นน่ะเครื่องขุดคุ้ย เครื่องล่อ นั่นน่ะเหยื่อมันจะล่อออกไปข้างนอก ถ้าล่อออกไปข้างนอกแล้วนะ แล้วมันก็จะมาเทียบเคียงวัดกันด้วยความใครเจริญงอกงามมากกว่า ได้มีวัตถุไทยทานมากมาย อู้ฮู! ตื่นเต้น ถ้าอัตคัดขาดแคลนขึ้นมา พระองค์นี้ไม่มีวาสนา

เราจะเอาแบบนั้นใช่ไหม

ถ้าเราเอาแบบนั้น เราก็ไปตามกระแสโลกไง

แต่ถ้าเป็นกระแสธรรมๆ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เกิดมากับโลก มาบวชเป็นพระๆ บวชพระแล้วชีวิตแบบฆราวาสไม่ได้ การใช้ชีวิตแบบฆราวาสนั่นเป็นฆราวาส ไม่ใช่พระ ถ้าใช้ชีวิตแบบพระ เราก็ฝึกฝนของเรา เรามีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นศาสดา เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร เป็นที่คุ้มครองดูแล

เราเกิดมากึ่งกลางพระพุทธศาสนา เรามีหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านฝึกหัดประพฤติปฏิบัติของท่านมาก่อน สาธุ นี่ไง หนทางที่ยอดเยี่ยม

แต่ถ้าเป็นทางโลกขึ้นมา โอ้โฮ! มันหันรีหันขวางเลยนะ ชื่อเสียงคับฟ้านะ หลวงปู่มั่นน่ะ เวลาไปแล้ว ในวัดไม่มีสิ่งใดเลย ท่านกั้นห้องของท่านอยู่นั่นน่ะ ต้องสัทธิวิหาริกพระทั้งหลาย หลวงปู่ฝั้น รวมกันไปขอ อ้อนวอนขอ ถึงได้มีกุฏิหลวงปู่มั่นหลังนั้นขึ้นมา

ไม่มี ไม่มี

เวลาหลวงตาพระมหาบัวท่านสอนไง เวลาพระนะ อยู่ตึกอยู่ชั้น เครื่องยนต์กลไกมากมาย ออกไปบิณฑบาตก็กระต๊อบห้องหอเขา เขาได้ ๕ ได้ ๑๐ ขึ้นมา เขาจะแสวงหามาเพื่อทำบุญตักบาตรของเขา ไอ้พระเราโอ้โฮ! ไปกว้านมาเป็นสมบัติของตน มันน่าอายเขา

ถ้ามันเป็นสันติสุขไง สันติสุขมันเกิดขึ้นมาที่ปกติสุขท่ามกลางหัวอกพุทโธ ความรู้สึกอันนั้นควบคุมดูแลได้ จิตที่เป็นสัมมาสมาธิมีความสงบสุขในหัวใจของตน ถ้าจิตที่มีความสงบสุขในหัวใจของตน แล้วพยายามฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ยกขึ้นสู่วิปัสสนาให้เป็น

สมาธิก็ทำกันไม่เป็น ความสงบสุขก็ทำกันไม่ได้ แล้วก็ตื่นตกใจไปกับกระแสสังคม กระแสโลกไง แล้วก็จะวัดกันด้วยวัตถุไทยทานไง จะมาวัดกันด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ไง

ยศถาบรรดาศักดิ์ขึ้นมา ตาย เอาคืนหมด ตายแล้วหมุนเวียน ยศถาบรรดาศักดิ์เขาเปลี่ยนแปลงกันอยู่ โลกธรรม ๘ มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ ตายเปล่าๆ

ถ้าเรามีความสงบสุขของเรา เราพัดใบตาลก็ได้ ใบตาลตามต้นตาล เห็นไหม โบราณเขาทำพัดใบตาลนั่นน่ะ ไว้สำหรับผู้ที่ฝึกหัดปฏิบัติ อย่าเห่อเหิมทะเยอทะยาน บ้าบอคอแตกไปกับโลก

เห่อเหิมทะเยอทะยาน อารมณ์ความรู้สึกเกิดจากจิตทั้งนั้นน่ะ แล้วมันก็ปั่นป่วนในหัวใจของตน แล้วถ้าไม่มีสติปัญญานะ โอ๋ย! ไม่เท่าเทียมใครๆ

เท่าเทียมใคร คนเราก็อาการ ๓๒ เหมือนกัน บวชเป็นพระมีอุปัชฌาย์อาจารย์ ฝึกหัดปฏิบัติมาเหมือนกัน เลี้ยงชีพด้วยปลีแข้ง ก็มีกำลังแข้งขาออกบิณฑบาตเลี้ยงชีพของตน

เลี้ยงชีพไว้ทำไม

เลี้ยงชีพไว้เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนาไง นั่งสมาธิภาวนาขึ้นมาเพื่อหัวใจไง

เช้าขึ้นมาทำภัตกิจ เป็นกิจกรรมในการฉันภัตตาหาร ตั้งสติขึ้นมา หัวใจมันมีสติปัญญาคุ้มครองดูแลใจของตน

ถ้ามีสมาธิ สติ สมาธิเกิดจากจิต ไม่ใช่จิต ถ้ามันเป็นจิต เราตั้งสติแล้วสติต้องไม่เสื่อม เราตั้งสติแล้ว สติเราจะแจ่มแจ้งตลอดเวลา มีไหม

เวลามีสมาธิๆ อู้ฮู! มีความสุขมาก อู้ฮู! คุยกับหลวงพ่อนี่มันยังว่างอยู่เลย

มึงจะบ้า

ถ้าเป็นจริงๆ มันสงบสุขในหัวใจดวงนั้น ถ้ามันสงบสุขในหัวใจดวงนั้นนะ แล้วรักษาอย่างไร

เวลามันเสื่อมก็รู้ว่าเสื่อม เวลามันเข้าก็จะรู้ว่าเข้า เพราะอะไร เพราะมีสติ มีคำบริกรรม มีปัญญาอบรมสมาธิดูแลรักษา

ละเมอเพ้อพก บ้าบอคอแตกอยู่อย่างนั้นน่ะ ธรรมะ ธรรมะไว้พ่นไฟ ธรรมะไว้อวดอ้างกันไง แต่ใจสงบสุขจริงหรือเปล่า

วันพระๆ สันติสุข เรามีความสงบสุขในใจดวงนี้ ความสงบสุขมันต้องเกิดขึ้นจากการฝึกหัด ไม่ฝึกหัดมาเลย เป็นไปเองไม่มี ไม่ฝึกหัดเลยมันก็มีแต่หญ้า เห็นไหม

เวลาเขาทำกสิกรรม พวกหญ้า พวกวัชพืช อู้ฮู! ต้องมียาปราบวัชพืชนะ เพื่อต้องการให้พืชผลของเขามีดอกมีผล

หัวใจของเราวัชพืชทั้งนั้น กิเลสตัณหาความทะยานอยากทั้งนั้นมันอวดอ้าง เฮ้ย! แล้วมึงเชื่อมันได้อย่างไร

ก็เราเกิดมาเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ การเกิดมาเป็นมนุษย์มีสติปัญญาคัดแยกคัดเลือกได้

ถ้าการเกิดเป็นมนุษย์ ธรรมะมีอยู่โดยดั้งเดิม ก็วัชพืช อวิชชา ซาตาน พญามารในหัวใจของตน ครอบงำอยู่อย่างนั้น เอาแต่ความสะดวก เอาแต่ความสบาย เอาแต่ความเพ้อเจ้อ ละเมอเพ้อพกของตนอยู่อย่างนั้น แล้วก็เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะตามกระแสที่ว่าพวกเราๆ พวกเราทำกันอย่างนี้ เพราะอะไร

ถ้าเป็นพวกพระพุทธเจ้ามันต้องมีสติมีปัญญา มันต้องมีการกระทำ มันลำบากลำบน มันต้องมาตั้งสติ ต้องมาควบคุมดูแล โอ๋ย! มันยุ่งยากไปหมดเลย พวกเรา ธรรมะมีอยู่โดยดั้งเดิม มันมีของมันอยู่แล้ว

ไม่ต้องทำอะไรก็มีอยู่กับเรานี่ไง มันก็มีชีวิต จิตที่ไม่เคยตายนี่แหละ แล้วน่าเวทนา น่าอนาถ ไม่มีวาสนา ไม่มีการได้ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาได้เลย ไม่มีการศึกษาค้นคว้าให้เป็นข้อเท็จจริงขึ้นมาได้เลย

ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมา อ้าว! เฮ้ย! มันแตกต่างกับที่เราเคยเป็นนี่หว่า เฮ้ย! มันแตกต่างกับคำอบรมบ่มเพาะ คำสอนของพวกละเมอเพ้อพก พวกบ้าบอคอแตก

ครูบาอาจารย์ของเราถึงไม่ไปแข่งขันอะไรกับใครทั้งสิ้น เพราะอะไร เพราะมันเป็นความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะ

เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง “มนุษย์จะล่วงพ้นทุกข์ด้วยความเพียร”

คนมีสติมีปัญญา มีความเพียร ความบากบั่นของเขา เขาจะรักษาชีวิตของเขา ถ้ามันจะประสบทุกข์ มันก็เป็นเวรเป็นกรรมของสัตว์ เพราะเคยสร้างบุญและบาปมาด้วยกันทั้งสิ้น ความผิดพลาด ความพลาดพลั้ง ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ นั่นแหละมันเป็นถึงวิบากกรรมให้มันผล

ถ้าเราฝึกสติ เรามีสติปัญญาของเราขึ้นมา เราจะรักษาดูแลชีวิต รักษาดูแลหัวใจของตน มันจะขาดแคลน มันจะบกพร่องของมันไป ก็กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา

“มนุษย์จะล่วงพ้นทุกข์ด้วยความเพียร”

เราก็มีความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะของเรา กระทำของเราตลอดเวลา มันก็ยังทุกข์มันก็ยังยากของมันอยู่ เห็นไหม

แล้วดูสิ เวลาผู้ที่ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นไปจนถึงที่สุดแห่งทุกข์ไง อย่างเช่นหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ครูบาอาจารย์ของเราท่านก็ฝึกฝนของท่านเข้ามา ท่านเอามาจากฟ้าหรือ ท่านอ้อนวอนขอเอามาได้เลยหรือ ท่านเกิดมาจะมีคนประทานให้เลยหรือ

ไม่ใช่ ท่านก็ฝึกหัดของท่านมา แต่ท่านมีอำนาจวาสนา ท่านมีสัจจะมีความจริงของท่าน ท่านพยายามของท่าน ท่านวิเวกของท่านไปอยู่ในป่าในเขา ในถ้ำ มันไม่ทุกข์หรือ อยู่ที่ถ้ำสาริกา นครนายก ๓ ปีอยู่องค์เดียวในถ้ำน่ะ

องค์เดียว ๓ ปี แล้วเวลาจิตมันดีงามขึ้นมาแล้วยังระลึกถึงอีกนะ ยังระลึกถึงลูกศิษย์ลูกหา ลูกศิษย์ลูกหายังลอยคออยู่ในทะเล ยังไขว่คว้าสิ่งใดไม่ได้ กลับไปอบรมบ่มเพาะไง อบรมบ่มเพาะขึ้นมา ถึงเวลาแล้วนะ “กำลังยังไม่พอ” ยังไม่ถึงที่สุดไง “หมู่คณะอยู่นี่ก่อน” ให้หลวงปู่สิงห์ท่านดูแลของท่าน

ท่านหนีออกไปเพื่อจะไปเอายอดแห่งธรรมไง ไปสิ้นสุดแห่งทุกข์ที่เชียงใหม่ เห็นไหม คราวนี้ “มา ใครสงสัยอะไรว่ามา ว่ามาเลย ผู้เฒ่าจะแก้ว่ะ แก้จิตแก้ยากนะๆ หาคนแก้ได้ยากนะ”

จิตมันกะล่อน มันปลิ้นปล้อน มันหลอกลวงตัวเองนะ เวลาหลอกลวงตัวเอง แล้วตัวเองโดนหลอกขึ้นมา ตัวเองก็เชื่ออีกต่างหาก เพราะอะไร เพราะเราคิดเอง เราเออเอง เราละเมอเพ้อพกเอง เราเกิดคุณธรรมขึ้นมาเอง แล้วมันเป็นของมันเอง นี่มันหลอก

“แก้จิตแก้ยากนะ”

เพราะตัวมันเองมันก็สร้างความหลอกในหัวใจของมันเอง แล้วพอมันสร้างความหลอก มันก็เชื่อความโกหกมดเท็จของมันเอง แล้วมันก็ละเมอเพ้อพกขึ้นมาว่ามันเป็นธรรมๆ ไง

มันสงบสุขไหม

ตื่น กลัวว่าคนจะไม่เชื่อถือ

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เคยต้องการให้ใครเชื่อถือเลย ครูบาอาจารย์ของเราไม่ต้องการให้ใครเชื่อถือเลย เพราะถ้าเราเชื่อถือตัวเราเองได้ เราขุดคุ้ยค้นคว้าหากิเลสในใจของตัวเองไม่มี นั่นแหละเชื่อถือได้

ถ้าเราเองเราก็ยังไม่มีต้นสายปลายเหตุ ไม่มีสิ่งใดได้มา เอ็งไม่ต้องรื้อไม่ต้องค้นหรอก มันล้วนๆ อยู่แล้ว กิเลสมันชัดๆ อยู่แล้ว เอ็งจะปกปิดอย่างไรมันก็คือกิเลสวันยังค่ำ แล้วก็พยายามปกปิดไว้ แล้วก็เชิญชวนให้คนอื่นมาเชื่อ

เอ็งยังงงอยู่นั่นน่ะ เอ็งยังเชื่อตัวเองไม่ได้ ใครจะเชื่อเอ็ง

ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก ไม่ต้องให้ใครมาเชื่อ ความเชื่อแก้กิเลสไม่ได้

ศรัทธาๆ เป็นอริยทรัพย์ ลากให้เรามาศึกษาค้นคว้าขึ้นมา

ความเชื่อแก้กิเลสไม่ได้ สัจธรรมต่างหาก

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน แล้วตนกำราบจนมันสงบได้ ตนกำราบจนมันรู้มันเห็นของมันขึ้นมาได้ กำราบจนคนมันศึกษาค้นคว้าขึ้นมาจนเป็นความจริงได้ ใครจะไม่เชื่อมันเรื่องของเขา แล้วพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ

หลวงตาท่านพูดเลย “เราพูดกับใครไม่ได้ เขาจะหาว่าเราบ้า”

แต่ถ้าเราบ้าไปกับเขา เขาว่าเราดี ถ้าเราบ้าไปกับเขานะ เขาชื่นชม แต่ถ้าไปบอกเขา เขาว่าเราบ้า บ้าเพราะมันต้องมีความทุกข์ความยาก มันต้องมีความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะ

แล้วเอ็งไม่ทำอะไรเลย เอ็งก็จะไม่ได้อะไรเลย

เอ็งทำสิ่งใดขึ้นมาผิดพลาดก็มีประสบการณ์ ถูกต้องชัดเจนขึ้นมา นิโรธขณะดับทุกข์ชัดเจน ดั่งแขนขาด กิเลสขาดไปต่อหน้า ตายดิ้นพราดๆ ต่อหน้าเลย

ยถาภูตัง เกิดญาณทัสสนะ เกิดจักขุญาณ เเกิดความรู้จริงเห็นจริงในหัวใจของตน เอวัง